แด่ผู้สูญเสียทุกคนบนยุคสมัยของเรา

แปลบทความ Weverse | กลับไปเยือน “Spring Day” อีกครั้ง หลังถูกปล่อยออกมาเป็นเวลากว่า 7 ปี โดย Myeongseok Kang

“Spring Day” นั้นไม่มีวันสิ้นสุด BTS ลงท้ายบทเพลงด้วยคำว่า “โปรดอยู่ต่อไป” มันเป็นวิธีที่พวกเขาบอกว่าเราจะได้พบกันใหม่หาก “อยู่ต่ออีกนิด” เพียงแต่ครั้งที่สองที่พวกเขาเอ่ยพยางค์ท้ายสุด สุ้มเสียงต่าง ๆ ที่คั่งค้างอยู่เบื้องหลังก็ค่อย ๆ จางหายไป คล้ายกับฉากหลังที่เปลี่ยนจากกลางวันเป็นกลางคืน เพลง “Spring Day” จบลงเมื่อเสียงของพวกเขาถูกขังไว้ในสถานที่อันอ้างว้าง ความย้อนแย้งของเพลงซึ่งการจะได้พบกันจบลงด้วยความนิ่งงันและโดดเดี่ยวกลับทุเลาเบาบางเฉพาะเมื่อเพลงถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง ห้วงเวลาภายใต้ความมืดนี้ สถานที่อันเป็นที่รักจะเริ่มเคลื่อนไปข้างหน้า ก็ต่อเมื่อ “Spring Day” ถูกบรรเลงขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมเสียงริฟฟ์และคีย์บอร์ดหลักอันแสนสงบของมัน ทว่าเราก็ทราบดีว่ายังมีความมืดมิดที่ทุกสิ่งสิ้นสุดลงคงอยู่ท้ายบทเพลง หากตรงนั้นคือที่ที่บทเพลงสิ้นสุดลง และเสียงของพวกเขาถูกขังอยู่ในความมืด เวลาก็คงไม่อาจเคลื่อนไหวไปข้างหน้าได้อีก มิวสิควิดีโอเพลง “Spring Day” เริ่มต้นด้วยภาพของ V ท่ามกลางหิมะ ฟังเสียงรถไฟที่ห่างออกไปกำลังเข้าเทียบท่า ไม่มีใครรับประกันว่า V จะไปถึง “ที่แห่งนั้น” ที่มี “คุณ” อยู่ แม้จะขึ้นรถไฟออกไปก็ตาม แต่มันคงพาเขาไปได้สักที่ ไกลจากที่ที่เต็มไปด้วยหิมะแห่งนี้ ซึ่งเขายืนอยู่เพียงลำพัง ในขณะที่เพลง “Spring Day” ค่อย ๆ ละลายห้วงเวลาที่ถูกแช่แข็งไว้ มิวสิควิดีโอก็ทำให้สถานที่เริ่มมีชีวิตขึ้นมา  ท้ายที่สุด “Spring Day” คือบทเพลงของผู้ที่ติดอยู่ในบางจุดของสถานที่และเวลา ผู้ที่ไม่สามารถไปหา “คุณ” ได้ นอกจากนี้ มันก็ยังเป็นการเดินทางอันสะเทือนอารมณ์ของการดิ้นรนก้าวเดินต่อไปจากจุดที่ว่าไว้นี้

SUGA เล่าถึงที่มาของเนื้อเพลงที่เขาเขียนไว้ในหนังสืออย่างเป็นทางการของ BTS ชื่อ BEYOND THE STORY : 10-YEAR RECORD OF BTS ว่า “ผมเกลียดเพื่อนคนนั้นชะมัดเลย” “เพราะไม่มีโอกาสได้เจอทั้งที่คิดถึงมาก ๆ น่ะครับ” นี่คือเหตุผลที่เขาร้องว่า “ก็ใช่ ที่ผมเกลียดคุณ/ คุณจากไปแล้วแต่ผมดันลืมไม่ลงสักวัน/ ผมคิดถึงคุณจากใจ/ แต่ผมจะปล่อยคุณไปให้ได้/ เพราะมันเจ็บน้อยกว่า การต้องคอยมาโกรธเกลียดคุณ” เขาไม่สามารถเจอเพื่อนที่เคยใช้เวลาด้วยกันมาได้อีกแล้ว แต่ชีวิตกลับต้องก้าวต่อไป บทเพลงพรรณนาถึงใครคนหนึ่งซึ่งโอบกอดความจริงเอาไว้หลังเป็นอิสระจากสิ่งที่เคยเกาะกุมอยู่กับหัวใจของพวกเขา คล้ายฤดูหนาวที่เยียบเย็น เขาก้าวต่อไปได้ในท้ายที่สุด แต่พวกเขาก็ยังไม่สามารถทิ้งช่วงเวลาทั้งหมดไว้เบื้องหลังหรือรู้สึกว่าควรทำแบบนั้น เสียงริฟฟ์และคีย์บอร์ดหลักเป็นไฮไลต์ในการเริ่มต้นเพลง “Spring Day” ทั้งสองเสียงนี้มีบทบาทสำคัญในการสร้างอารมณ์โวหารให้กับบทเพลง แต่เมื่อเสียงของเมมเบอร์ก้าวเข้ามา มันก็กลมกลืนไปกับฉากหลัง และเสียงต่าง ๆ ก็ค่อยถูกซ้อนทับลงไป ยิ่งเพลงถูกบรรเลงไปเท่าไหร่ เสียงทั้งสองยิ่งเคลื่อนไหวรวดเร็วขึ้นเท่านั้น เมโลดี้เร่งไปถึงบีทที่คงที่ในขณะที่ผสานเข้ากับพื้นหลังให้กับโวคอลของ BTS ประโยคที่ว่า “หัวใจแล่นผ่านกาลเวลา/ Snowpiercer อันเดียวดาย” สรุปวิธีที่ “Spring Day” ถูกถ่ายทอดได้เป็นอย่างดี ขบวนรถไฟจากนวนิยายภาพและภาพยนตร์ในชื่อเดียวกันแล่นอย่างไม่หยุดหย่อนไปตามราง ท่ามกลางความเหน็บหนาวที่ดูราวกับทอดยาวไม่สิ้นสุด นี่คือวิธีที่หัวใจอันโดดเดี่ยวแล่นผ่านกาลเวลา ขุดลอกสิ่งที่เกิดจากการสูญเสียออกมา เช่นเดียวกับช่วงเวลาเหล่านั้น ความโศกเศร้า โกรธเกลียดมากมายเท่าไหร่กันที่ SUGA เผชิญมา ก่อนที่จะสามารถพูดได้ว่า “ผมจะปล่อยคุณไปให้ได้ เพราะนั่นเจ็บน้อยกว่าการต้องคอยมาโกรธเกลียดคุณ”? เขาคงผ่านเข้าไปในวังวนแห่งความเสียใจ สงบนิ่ง แล้วกลับเข้าไปอีกครั้ง SUGA กลั่นความรู้สึกเหล่านี้ลงไปในภาษาที่ขัดเกลามาในระดับสูง เสียงของเขาถ่ายทอดคำร้องอย่างสงบ ทิ้งอารมณ์ที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นเอาไว้เบื้องหลัง ซึ่งสะท้อนผ่านทบเสียงมากมายใน “Spring Day” เมโลดี้ของเพลงไม่เคยปล่อยอารมณ์เป็นอิสระอย่างแท้จริง เมื่อเสียงหลักร้องท่อนไคลแมกซ์ “ผมคิดถึงคุณ ผมคิดถึงคุณ/ ต้องรออีกนานแค่ไหน/ ต้องผ่านอีกกี่คืนที่ไม่อาจหลับใหล” ตามด้วยเสียงต่ำและบางเบา  “Spring Day” ประมวลเอากระบวนการอันเจ็บปวดและเงียบงันของการค่อย ๆ ฟื้นฟูความรู้สึกของคนหนึ่งคนออกมาเป็นรูปเป็นร่าง—ความเจ็บปวดอันสลับซับซ้อนที่ปรากฏขึ้นมาจากชีวิตหนึ่งซึ่งไม่อาจบรรจุลงในถ้อยคำต่าง ๆ  เช่นนั้น “Spring Day” กลั่นเอากระบวนการที่แท้จริงของความเศร้าให้กลายเป็นศิลปะ คือบันทึกชีวิตของใครคนหนึ่งซึ่งกลายมาเป็นศิลปะด้วยตัวมันเอง  เมื่อใครบางคนสามารถพูดถึงความเจ็บปวดได้อย่างสงบนิ่ง นั่นไม่ได้หมายความว่าพวกเขาสิ้นสุดกระบวนการเหล่านี้แล้วเสมอไป พวกเขาเพียงกำลังพยายามอย่างเต็มที่ เพื่อออกจากสถานที่ซึ่งเวลาหยุดเคลื่อนไหว ไปสู่ที่ที่วันเวลาจะไหลผ่านมาอีกครั้ง พร้อมทั้งก็ยังเห็นอกเห็นใจผู้อื่นอยู่ได้

เมื่อบทเพลงจบลงด้วยคำว่า “โปรดอยู่ตรงนั้น” มิวสิควีดีโอลงเอยด้วยเสียงคอรัสซ้ำ ๆ ราวผู้คนกำลังส่งเสียงเป็นกำลังใจ คอรัสที่คอยสละเวทีให้กับเสียงอื่น ๆ และทำหน้าที่เป็นพื้นหลังเข้าคุมเพลงอีกครั้ง โดยครั้งนี้มาพร้อมกับกีตาร์สุดสะเทือนอารมณ์  ในมิวสิควิดีโอ เมมเบอร์ BTS ต่างยืนต่อหน้าต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง รถไฟที่พวกเขานั่งมาได้จากไปแล้ว และ Jimin ก็ถือรองเท้าไว้คู่หนึ่ง มิวสิควิดีโอจบลงที่รองเท้าคู่นั้นถูกแขวนอยู่บนต้นไม้ ต้นไม้ยังคงเปลือยเปล่า แต่รากเหง้าหยั่งสู่ผืนดิน พวกเขาออกจากรถไฟที่ดูเหมือนไม่มีวันสิ้นสุด หยั่งชีวิตสู่ผืนดินแห่งใหม่ ไม่ใช่ทุกคนจะเจอบ้านหลังใหม่ได้เช่นนี้ การสูญเสียมีแต่จะเจ็บปวดมากขึ้น เพราะมันคือความรู้สึกที่คนคนหนึ่งต้องฝืนทนครั้งแล้วครั้งเล่า ตลอดเรื่องราวสามัญที่จะเกิดขึ้นซ้ำ ๆ ในชีวิตของใครคนหนึ่ง ในขณะที่ตัวเพลง “Spring Day” แสดงถึงกระบวนการยืนหยัดและรับมือกับความสูญเสียในชีวิตประจำวัน ตัวมิวสิควีดีโอแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่เป็นไปได้ที่ปลายอุโมงค์อันมืดมิด ซึ่งอาจจะเป็นแสงสว่าง แสดงให้เห็นว่ามีเหตุผลข้อหนึ่งสำหรับการตื่นขึ้นมาในเช้าวันพรุ่งนี้ มันอาจจะไม่มีจุดหมายปลายทางที่เป็นรูปเป็นร่างในชีวิตจริงเหมือนกับในมิวสิควีดีโอ แต่เราเพาะต้นไม้ขึ้นมาในหัวใจได้ ค่อย ๆ ทำไปทีละวัน มันยังไม่ผลิใบหรอก แต่ชีวิตจะเติบโตขึ้นมาใหม่ ด้วยรากที่ฝังอยู่ในผืนดินบนหัวใจของเรา หัวใจไม่อาจซ่อมแซมให้กลับไปเหมือนเดิมได้อีกก็จริง แต่กระทั่งผืนดินที่ดูแห้งแล้ง ต้นไม้ก็ยังเติบโตได้ แล้ววันหนึ่งเราจะตระหนักได้ว่าในขณะที่เราคอยแต่มองกลับไปในอดีต เราก็มาไกลเกินกว่าที่จินตนาการไว้มากแล้ว


BTS ปล่อยเพลง “Spring Day” ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2017 ตามหลังอัลบั้ม The Most Beautiful Moment in Life (HYYH) และ WINGS ซึ่งทั้งคู่ถือเป็นไฮไลต์แรกในสายอาชีพของพวกเขา ความนิยมของพวกเขาพุ่งสูงขึ้นด้วยอัลบั้มทั้งสองของ HYYH ในปี 2015 และพวกเขาชนะรางวัล Artist of the Year ของงาน Mnet MAMA หลังปล่อยอัลบั้ม WINGS ในปี 2016  หลังปล่อย YOU NEVER WALK ALONE รวมถึง “Spring Day” ออกมาได้ไม่นาน พวกเขาก็เริ่มเปลี่ยนทิศทางดนตรีป็อบทั่วโลกไปโดยสิ้นเชิง เป็นช่วงเวลาที่พวกเขาได้รับเกียรติยศทุกอย่างที่สามารถจะจินตนาการได้ และเมื่ออนาคตที่ไม่อาจคิดฝันเริ่มต้นขึ้นมา พวกเขามองกลับไปยังทุกคนในอดีตที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันได้อีก บางคนก็ประสบความสำเร็จเหมือนกับ BTS บางคนก็ไม่อยู่ตรงนี้แล้ว “ดอกซากุระกำลังเบ่งบาน ฤดูหนาวครั้งนี้ก็จะผ่านไปเช่นกัน ผมคิดถึงคุณ ผมคิดถึงคุณ”  การสิ้นสุดของฤดูหนาวอาจกล่าวได้ว่าหมายถึงความทรงจำในอดีตจะถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง เหมือนความเจ็บปวดที่ SUGA มีต่อเพื่อนของเขา ความปรารถนาลึกซึ้งถึงคนที่ไม่อาจพบได้ถูกถ่ายทอดไว้ในท่อน “ผมคิดถึงคุณ” —พวกเขาอยากกลับไปยังช่วงเวลาเหล่านั้น แม้หมายความว่าต้องย้อนเวลากลับไปก็ตาม แต่ความเป็นจริงปลุกให้พวกเขามองไปข้างหน้าและวิ่งต่อไป  ตอนที่เดบิวต์ใหม่ ๆ พวกเขาไม่ได้เป็นที่สนใจมากนัก เพียงเพราะเป็นวงไอดอลจากบริษัทเล็ก ๆ ที่ไม่มีชื่อเสียง พวกเขาถูกมองข้ามอย่างชัดเจนก่อนจะได้รับความนิยม และก็ถูกโจมตีอย่างชัดเจนอย่างที่เจอหลังจากนั้นเลย พวกเขาปกป้องตัวเองได้เพียงจากการเป็นที่ชื่นชอบมากขึ้น ปีนป่ายให้สูงขึ้น และพยายามพิสูจน์ตัวเองต่อไป พวกเขาเผชิญความเจ็บปวดนับครั้งไม่ถ้วนระหว่างกระบวนการเหล่านี้ และจำต้องปีนขึ้นไปให้สูงขึ้นอีก มีแต่ต้องมองไปข้างหน้าลูกเดียว  ความสำเร็จของ HYYH ถึง YOU NEVER WALK ALONE สะท้อนประสบการณ์ชีวิตของคนยุคมิลเลนเนียลตอนปลายและเจนฯซีชาวเกาหลีใต้หลายคนในเวลานั้น คนแทบทั้งเจเนอเรชันต้องเข้าร่วมการแข่งขัน บางคนรอด บางคนจมหายไป— ไม่ว่าจะเป็นไอดอล คนที่กำลังเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย หรือพยายามให้ได้งานดี ๆ เด็กบางคนไปยืนตรงที่จุดเริ่มต้นไม่ได้ด้วยซ้ำ  HYYH เก็บกุมประสบการณ์ของวัยเยาว์เหล่านั้นเอาไว้ ในขณะที่ WINGS แสดงถึงหนุ่มสาวที่กลับมาพบกันใหม่หลังวันอันยากลำบาก  “Spring Day” คือคำอธิษฐานถึงทุกคนที่จากไประหว่างทาง และรูปแบบการปลอบโยนอันบริสุทธิ์สูงสุดสำหรับทุกคนที่ยังรอด แม้แต่คนที่อยู่ตรงนี้ก็ยังถูกย้ำเตือนถึงการสูญเสียของพวกเขาอยู่ร่ำไป แต่เรากลับต้องผลักมันไปข้างหน้าจนกว่าจะสิ้นสุดฤดูหนาว สู่ที่ที่ต้นไม้จะผลิดอกออกใบ  “Spring Day” คือบทเพลงสำหรับผู้ที่รับเอาโชคชะตาแห่งการเดินหน้าสู่อนาคตเรื่อยไป พร้อมโอบอุ้มความโศกเศร้าจากวันเก่าเอาไว้ในหัวใจของพวกเขาเอง เพลงเก็บเอาแกนชีวิตที่คนเกาหลีใต้ดำเนินอยู่เอาไว้ พวกเขาเอาแต่วิ่งไปข้างหน้าเพื่อคว้ารางวัล ไม่มีพักหายใจ—ประสบการณ์ซึ่งนำไปสู่การสูญเสียอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ก็ยังทนกันไป น้ำตาไหล แต่มองย้อนกลับไปไม่ได้

นับตั้งแต่ “Spring Day” ถูกปล่อยออกมาเมื่อ 7 ปีก่อน มันไม่เคยหลุดชาร์ตรายวันของ Melon เลยสักครั้ง ซึ่งนั่นคือชาร์ตจากผู้ให้บริการเพลงที่มีผู้ใช้งานมากที่สุดในเกาหลี ความปรารถนาที่จะทำเพลงที่ “อยู่กับคนเกาหลีไปได้นาน ๆ” อย่างที่ RM หวังไว้ อ้างอิงจากในหนังสือ BEYOND THE STORY : 10-YEAR RECORD OF BTS กลายเป็นจริงขึ้นมา  7 ปีที่ผ่านมา บางคนอาจตะโกนไม่ยั้งในขณะที่ฟังเพลงซ้ำแล้วซ้ำเล่า บางคนอาจจะได้ฟังเป็นครั้งแรกเมื่อพวกเขาฟื้นกลับคืนมาก้าวต่อไปข้างหน้าได้ในท้ายที่สุด โดยยังมีสัมภาระอยู่ในหัวใจของพวกเขา ในขณะเดียวกัน ความหมายของฤดูใบไม้ผลิในเกาหลีเองก็เปลี่ยนแปลงไป เช่นเดียวกับบทเพลงที่กล่าวถึงมัน ใบไม้ผลิถูกทำให้พ้องความหมายกับความคาดหวังถึงอนาคตที่ดีขึ้นในวันข้างหน้า ทว่าคาบเกี่ยวกับความทรงจำแห่งการสูญเสียเช่นกัน นี่คือบทพิสูจน์ว่าคนหนุ่มสาวทั้งหลายรวมถึง BTS ได้เติบโตขึ้นแล้ว ทุกคนต่างพบเจอความสูญเสีย ทุกคนต่างเสียใจ แต่บางคนจะไม่ลืมและจะเพาะต้นไม้ขึ้นมาบนหัวใจ บนความทรงจำของใครบางคนที่พวกเขาจะไม่ยอมปล่อยไป  j-hope เคยแสดงโซโล่แดนซ์อันเป็นที่เลื่องลือไว้ใน “‘Boy Meets Evil’ Comeback Trailer” ประกาศจากอัลบั้ม WINGS ท่อนร้องมาถึงท่อนแรป “ลมหายใจของฉันขาดห้วง หลับตาลงบนความจริงที่พลิกผันในค่ำคืนนี้” ถูกเอ่ยออกมาระหว่างท่วงท่าที่ทรงพลังและหมดจด j-hope ทำให้เห็นภาพความยากลำบากของวัยเยาว์ที่เผชิญหน้ากับการล่อหลอกของโลกใบนี้ ในตอนที่วงต้องรับมือกับการโจมตีไม่มีที่สิ้นสุด ตารางงานที่รัดตัวขึ้นเรื่อย ๆ รวมทั้งความกดดันให้ปีนป่ายขึ้นไปอีกก็ยังคงอยู่ แต่เมื่อมาที่ “Spring Day” เขานำเต้นสไตล์คอนเทมโพรารี่หน้าเวทีร่วมกับ Jimin การเต้นของเขาลื่นไหลไม่มีพัก เช่นเดียวกับตัวเพลงที่ก้าวต่อไป พร้อมความเศร้าจากการสูญเสียในอดีตซึ่งถูกฝังลงบนจิตใจ นี่นับเป็นจุดเริ่มต้นของการแสดงเทมโพรารี่แดนซ์อันเป็นเอกลักษณ์ของ BTS ซึ่งจะเห็นได้ในภายหลังกับเพลง “Black Swan”  หลังจากเพลง “Spring Day” พวกเขาตอบแทนความรักที่ได้รับมาด้วยซีรีส์ “LOVE YOURSELF” ผู้คนที่จำต้องเติบโตขึ้นมาแม้ว่าแผลเป็นยังคงอยู่ ต่างกลับมาและใคร่ครวญถึงช่วงเวลาที่ซึ่งเพื่อน ๆ และผู้คนแห่งยุคสมัยประสบความสูญเสียและก้าวผ่านมันมา พวกเขาขนสัมภาระไปพร้อมกับโอบกอดผู้คนที่พบเจอระหว่างทาง เช่นนี้พวกเขาจึงเป็นผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่ที่มีเมตตา “Spring Day” สรรเสริญการก้าวขึ้นมาของหนุ่มสาวที่เคยพบกับความเจ็บปวด และบทเพลงที่กล่าวถึงความโศกเศร้าที่สุดในความทรงจำของพวกเขาก็กลายมาเป็นบทเพลงสากลที่สุดซึ่งนิยามยุคสมัยทั้งหมดของเราเอาไว้

.

EN/TH by Toei | https://magazine.weverse.io/article/view?num=1020&lang=en

To Inform | acupofbts.toei@gmail.com

About the Author /

acupofbts.toei@gmail.com

drinking a cup of hot tea, looking up to the galaxy, you’ll be alright.

Post a Comment