Dear Class of 2020

รวมสุนทรพจน์ของ BTS จากพิธีการจบการศึกษาเสมือนจริง ‘Dear Class of 2020’

BTS ร่วมกล่าวสุนทรพจน์และทำการแสดงในอีเวนท์ Dear Class of 2020 พิธีจบการศึกษาเสมือนจริงจัดโดย YouTube Originals เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 8 มิถุนายน 2020 ที่ผ่านมา ตามเวลาไทย

พิธีจบการศึกษาเสมือนจริงนี้จัดขึ้นเพื่อนักเรียนนักศึกษาที่สำเร็จการศึกษาปีนี้แต่ไม่มีโอกาสเข้าร่วมพิธีสำเร็จการศึกษาเนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 ต่อไปจะเป็นบทสุนทรพจน์ของเมมเบอร์ BTS

 

RM

สวัสดีครับพวกเรา BTS ครับ และนี่คือ RM ครับ

ถึงนักเรียนที่จบการศึกษาในปี 2020 ปีนี้เป็นปีที่แปลกประหลาดแต่ทุกคนก็ทำสำเร็จแล้วครับ วันนี้เราอาจจะไม่มีดอกไม้ หรือหมวกปริญญา แต่สิ่งที่เรามีน่าจะเป็นพิธีจบการศึกษาที่พิเศษที่สุดในประวัติศาสตร์แล้วครับ ไม่เคยมีคนมารวมตัวกันเพื่อฉลองความสำเร็จและความฝันแก่ผู้จบการศึกษามากมายขนาดนี้มาก่อนเลย ไม่ว่าคุณจะดูพวกเราจากเตียง จากห้องนั่งเล่น ดูคนเดียวหรือกับใครก็ตาม ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน คุณจะก้าวออกมาจากโลกใบหนึ่งและทะยานขึ้นสู่โลกใบใหม่ในไม่ช้าครับ

10 ปีก่อนในวันจัดงานพิธีจบการศึกษาของผม หิมะตกหนักมาก ผมจำวันนั้นได้แม่นเพราะถ่ายรูปกับเพื่อนๆ และตั้งเป็นรูปโพรไฟล์ในแอพฯ แชทตลอดช่วงที่เรียนหนังสือ ในวันนั้นผมเป็นเพียงเด็กผู้ชายคนหนึ่งที่เพิ่งจบหน้าบทไปบนหนึ่งและพร้อมที่จะเปิดหน้าบทใหม่ของชีวิต ผมจำความรู้สึกนั้นได้ดีว่ามันทั้งตื่นเต้น ทั้งใจหาย เป็นช่วงเวลาที่ผมรู้สึกเหมือนเป็นตัวผมเองมากที่สุด เป็นความรู้สึกที่ผมอยากจะเก็บรักษาไว้ตลอดไป 

ดังนั้นในฐานะคนๆ หนึ่งที่ร่วมเส้นทางในวัย 20 ผมอยากจะขอแสดงความยินดีส่งตรงจากประเทศเกาหลีใต้เลยครับ พวกเราตื่นเต้นมากว่าชีวิตแบบไหนที่อยู่เบื้องหน้าคุณ ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน หรือไกลออกไปเพียงใด ผมหวังว่าเรื่องราวของพวกเราในวันนี้จะสามารถเยียวยา, ให้ความหวัง และกระทั่งเป็นแรงบันดาลใจเล็กๆ ให้คุณได้ครับ 

JUNGKOOK

สวัสดีครับผม JUNGKOOK ครับ

ทุกคน ขอแสดงความยินดีสำหรับการจบศึกษานะครับ สำหรับผมนั้นต่างจากนัมจุนฮยองตรงที่ ภาพการจบศึกษาถูกบันทึกไว้ใน BANGTAN BOMB บน YouTube ครับ

ตั้งแต่เริ่มต้นมาจนเรียนจบม.ปลาย เมมเบอร์อยู่กับผมเสมอมา ผมจำได้เลยว่าพวกฮยองที่อยู่เคียงข้าง แสดงความยินดีและถามผมว่า ‘โตมาขนาดนี้จนเรียนจบตั้งแต่เมื่อไหร่กัน’ พอพิธีจบการศึกษาจบลงก็ไปกินจาจังมยอนด้วยกัน แต่เมื่อไม่น่ามานี้ผมได้กลับมาดูคลิปนั้นอีกครั้งนึงและเกิดความรู้สึกขึ้นครับว่า ‘เด็กคนนั้นได้เติบโตขึ้นมาเป็นตัวผมรึเปล่า’ นัมจุนฮยองบอกว่าเขายังเห็นเด็กผู้ชายในรูปถ่ายจบการศึกษาเป็นตัวเขาอยู่ แต่ผมกลับรู้สึกว่าตัวเองมากไกลจากจุดนั้นพอสมควรเลยครับ ผมก้าวเดินมาอย่างไม่มีหยุดหย่อน แต่ก็ยังได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ ดังนั้นผมจึงยืนอยู่ ณ ที่ตรงนี้ในตอนนี้กับเมมเบอร์ ด้วยความเชื่อมั่นที่ผมมีในตัวตอนนี้ ในเมมเบอร์ และในโลกใบนี้ครับ ผมเองก็หวังว่าทุกๆ คนจะก้าวออกไปข้างหน้าทีละก้าวอย่างไม่หยุดหย่อนเพื่อตัวทุกคนเองเช่นกันครับ

JIN

ครับ สวัสดีครับ ผม JIN ครับ

สำหรับผมมีความทรงจำเกี่ยวกับพิธีจบการศึกษาที่แตกต่างออกไปครับ ผมตอนอายุราวๆ 20 ปีที่ยังไม่เดบิวต์ เป็นเพียงเด็กนักเรียนธรรมดาๆ ที่เพิ่งเรียนจบและกำลังจะเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัย ในตอนนั้นผมกลัวการเป็นผู้ใหญ่มากๆ เลยครับ การที่จะก้าวออกไปสู่โลกที่ผมไม่คุ้นเคย ทำให้ผมต้องระแวดระวังทั้งคำพูดและการกระทำไปหมดเลยครับ มีบางทีที่ผมกระวนกระวายใจเพราะเพื่อนๆ เดินนำหน้าผมไปแล้ว ถึงจะพยายามเพื่อเดินตามคนอื่นให้ทัน แต่กลับหายใจไม่ทัน และไม่ช้าผมก็ตระหนักได้ว่าสิ่งเหล่านั้นไม่ใช่อัตราความเร็วที่ผมจะเดินได้ อย่างไรก็ดีสิ่งที่คอยค้ำจุ้นผมเอาไว้ในยามนั้นก็คือคำปฏิญาณที่ผมให้ไว้กับตัวเองว่า ‘จะค่อยเป็นค่อยไป’ ครับ ถึงจะเชื่องช้าแต่ผมก็เลือกที่จะเดินในอัตราความเร็วของผมเอง เพราะฉะนั้นมันจึงกลายเป็นนิสัยที่ทำให้ผมใช้เวลามากกว่าคนอื่นแทนที่จะเดินอย่างช้าๆ 

กระทั่งตอนฝึกซ้อมเต้น ผมเองก็จะมาเริ่มซ้อมก่อนเมมเบอร์คนอื่นๆ อยู่หลายวันเลยล่ะครับ หากทุกๆ คนเองก็เป็นคนที่รู้สึกกดดันในการที่ต้องเริ่มทำสิ่งใหม่ๆ และไม่รู้ว่าควรไปในทิศทางไหนเมื่อเผชิญหน้ากับสิ่งแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย ขอให้ทุกคนไม่กระวนกระวายและลองหยุดพักลงสักครู่นึงดูนะครับ เราไม่รู้หรอกครับว่า ณ ตอนนี้นาทีนี้มันอาจเป็นโอกาสที่พวกเราจะได้รับ หากเราก้าวเดินไปทีละก้าวช้าๆ อย่างสบายๆ เราอาจมีโอกาสได้ค้นพบกับสิ่งสำคัญที่เราไม่เคยรู้มาก่อนก็ได้นะครับ และสิ่งเหล่านั้นมันอาจจะกำลังเดินทางมาถึงทุกคนก็ได้ครับ

SUGA

สวัสดีครับ ผม SUGA ครับ

ความรู้สึกของผมในช่วงนี้มันเหมือนวิ่งมาสักพักนึงแล้วล้มลงเลยครับ ผมลุกขึ้นอีกครั้งและมองไปรอบๆ กลับไม่มีใคร เหมือนกับติดอยู่บนเกาะ สำหรับทุกๆ คนที่รู้สึกอึดอัดใจที่เริ่มต้นออกตัวมาได้ไม่ดี หวังว่าทุกคนจะไม่หวั่นกลัวและวิตกกังวลนะครับ จุดเริ่มต้นกับจุดจบ จุดจบกับจุดเริ่มต้นมันคือสิ่งที่เชื่อมถึงกัน มันมีหลายสิ่งที่เราทำได้จากการที่เราติดอยู่บนเกาะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการโฟกัสที่ตัวเอง และการทลายกรอบที่ตัวเองสร้างเอาไว้ คนๆ หนี่งที่รู้สึกว่าตัวเองตัวเล็กและเปราะบาง มีความฝันที่ยิ่งใหญ่ได้แค่ไหน วาดภาพที่ยิ่งใหญ่ได้แค่ไหน และก้าวไปทีละก้าวสู่ความเป็นไปได้ที่ไม่มีขีดจำกัดได้แค่ไหน หวังว่าเมื่อเราพบกันอีกครั้ง ทุกคนจะมาแสดงให้พวกเราได้เห็นนะครับ

และเพื่อที่จะทำสิ่งเหล่านั้นได้ ผมหวังว่าทุกคนจะวางมือลงจากสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ และเริ่มรับมือกับสิ่งที่ควบคุมได้นะครับ ในเส้นทางที่พวกเราใช้ชีวิต ผมเองและพวกเราทุกคนต่างก็อยู่ในสถานการณ์ที่เกินเอื้อม แต่สิ่งที่เราควบคุมได้ก็มีแต่ตัวพวกเราเองเท่านั้น มันจะเป็นอย่างไรล่ะครับถ้าเราลองเริ่มจากสิ่งที่เราควบคุมได้ดู? โอกาสของทุกคนคือสิ่งที่ไม่มีขีดจำกัดครับ ผมเองยังไม่คิดไม่ฝันเลยครับว่าจะได้มาเป็น BTS ขอบคุณครับ

JIMIN

สวัสดีครับ ผม JIMIN ครับ ก่อนอื่นเลยขอแสดงความยินดีกับการจบการศึกษานะครับ 

ความจริงแล้วผมมีความรู้สึกกังวลมากกว่าความยินดี ผมกังวลมากๆ ครับว่าทุกๆ คนจะเจ็บป่วยตรงไหน เผชิญกับความยากลำบากไหม อดทนต่อช่วงเวลาที่ยุ่งเหยิงนี้ได้ดีหรือเปล่า และสภาพร่างกายกับจิตใจโอเคไหม ผมได้แต่หวังว่าทุกคนจะสุขกายสบายดี แต่ถ้าหากสิ่งต่างๆ ไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิดแม้แต่เพียงนิดเดียว พวกเราก็ขอเป็นสิ่งเยียวยาด้วยทั้งหัวใจของพวกเราเลยครับ 

ยุนกิฮยองบอกว่าพวกเราเหมือนติดอยู่บนเกาะ ผมก็ได้แต่หวังว่าทุกคนจะไม่ยอมแพ้ลงเด็ดขาดนะครับ ขอให้จดจำไว้เลยครับว่ามีใครคนหนึ่งที่เข้าใจคุณอยู่ในประเทศที่ชื่อว่าเกาหลี และในเมืองที่ชื่อว่ากรุงโซลครับ ถึงพวกเราทุกคนจะใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน เผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่แตกต่างกัน แต่อย่างน้อยหวังว่าในช่วงเวลานี้ คำว่า ‘พวกเราจะผ่านมันไปด้วยกัน’ จะเยียวยากันและกันได้นะครับ

j-hope

สวัสดีครับ ผม j-hope ความหวังของทุกคนครับ 

สำหรับผมแล้วมันแตกต่างจากคนอื่นๆ ครับ เวลาที่เราทำเพลงและเต้น มันมีบางคราวที่เรามาถึงทางตัน หัวสมองมันว่างเปล่าจนยากที่ก้าวออกไปข้างหน้าต่อไป มันเป็นสิ่งที่เราเผชิญระหว่างทำงานครับ เมื่อไหร่ที่เป็นแบบนั้น ผมก็จะออบอุ้มตัวเองและยืนขึ้นอีกครั้งด้วยความคิดที่ว่า ‘แค่ครั้งนี้อีกครั้งนึง’ ผมเลือกที่จะเชื่อมั่นในตัวเองอีกครั้งยังไงล่ะครับ ถึงจะไม่เพอร์เฟ็ก แต่พอได้เห็นว่าตัวเองทำได้ดีกว่าครั้งแรก กว่าครั้งที่สอง กว่าครั้งที่สาม มันก็ทำให้ผมได้คิดว่า ‘ดีแล้วที่ผมไม่ยอมแพ้’ 

ทุกๆ คนเองก็คงคลางแคลงใจอยู่ตลอด ไม่ว่าจะในสถานการณ์ตอนนี้ ในคณะที่เรียน หรือในสายงานที่ทำ ว่าทางที่ตัวเองเลือกเดินสุดท้ายแล้วคือเส้นทางที่ถูกต้องหรือเปล่า สิ่งที่ตัวเองทำอยู่คือสิ่งที่ดีไหม ถ้าเดินต่อไปจะล้มเหลวหรือเปล่า ขอให้ทุกคนจดจำช่วงเวลาเหล่านั้นเอาไว้นะครับ สิ่งที่นำทางชีวิตของเราก็คือตัวเราเองนี่แหละครับ ท่องให้ขึ้นใจเลยครับว่า ‘ฉันทำได้’ ‘ฉันเอาอยู่’ ‘ฉันจะทำได้ดีอย่างแน่นอน ฉันจะทำได้ดีกว่าใครๆ’ แค่นี้เองครับ 

V

สวัสดีครับ ผม V ครับ 

ขอแสดงความยินดีกับวันที่พิเศษเช่นนี้ด้วยนะครับ พอในวันนี้ที่ย้อนกลับไปมองหลังจากหลายเหตุการณ์ผ่านไป จะมีอะไรที่ทำให้เราได้จดจำบ้างครับ ทุกคนอาจจะกำลังต่อสู้กับความเป็นจริงอยู่ในตอนนี้ แต่ผมหวังว่าทุกคนจะได้บันทึกช่วงเวลาเหล่านี้เอาลงรูปถ่ายและข้อความเอาไว้นะครับ อืมมม ตอนนั้นเป็นแบบนี้เองสินะ ตอนเดือนมิถุนายนปี 2020 มันเป็นอย่างนี้เองสินะ แล้วลองกลับไปมองมันอีกครั้งเปรียบเทียบกับสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบันดูครับ 

จริงๆ แล้วผมไม่ได้เกิดมาพร้อมพรสวรรค์ในการเต้นและร้องเพลง และไม่ใช่คนที่รู้จักอดทนเลยครับ จริงๆ แล้วผมด้อยกว่าเพื่อนคนอื่นๆ และเริ่มต้นช้ากว่าใครเขา แต่แล้วผมก็มาตกหลุมรักกับความสนุกในการเต้นและร้องเพลงครับ ความสนุกนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้ผมพยายามอย่างไม่ลดละและมาถึงจุดนี้ได้ครับ หากมีใครที่รู้สึกว่าใกล้จะเรียนจบ แล้วไม่แน่ใจว่าควรทำอย่างไรต่อไปดี ลองฟังเสียงในหัวใจของทุกคนดูสักครั้งสิครับ ถึงแม้ว่าตอนนี้จะยากลำบาก แต่ไม่ว่าอย่างไร โอกาสและโชคชะตาก็ยังรอคอเราอยู่ที่ปลายทางสักแห่งไม่ใช่หรอครับ? ผมเองก็เชื่อแบบนั้น เพราะฉะนั้นผมก็จะจดจำวันนี้เอาไว้เช่นกันครับ 

แม้ว่าวันนี้จะไม่ใช่พิธีจบการศึกษาของผม แต่ผมก็จะพายามเพื่อจดจำวันนี้เอาไว้เป็นความทรงจำดีๆ เมื่อเวลาผ่านไปครับ และผมเองก็ภาวนาว่าจะได้รับฟังเรื่องราวของทุกคนในสักวันหนึ่งนะครับ 

RM ในช่วงปิดท้ายสุนทรพจน์

ถึงผู้จบการศึกษาในปี 2020 หวังว่าเรื่องราวของพวกเราจะส่งไปถึงคุณในวันนี้นะครับ ถ้าให้พูดกันตามตรง ในขณะที่พวกเรากำลังพูดอยู่ พวกเรายังคงรู้สึกไม่มั่นใจและไม่มั่นคง เหมือนกับในวันที่เราพ้นประตูโรงเรียนมาครั้งสุดท้ายในวันจบการศึกษา หลายคนบอกว่าเราทำสำเร็จแล้วหลายอย่าง แต่เรากลับไม่ต่างอะไรไปกับวัยรุ่นคนอื่นๆ ในวัย 20 เลยครับ หมวกปริญญายังคงกดอยู่บนศีรษะของพวกเราและทำให้พวกเราต้องจ้องเขม็งเพื่อเผชิญหน้ากับความเป็นจริงอย่างลำบากใจ

เหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงเมื่อไม่นานมานี้เปลี่ยนแผนการของพวกเราโดยสิ้นเชิง ความรู้สึกของการสูญเสียและกลัดกลุ้มที่เรารู้สึก ณ ตอนนั้นยังคงอยู่กับพวกเราในวันนี้ ความหวาดกลัวต่ออนาคตที่คลุมเครือ เมื่อชีวิตประจำวันของเรากลับตาลปัตรไปหมด คือช่วงเวลาที่ทำให้เราได้ตระหนักถึงตัวเอง ตระหนักถึงสิ่งที่ทำให้ตัวเราเป็นเราอย่างถ่องแท้

ในฐานะศิลปิน พวกเราผ่อนคลายจากอารมณ์ด้วยการทำเพลง พวกเราแต่งเพลง, โปรดิวซ์เพลง และฝึกซ้อมในขณะที่นึกถึงผู้คนที่พวกเรารัก มันเชื่อมต่อไปยังโลกในช่วงเวลาที่ยากลำบาก ผมหวังว่าพวกเราจะนำรอยยิ้มและความกล้าหาญมาให้พวกคุณได้อีกครั้งผ่านบทเพลงนะครับ V เองก็เพิ่งพูดถึงการจดบันทึกและรูปถ่าย สำหรับพวกเราแล้ว หนทางในการจดจำและสื่อสารเกิดขึ้นผ่านการทำเพลง แต่สำหรับคุณมันอาจเป็นสิ่งใดก็ได้ครับ ในบทเพลงของเรา และในหัวใจของเรา ในวันที่เราหลีกหนีจากตัวเราเอง พวกเราเดียวดายแต่ก็ยังคงอยู่เคียงข้างกัน เราอาจจะมองเห็นกันและกันผ่านกล้องและจอเล็กๆ นี้ แต่เรารู้ว่าอนาคตของคุณจะผลิดอกออกผลเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และสง่างามยิ่งกว่านี้ครับ

“นักศึกษาจบใหม่, เพื่อนพี่น้อง, ครอบครัว, คณาจารย์ วันนี้พวกคุณอยู่กับเรา ณ ที่นี้ ในชั้นปีการศึกษาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ขอแสดงยินดีกับผู้จบการศึกษาในปี 2020 ทุกคนครับ”

ที่มา | BTS Commencement Speech — Dear Class Of 2020
แปลจากเกาหลีและอังกฤษเป็นไทยโดย CANDYCLOVER

Comments

What's on Instagram