แถลงข่าวคอนเสิร์ต BTS Permission to Dance on Stage – LA

“ไม่ว่าจะมีอุปสรรคแบบไหน พวกเราก็จะไม่หวั่นกลัว และจะเดินหน้าฟันฝ่าอุปสรรคเหล่านั้นต่อไปครับ”

Big Hit Music

วันนี้ (29 พฤศจิกายน) BTS เปิดงานแถลงข่าวคอนเสิร์ต BTS Permission to Dance on Stage – LA ที่สนามกีฬา SoFi Stadium ให้สัมภาษณ์กับบรรดาสื่อมวลชนทั้งเกาหลีและต่างชาติ ในเวลา 5:00น. ไทย หรือวันที่ 28 พฤศจิกายน 14:00น. ตามเวลาท้องถิ่นอเมริกา

✦ กล่าวทักทายและกล่าวความรู้สึกที่ได้จัดคอนเสิร์ต

V: พวกเรารู้สึกดีใจจริง ๆ ครับที่ได้จัดคอนเสิร์ตแบบที่ได้พบเจอหน้ากันเช่นนี้ในรอบ 2 ปี สำหรับพวกเราแล้ว ช่วงเวลา 2 ปีมาจนถึงตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่ทั้งเศร้าและเหนื่อยเอามาก ๆ เพราะชีวิตที่ควรเป็นไปตามธรรมดากลายเป็นสิ่งที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ แต่เพราะคอนเสิร์ตที่จะจัดขึ้นในวันนี้ เราก็ตั้งตารอและเตรียมตัวมามากมายเลยครับ เราจึงมาพร้อมกับความตื่นเต้นที่มีอยู่เต็มอก และอยากจะส่งเอเนอร์จี้แห่งความสุขไปให้อาร์มี่และนักข่าวทุกท่านครับ

SUGA: ผมรู้สึกตื่นเต้นพอสมควรที่ได้มาเล่นคอนเสิร์ตแบบเจอหน้ากันในระยะเวลาเกือบ ๆ 2 ปีหลังจากที่เกิดสถานการณ์โรคระบาด ระหว่างที่เล่นคอนเสิร์ตเมื่อวาน ผมรู้สึกขึ้นมาว่า ‘อา นี่ผมฝันไปรึเปล่า’ แล้วก็รู้สึกเครียดมากด้วยครับ เพราะไม่ได้เล่นคอนเสิร์ตมานาน เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นตลอดนับตั้งแต่เดบิวต์ที่เกาหลีเมื่อ 8 ปีที่แล้ว และเดบิวต์ที่อเมริกาเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ตลอด 2 ปีที่เราจัดคอนเสิร์ตไม่ได้ คิด ๆ ดูแล้วก็ไม่มีสิ่งไหนที่เราได้มาง่าย ๆ เลยครับ เราฟันฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ ด้วยความอุตสาหะของพวกเรามาเสมอ และคอนเสิร์ตครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน ระหว่างที่เล่นคอนเสิร์ต ผมก็เลยรู้สึกว่าจุดแข็งของ BTS คือการที่เราสามารถเผชิญหน้าด้วยความอุตสาหะของเราอย่างไม่หวั่นกลัว ไม่ว่าจะมีอุปสรรคใด ๆ ฉะนั้นผมจึงอยากจะบอกว่าเราจะท้าทายและฟันฝ่าต่อไปแม้ว่าจะมีอุปสรรคเหล่านี้อีกในอนาคตก็ตาม และผมก็หวังว่าจะโฟกัสกับคอนเสิร์ตครั้งนี้กัน เพราะเราเตรียมงานกันมาอย่างเต็มที่เลยครับ

Jin: ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่จัดงานแถลงข่าวคอนเสิร์ต นับตั้งแต่คอนเสิร์ตที่สนามกีฬาเวมบลีย์ ผมก็เลยรู้สึกตื่นเต้นมาก ๆ ผมขอขอบคุณนักข่าวทุกท่านมาก ๆ ที่เดินทางไกลมาเยี่ยมเยียนพวกเราเสมอเลยครับ ผมหวังว่าคอนเสิร์ตครั้งนี้จะเป็นโอกาสให้เราได้พบอาร์มี่ทุกคนและได้เล่นคอนเสิร์ตมากขึ้นครับ และหลังจากคอนเสิร์ตครั้งนี้ เราเองก็อยากเปิดและมีแพลนเปิดคอนเสิร์ตที่เกาหลีด้วย เพราะฉะนั้นคอยติดตามและให้ความสนใจกับคอนเสิร์ตที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วยนะครับ

Jung Kook: ผมขอขอบคุณที่สละเวลาอันมีค่ามาให้พวกเรานะครับ เมื่อปีที่ผ่านมาต่อเนื่องมาจนถึงปีนี้ เราได้รับความรักมากมาย หลังจากเกิดสถานการณ์โรคระบาด เราปล่อยเพลงที่บรรจุความหวังและคำปลอบโยนเพื่อหวังว่าจะฟันฝ่าช่วงเวลาเหล่านี้ไปให้ได้ แต่เมื่อมีผู้คนมากมายให้ความรักกับเรา ๆ จึงได้รับพลังใจอย่างยิ่งเลยครับ เราจะพรั่งพรูเอเนอร์จี้นั้นออกมาในคอนเสิร์ตวันนี้เลยครับ

RM: ผมรู้สึกทราบซึ้งใจจริง ๆ ครับที่ได้เจอกับนักข่าวทุกท่านตัวเป็น ๆ หลังจากห่างหายกันไปนาน ตอนที่ได้เห็นแฟน ๆ เมื่อวานก็รู้สึกซาบซึ้งใจเหมือนกันครับ เมื่อไม่กี่วันมานี้เราได้รับรางวัลใหญ่ (แทซัง) จากงานประกาศรางวัล American Music Awards (AMAs) และเข้าชิงรางวัล GRAMMYs ซึ่งเป็นผลงานที่ทรงคุณค่าอย่างยิ่งสำหรับศิลปิน แต่ผมคิดว่าในฐานะศิลปินที่แจ้งเกิดจากเกาหลี มันก็ยังคงมีข้อจำกัดในเรื่องของภาษา แนวเพลง และอัตลักษณ์ความเป็นเกาหลีอยู่ แต่เราก็พยายามใส่สิ่งที่เราทำได้ดีลงไปในเพลงและการแสดงอย่างจริงใจ แล้วก็เหมือนกับว่าช่วงเวลาเล็ก ๆ เหล่านั้นหลอมรวมเข้าด้วยกันจนส่งผลให้เกิดปาฏิหาริย์ในวันนี้ครับ พวกเราเริ่มทัวร์คอนเสิร์ตอีกครั้งในระยะเวลาเกือบ ๆ 2 ปี การได้เล่นคอนเสิร์ตแบบที่ได้เจอหน้ากัน มันทำให้ผมรู้สึกเหมือนเริ่มต้นหน้าบทใหม่ สถานการณ์โรคระบาดตลอด 2 ปีที่ผ่านมานั้นเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสำหรับพวกเราทุกคน ผมคิดว่ามันคงไม่ใช่ช่วงเวลาที่ง่ายสำหรับทั้ง BTS ทั้งอาร์มี่ และนักข่าวทุกท่าน แต่เราก็อยากแสดงให้เห็นผ่านคอนเสิร์ตครั้งนี้ครับว่าตลอด 2 ปีที่ผ่านมานั้นพวกผมเติบโตขึ้นอย่างไรบ้าง ขอบคุณที่มาอยู่กับพวกเรา ณ ที่แห่งนี้ครับ

Jimin: เราได้กลับมาเล่นคอนเสิร์ตออฟไลน์ในรอบ 2 ปี ขอบคุณนักข่าวทุกท่านที่มากันในวันนี้มาก ๆ เลยนะครับ ตลอดช่วงที่ผ่านมาที่ไม่ได้พบเจอกับแฟน ๆ โดยตรง มันเป็นช่วงเวลาที่ผมรู้สึกห่อเหี่ยวไร้เรี่ยวแรง และหดหู่พอสมควรเลยครับ เราปล่อยเพลงใหม่ ๆ เพลงออกมาอย่างต่อเนื่อง และลองทำอะไรหลายอย่างเพื่อทำในสิ่งที่เราทำได้ และตั้งใจทำอะไรต่อมิอะไรหลายอย่างเพื่อให้หลาย ๆ คนที่อยู่ในยามนี้ร่วมกันได้รับการปลอบโยน และเพื่อให้ตัวเราได้รับการปลอบโยนไปด้วย พอได้กลับมายืนอยู่บนเวทีที่มีแฟน ๆ หลังจากที่เราห่างหายกันไปนาน มันทำให้ผมรู้สึกมาก ๆ เลยว่าเราได้กลับมายังที่เรา ๆ ควรอยู่อีกครั้งแล้ว ผมเองก็หวังว่าหลาย ๆ คนจะได้กลับไปยังที่ของตัวเองและเริ่มต้นใหม่ได้ในเร็ววันครับ

j-hope: ผม j-hope ความหวังของนักข่าวทุกท่านเองครับ ยินดีที่พบทุกท่านตัวเป็น ๆ เช่นนี้มาก ๆ เลยครับ หลังจากเข้าร่วมงานประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ พวกเราก็กลับมา(ยังสหรัฐอเมริกา)อีกครั้งเพื่อมาเล่นคอนเสิร์ต จริง ๆ แล้ว เราก็ทำตัวไม่ถูกเหมือนกันกับการเป็นกระบอกเสียงของคนเจเนอร์เรชั่นหนึ่ง แต่เราคิดว่ามันคือความรับผิดชอบที่ประเมินค่าไม่ได้ เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้แบ่งปันเสียงนั้นผ่านงานเพลง คิด ๆ ดูแล้วผมว่ามันก็คือพลังและเอเนอร์จี้ที่อยู่ในเพลงของ BTS ครับ ในคอนเสิร์ตครั้งนี้เราก็พยายามนำเสนอพลังและเอเนอร์จี้ของงานเพลงอย่างมาก หวังว่าจะสนุกสนานกันนะครับ คอนเสิร์ตครั้งนี้เป็นคอนเสิร์ตออฟไลน์ที่เราไม่ได้จัดมานานแล้ว ได้ยินว่านอกจากแฟน ๆ ชาวอเมริกันก็มีแฟน ๆ ชาวเกาหลีแวะเวียนมากันมากมายเลย หวังว่าจะลืมความรู้สึกที่เหนื่อยล้าและหดหู่จากสถานการณ์โรคระบาดทิ้งไป และมาสนุกสุดเหวี่ยงกันครับ

✦ รู้สึกเครียดไหมหลังห่างหายจากการเล่นคอนเสิร์ตไปนาน? ต้องอาศัยเวลาปรับตัวสำหรับทำการแสดงไหม? หรือฟีลลิ่งในการทำการแสดงมันกลับมาไหม?

wikitree.co.kr / Big Hit Music

Jin: จริง ๆ พวกเราก็ไม่ได้เล่นคอนเสิร์ตมา 2 ปีแล้ว ก่อนเล่นคอนเสิร์ต พวกเราเมมเบอร์มีเวลาพูดคุยกันในห้องรับรอง เราพูดกันบ่อยที่สุดว่าพอเห็นหน้าผู้ชมตอนแสดงเพลง ON ซึ่งเป็นเพลงเปิดการแสดงแล้วคงจะร้องไห้กันแน่ ๆ เราไม่ได้เจอแฟน ๆ มานานก็เลยต้องฝึกซ้อมกันเยอะพอสมควรเพราะเกรงว่าจะทำการแสดงผิดพลาด เมมเบอร์เองก็เครียดและเตรียมตัวกันมาเยอะเพราะไม่ได้เจอผู้ชมมาตั้ง 2 ปี แต่ถึงจะพูดคุยกันไปอย่างนั้น ก็ไม่มีใครร้องเลยครับ

j-hope: ผมเกือบร้องนิดนึงนะ

V: ผมน้ำมูกไหลเลยนะครับ

✦ ถึงจะบอกว่าไม่ได้เสียน้ำตาแต่หลังจบคอนเสิร์ตเมื่อวาน มันกลับให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไป หลังจากการแสดงจบลงไปรู้สึกถึงอะไรเป็นอย่างแรก? แล้วก็หลังจากคอนเสิร์ตวันแรก ทราบว่ามีเมมเบอร์หลายคนมาไลฟ์พูดคุยกับแฟน ๆ ด้วย คุณ V เองก็เล่าว่าชอบเพลงแจซและอยากลองทำเพลงแนวอื่นดูบ้าง ไม่ทราบว่าในอนาคตข้างหน้ามีแพลนจะทำเพลงแนวต่าง ๆ ที่ยังไม่เคยลองทำมาจนถึงปัจจุบันไหม? และก่อนที่จะหมดปีนี้ มีแพลนจะปล่อยอัลบั้ม หรือปล่อยซิงเกิ้ลกับมิกซ์เทปไหม?

wikitree.co.kr / Big Hit Music

Jimin: จริง ๆ แล้วพอคอนเสิร์ตรอบแรกเมื่อวานจบลงไป ผมกลับความรู้สึกเสียดายมาก ๆ เลย ผมอุตส่าห์รอคอยแต่วันที่จะได้เจอแฟน ๆ ตลอด 2 ปีมานี้ ระหว่างเตรียมคอนเสิร์ต ผมทั้งเครียดทั้งกลัว และรู้สึกว่าระยะเวลา 2 ปีมันยาวนานกว่าที่คิดเสียอีกครับ เพราะฉะนั้นผมถึงผมกังวลมากว่าตอนเจอแฟน ๆ ต้องแสดงสีหน้ายังไง แสดงท่าทางแบบไหน ต้องพูดอะไร ต้องถ่ายทอดความรู้สึกมากขนาดไหน แล้วพอได้เจอพวกเขาจริง ๆ ผมกลับแสดงความรู้สึกออกมาไม่ได้เท่าที่กับที่ตั้งใจไว้ ผมก็เลยรู้สึกเสียดายครับ ผมก็เลยคิดว่าวันนี้จะลองทำใจให้สบายครับ

wikitree.co.kr / Big Hit Music

V: (สำหรับงานเพลง) ผมคิดว่างานเพลงของ BTS คล้ายคลึงแต่ก็มีความแตกต่างจากสไตล์งานเพลงของผม ผมโตมากับการฟังเพลง และช่วงนี้ก็ชอบเพลงบลูส์กับแจซเป็นพิเศษ ผมก็เลยลองทำเพลงดูเพราะคิดว่าอยากจะถ่ายทอดความรู้สึกด้วยอะไรเหล่านี้ดูบ้าง แต่มันก็ยากเพราะผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญอะไรแบบนี้ สักวันหนึ่งหวังว่าวันที่ผมสามารถนำเสนอเพลงแนวนี้ได้จะมาถึงครับ

j-hope: ผมเป็นคนที่ทำงานเพลงโดยไม่แบ่งแยกแนวเพลงครับ ซึ่งผมก็พยายามนำแนวเพลงมาต่อยอดในมิกซ์เทปอย่างมากเลย ผมจะตั้งใจทำงานเพื่อให้ได้ผลงานดี ๆ ออกมา แต่ก็ไม่มั่นใจเท่าไหร่ครับว่าจะได้ปล่อยผลงานภายในปีนี้

✦ รู้สึกอย่างไรที่ได้ทำการแสดงแบบออฟไลน์ที่ AMAs เป็นที่แรกหลังจากมาเยือนอเมริกา และเล่นคอนเสิร์ตไปเมื่อวาน?

Jung Kook: จนกระทั่งก่อนจะเริ่มงาน AMAs ตอนนั้นผมก็ยังไม่อยากจะเชื่อเลยครับ ผมพูดอยู่เสมอว่าเสียงเชียร์ของอาร์มี่ทำให้เรามีกำลังใจที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งคอนเสิร์ตเมื่อวานนี้มีส่วนช่วยอย่างมากเลย คุณค่าของเชียร์ทั้งในคอนเสิร์ตหรืองานประกาศรางวัลมันยิ่งใหญ่มากทั้งคู่เลยครับ เราเองก็ตื่นเต้นเพราะเสียงเชียร์มาก ๆ เหมือนกัน และมันก็เป็นสิ่งที่ทำให้เราโชว์การแสดงดี ๆ ออกมาได้ครับ

หลังจากได้รับรางวัล Billboard Music Awards เป็นครั้งแรกเมื่อปี 2017 พวกคุณปล่อยแทร็ก Skit: 망설임과 두려움 (Hesitation and Fear) ออกมา ตอนนั้นคุณเล่าความกังวลใจว่าไม่รู้ต้องก้าวขึ้นไปที่ไหนต่ออีก หรือเวลาลง จะลงไปมากขนาดไหน อยากทราบว่าในตอนที่ได้รับรางวัลใหญ่ (แทซัง) จากงาน AMAs ความลังเลและหวาดกลัวนั้นมันยังคงอยู่หรือหายไปแล้ว และคิดเห็นอย่างไรกับ ฮวายังยอนฮวา (ช่วงเวลาที่สวยงามที่สุด) ในชีวิตของ BTS ที่ดำเนินต่อเนื่องอย่างไม่รู้จบมาเป็นปีที่ 4 แล้ว

wikitree.co.kr / Big Hit Music

SUGA: ความจริงแล้วเมื่อเทียบกับตอนนั้น ความหวาดกลัวและความลังเลมันไม่ได้คลี่คลายเป็นปลิดทิ้งแล้วหรอกครับ ผมคิดว่าทั้งความหวาดกลัวและความลังเลยังคงมีอยู่เป็นของคู่มนุษย์ที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่สิ่งที่ต่างออกไปจากตอนนั้น หนึ่งในสิ่งที่เราเปิดปาดพูดออกมาหลังจากเกิด COVID-19 ก็คือว่า ทำไมตอนนั้นเราถึงไม่ได้เพลิดเพลินไปกับสิ่งที่เราได้รับมา พอถึงสถานการณ์ที่เราไม่สามารถเพลิดเพลินกับอะไรได้จริง ๆ เราถึงได้พูดคุยกันว่าทำไมตอนนั้นถึงไม่ได้เพลิดเพลินและยอมรับกับสิ่งที่ได้มาให้เต็มที่ ดังนั้นเราจึงรู้สึกยินดีกับรางวัลแทซังงาน AMAs ที่เราได้รับอย่างเป็นพิเศษ เรายินดีมาก ๆ ที่ได้เจอกับผู้ชมในรอบ 2 ปี แถมยังรู้สึกยินดีที่ทำผลงานได้ดีอีกด้วย ใจนึงผมก็รู้สึกโล่งอกที่จะได้เพลิดเพลินกับสิ่งเหล่านี้ครับ ผมรู้สึกขอบคุณมากที่ถือว่าสิ่งเหล่านี้เป็นฮวายังยอนฮวาที่ดำเนินต่อเนื่องมาหลายปี เวลาเราได้มาพบกับสื่อหรือให้สัมภาษณ์ที่ไหนในอเมริกา เราได้รับคำถามบ่อยมากว่า ‘เราเดินหน้าทำงานไปพร้อมแฟน ๆ ที่มีแพชชั่นขนาดนี้มาได้ยังไง’ ซึ่งผมว่าที่เราอยู่มาด้วยกันได้ยาวนานเป็นเพราะมีแฟน ๆ ทุกคนที่อยู่มาด้วยกันกับพวกเรานี่ล่ะครับ ระหว่างเล่นคอนเสิร์ตเมื่อวานนี้ผมรู้สึกได้เลยล่ะครับ และเป็นวันที่ผมได้ตระหนักอีกครั้งว่า ‘พวกเราอยู่มาได้เพราะท่าที เพราะการกระทำของพวกเขาเหล่านี้ เพราะสุ้มเสียงของกลุ่มคนกลุ่มนี้’

อย่างที่ทราบกันดีว่ามีอาร์มี่มาคอนเสิร์ตครั้งนี้กันมากมาย มีอะไรอยากส่งถึงเหล่าอาร์มี่ที่ไม่มีโอกาสได้มาดูคอนเสิร์ตครั้งพิเศษที่จัดขึ้น 4 วันครั้งนี้ไหม?

wikitree.co.kr / Big Hit Music

Jung Kook: อันดับแรก ผมอยากบอกกับอาร์มี่ที่ไม่มีโอกาสได้มาว่าเราเองก็รู้สึกเสียดายมาก ๆ ที่ไม่ได้เจอพวกเขา หวังว่าเราเองก็จะได้เล่นคอนเสิร์ตมากขึ้นไว ๆ ครับ หากเรามีโอกาส ก็อยากจะไปเยือนหลาย ๆ ที่เพื่อโชว์คอนเสิร์ตให้สมกับที่เราไม่ได้เจอกับแฟน ๆ เลยสักครั้งมาตลอด 2 ปีครับ เรารู้สึกเสียดายมากที่สถานการณ์มันไม่เอื้ออำนวย แต่ถึงยังไงเราก็จะทำการแสดงอย่างเต็มที่เพื่อคนที่มาดูพวกเรา หวังว่าวันที่เราจะเจอเหล่าอาร์มี่กันต่อหน้าต่อตามากขึ้นจะมาถึงในเร็ววัน มันเป็นหนึ่งในสิ่งที่ศิลปินอย่างเราต้องการมากที่สุดแล้วครับ

✦ ในปี 2020 มีประเด็นความเกลียดชังชาวเอเชียเกิดขึ้น ท่ามกลางสถานการณ์นั้นถ้อยคำและอิทธิพลเชิงบวกของ BTS มีส่วนช่วยอย่างมากทีเดียว อยากทราบว่าคิดว่าอิทธิพลเชิงบวกและบทบาทของ BTS มีอิทธิพลต่อความเกลียดชังที่มีต่อชาวเอเชียอย่างไร

wikitree.co.kr / Big Hit Music

RM: ผมรู้สึกถึงความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่อยู่เสมอต่อการเอ่ยถึงประเด็นนี้ในฐานะชาวเอเชียคนหนึ่ง ถึงผมจะไม่ได้เกิดและเติบโตในต่างประเทศ แต่ก็พบเจออุปสรรคต่าง ๆ มามากมายระหว่างที่ทำงานในต่างประเทศ ให้อธิบายถึงอุปสรรคเหล่านี้เป็นคำพูดนั้นมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยครับ เพราะมันมีทั้งสิ่งที่เห็นได้ชัดและสิ่งที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า เมื่อหวนนึกถึงเส้นทางที่เดินมาจนถึงตอนนี้ ผมจึงยิ่งรู้สึกเป็นเกียรติที่งานเพลงของเราสร้างขวัญกำลังใจให้กับชาวเอเชียที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศ หากเราเป็นกระบอกเสียงให้กับประเด็น Asian Hate ได้ เราก็อยากเป็นกระบอกเสียงให้กับประเด็นนี้อยู่เสมอ และคิดว่าคงจะดีถ้าเรามีโอกาสทำในสิ่งที่เราทำได้ครับ ขอบคุณสำหรับคำถามครับ

✦ LA ชุลมุนวุ่นวายไปหมดเพราะพวกคุณ BTS จะมาเยือน ทั้งสนามกีฬา SoFi Stadium, โรงแรง, สนามบิน, ร้านอาหารเกาหลี ไปจนถึง Hollywood Walk of Fame ที่ถนน Hollywood Boulevard ก็มีอาร์มี่ต่อแถวเรียงราย ไม่กี่วันมานี้สถานีโทรทัศน์ LA ก็รายงานข่าวเกี่ยวกับ BTS ทั้งเช้าทั้งเย็น สถานะของ BTS ต่างออกไปจากครั้งที่พวกคุณมาทำการแสดงที่สนามกีฬา Rose Bowl Stadium เมื่อไม่กี่ปีก่อน เห็นปฏิกิริยาเหล่านี้แล้วรู้สึกอย่างไรบ้าง?

SUGA: จริง ๆ แล้วทัวร์สเตเดียมเมื่อปี 2019 สเกลใหญ่กว่าตอนนี้ครับ หลังจากที่เกิดโควิด 19 เราครุ่นคิดกันว่ามีอะไรที่เราทำได้บ้าง เพลงที่เราปล่อยออกมามีเพลง Dynamite, Butter และ Permission to Dance ซึ่งก็ได้รับความรักมากมายจากผู้คนทั่วโลก สเกลคอนเสิร์ตครั้งนี้ไม่ได้ต่างไปจากครั้งนั้นมากนัก แต่กลับให้การตอบรับกันอย่างพลุ่งพล่านยิ่งกว่ามาก มันก็คงจะเป็นเพราะพวกเราไม่ได้เล่นคอนเสิร์ตมา 2 ปีด้วย ตอนอยู่ที่เกาหลี เราได้แต่บันทึกเทปเพลง Dynamite, Butter และ Permission to Dance โดยที่ไม่มีผู้ชมไปเรื่อย ๆ มันทำให้เราคิดอยู่บ่อย ๆ เลยว่า ‘ถ้าได้เห็นปฏิกิริยาตอบรับจริง ๆ จะเป็นยังไงนะ?’ พอได้เห็นว่าปฏิกิริยาตอบรับมันยิ่งกว่าที่เราคิดไว้ เราจึงยิ่งรู้สึกยินดีและมีความสุขครับ

Jung Kook: ทุก ๆ คนไม่สามารถทำงานอดิเรก ทำในสิ่งที่ตัวเองทำอยู่ หรือเจอผู้คน ซึ่งเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้ สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับพวกเราคือการทัวร์คอนเสิร์ต พอเราไม่สามารถทัวร์ได้ สิ่งเหล่านี้ทั้งคอนเสิร์ตหรืองานประกาศรางวัลมันจึงมีค่ากับเรามากยิ่งขึ้นครับ

✦ ตอนกล่าวความรู้สึกระหว่างรับรางวัลที่งาน AMAs คุณ Jung Kook ทิ้งท้ายไว้ว่า ‘Focus on…’ หลังจากนั้นก็ไม่ได้กล่าวอะไรต่อ อยากทราบว่าในตอนนั้นอยากจะพูดอะไร?

Jung Kook: มันน่าอายมากเลยครับ แต่จริง ๆ เหลือแค่อีกสามคำเอง (หัวเราะ) ผมจะพูดต่อว่า ‘Enjoy every moment’ ครับ

✦ อยากทราบว่ารู้สึกอย่างไรที่ได้เข้าชิงรางวัล GRAMMYs ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2

SUGA: ผมยังแอบรู้สึกงง ๆ ที่ได้เข้าชิงรางวัล 2 ปีซ้อนอยู่เลยครับ ผมโตมากับงาน GRAMMYs ใจนึงก็เลยตื่นเต้น ใจนึงก็คาดหวัง แน่นอนว่ามันไม่ง่ายเลย มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะได้เข้าชิงรางวัลหรือชนะรางวัล แต่ผมก็รู้สึกขอบคุณที่ยังมีอุปสรรคให้เราได้ก้าวข้าม ยังมีสิ่งต่าง ๆ ให้เราได้ท้าทายครับ ก็หวังว่าเราจะก้าวข้ามอุปสรรคครั้งนี้ไปได้ครับ

Jin: รางวัลที่เรายังไม่เคยได้รับก็คือ GRAMMYs ที่เราพูดแบบนี้ไม่ได้หมายความว่าเราไม่รู้สึกยินดีตอนได้รับรางวัลอื่นนะครับ แต่เพราะ GRAMMYs คือรางวัลที่เรายังไม่ได้รับ ก็เลยอยากจะได้รับรางวัลนี้ดูสักครั้งน่ะครับ

SUGA: มีสุภาษิตเกาหลีกล่าวเอาไว้ว่า ‘ไม่มีต้นไม้ต้นใดไม่โค่นลงเมื่อถูกตัด 10 ครั้ง’ (열 번 찍어 안 넘어가는 나무 없다 หมายความว่า ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น)

V: ถ้าเราตัด 10 ครั้งจินฮยองก็คงอายุ 40 ครับ

Jin: ไม่ถึง 40 นะ 38 ต่างหาก

✦ แม้กระทั่งในปี 2017 พวกคุณเคยบอกไว้ว่าความสำเร็จที่ทำได้ ณ ตอนนั้นมันเหลือเชื่อ และหลังจากนั้นมาพวกคุณก็ประสบความสำเร็จอีกมากมาย พวกคุณอ่อนน้อมถ่อมตนอยู่เสมอ แต่ในขณะเดียวกันก็มีความเชื่อมั่นในตนเอง อยากทราบว่าพวกคุณรักษาความจริงใจที่มีต่อตนเองอย่างไร ทั้ง ๆ ที่ประสบความสำเร็จมากมายขนาดนี้

wikitree.co.kr / Big Hit Music

j-hope: ผมเป็นคนไม่ตั้งกฎเกณฑ์กับความสำเร็จเท่าไหร่ครับ เพราะพอปรับไปตามกฎเกณฑ์เหล่านั้น รังแต่จะทำให้เหน็ดเหนื่อยทั้งกายและใจครับ หากอยู่อย่างพึงพอใจกับชีวิต สภาพการณ์ และความรู้สึกของตัวเองในตอนนี้ ผลลัพธ์ของงานเพลงมันก็จะออกมาเองตามธรรมชาติ ผมพยายามจะสำรวมและสร้างความมั่นใจให้กับตัวเองครับ

RM: ไหน ๆ ก็เป็นคำถามสุดท้ายแล้ว ผมขอกล่าวเสริมหน่อยนะครับ มันเรียบง่ายมากเลยครับ หากความสำเร็จของเราเท่ากับ 100% สัดส่วนในความสำเร็จ 50% นั้นเป็นของอาร์มี่ครับ ส่วนเมมเบอร์แต่ละคนก็ประมาณ 5% ก็รวมเป็น 35% และส่วนที่เหลืออีก 15% ก็เป็นส่วนของ HYBE และ Big Hit ครับ หากมองว่าถ้วยรางวัลคือความสำเร็จ ผมก็มองว่าผมมีส่วนในความสำเร็จนั้นเป็นเพียงส่วนท้ายสุดที่เล็กกระจิ๊ดเดียวเท่านั้นครับ หากมองว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ความสำเร็จที่เราสร้างขึ้นมา แต่เป็นความสำเร็จของหลาย ๆ คน ก็จะทำให้ตัวเรารักษาไว้ซึ่งความถ่อมตนได้ครับ การมีทัศนคติแบบนี้เป็นปัจจัยสำคัญในการใช้ชีวิตและทำงานสายนี้อย่างยิ่งเลยครับ

ที่มา | 1, 2, 3 4
แปลและเรียบเรียงจากเกาหลีเป็นไทยโดย CANDYCLOVER

DMCA.com Protection Status

ทาง CANDYCLOVER มีความยินดีหากผู้อ่านเล็งเห็นประโยชน์ของคอนเทนต์นี้ และต้องการนำไปประกอบเอกสารหรือสื่อทางการศึกษา เผยแพร่ต่อบนโซเชียลมีเดีย รวมถึงนำไปผลิตของที่ระลึก เช่น Giveaway สำหรับแจกฟรี มิใช่การจัดจำหน่าย

หากต้องการนำข้อมูลไปใช้อ้างอิง กรุณาติดต่อทางอีเมลล์ bts.candyclover@gmail.com และรอการตอบกลับที่ระบุว่าอนุญาตแล้วเท่านั้น ยกเว้นกรณีการนำข้อมูลที่ “แปล เรียบเรียง หรือจัดทำโดย CANDYCLOVER” ไปรีโพสต์ ทำซ้ำ ดัดแปลง แก้ไข นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ รีโพสต์บนแฟนเพจ เว็บไซต์ หรือเว็บบอร์ด ที่มิใช่แพลตฟอร์มของ CANDYCLOVER พร้อมใส่เครดิตเองโดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงนำไปเป็นคอนเทนต์ทางสื่อโทรทัศน์ หรือกระทำการใด ๆ ก็ตามที่เข้าข่ายแอบอ้างผลงาน หากพบเห็นจะดำเนินคดีทางกฎหมายให้ถึงที่สุด

หากท่านชื่นชอบคอนเทนต์ที่ CANDYCLOVER นำเสนอ สามารถให้การสนับสนุนพวกเราได้ง่าย ๆ เพียง 1.) ไม่สนับสนุนแอคเคาต์ที่แอบอ้างข้อมูลที่แปลโดย CANDYCLOVER 2.) รีพอร์ตแอคเคาต์ดังกล่าวผ่านระบบของแพลตฟอร์มที่ท่านพบเห็นโพสต์ที่เข้าข่าย โดยเลือกหัวข้อ “ละเมิดลิขสิทธิ์” ขอบคุณค่ะ

About the Author /

bts.candyclover@gmail.com

I go by the name Candy, a co-founder, admin, designer, translator, writer of and for CANDYCLOVER. I'm a graphic/UI designer and a self-taught Korean translator who's passionate about telling success stories of BTS in the form of mixed media from graphic to web-based experiences. Now, I'm also pursuing my career as a professional Korean translator. My recent book-length translation projects are: I AM BTS (TH Edition), BTS The Review (TH Edition) and more to come!