คอนเทนท์

Lenzo Yoon ซีอีโอ BIG HIT เผย “กุญแจสู่ความสำเร็จคือคอนเทนท์”

เราต้องนำเสนอ คอนเทนท์ ที่มีคุณค่า

Lenzo Yoon หรือ ยุนซอกจุน ประธานบริหารร่วม ผู้ก่อตั้ง BIG HIT Entertainment ให้สัมภาษณ์แก่สื่อเป็นครั้งแรก

ไม่ว่าพนักงานใหม่ หรือซีอีโอ ต่างเรียกกันและกันว่า “ท่าน..” วัฒนธรรมการทำงานที่เสมอภาค เปล่งร้องเป็นเสียงเดียวกับทั่วโลก

ด้วยยอดเข้าชม MV เพลงใหม่ “Boy With Luv (작은 것들을 위한 시)” ที่ทะลุ 1 ล้านวิวรวดเร็วที่สุด (ใน 37 ชั่วโมง) บน YouTube, การมีอัลบั้มติดอันดับ 1 บนชาร์ต iTunes ในอเมริกา แคนาดา ญี่ปุ่น ฯลฯ รวม 86 ประเทศทั่วโลกทันทีที่ปล่อยอัลบั้ม, การติดอันดับ 1 บนชาร์ต Billboard 200, การเป็นศิลปินที่ทำให้เว็บไซต์ให้บริการเพลงที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอย่าง MelOn ล่ม ก็ไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรเพิ่มเติมอีก เราคิดว่าคำจำกัดความเหล่านี้ใช้ได้แต่กับศิลปินอย่าง The Beatles, Queen หรือ Michael Jackson แต่การที่มีศิลปินระดับนี้เกิดขึ้นในเกาหลี มีแต่จะทำให้ประหลาดใจ และนั่นคือเรื่องราวของ BTS ศิลปินกลุ่มไอดอลผู้ที่ทำให้โลกต้องสั่นสะเทือนอีกครั้ง

บริษัทต้นสังกัดของ BTS ได้รับความสนใจอย่างท่วมท้น เมื่อศิลปินในสังกัดกลายเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับโลก BIG HIT Entertainment บริษัทต้นสังกัดของ BTS ได้ทลายป้อมปราการของ ‘BIG 3 (SM, YG, JYP)’ ที่เคยได้ชื่อว่าเป็นต้นสายของวงการ K-Pop

หากพิจารณาเพียงผลประกอบการของปีที่ผ่านมา BIG HIT (6.41 หมื่นล้านวอน) นำหน้า SM (4.77 หมื่นล้านวอน), YG (9.5 พันล้านวอน) และ JYP (2.87 หมื่นล้านวอน) ไปอย่างขาดลอย อัตราการเติบโตของผลประกอบการของ BIG HIT ในปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นถึง 97% โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ YG ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่สู้ดีจากกรณีฉาว ‘BURNING SUN’ ทำให้การเติบโตของ BIG HIT ยิ่งดูเด่นชัดมากขึ้น

READ MORE: BTS · BIGHIT “มีโอกาสติดอันดับ 10 บนตลาด KOSDAQ” เมื่อจดทะเบียนบนตลาดหลักทรัพย์

หลังจาก BIG HIT Entertainment มีการเติบโตอย่างรวดเร็วหลังจากก่อตั้งเมื่อปี 2005 บริษัทจึงทำการปรับโครงสร้างใหม่ ซึ่งในการประชุมบอร์ดสามัญเมื่อเดือนก่อน ได้มีการแต่งตั้ง ยุนซอกจุน อดีตประธานเจ้าหน้าที่พัฒนาธุรกิจ (CBO) ให้ดำรงตำแหน่ง ประธานบริหาร ร่วมกับประธานบังชีฮยอก ภายหลังจากการแต่งตั้ง ประธานบัง จึงเป็นผู้จัดสรรฝ่ายผลิต และประธานยุน เป็นผู้จัดสรรธุรกิจต่างๆ นอกเหนือจากการผลิต ตั้งแต่ ธุรกิจระหว่างประเทศ, คอนเทนท์วิดีโอ, ธุรกิจบนแพลทฟอร์ม เป็นต้น พูดสั้นๆ คือเป็นการจัดสรรส่วนต่างๆ ที่แต่ละฝ่ายทำได้ดีให้ดูแลรับผิดชอบหลังจากที่บริษัทได้เติบโตขึ้น

คอลัมน์ Business Times จากหนังสือพิมพ์เศรษญกิจเมอิล (Maeil Business Newspaper) พบกับ ประธานยุนซอกจุน ผู้ได้รับการแต่งตั้งเป็นประธานบริหารร่วมเมื่อไม่นานมานี้ และได้ทำการสัมภาษณ์ถึงเส้นทางการทำงานที่ผ่านมาของ BIG HIT Entertainment ท่าทีของเขาที่มีอาการประหม่าในช่วงแรก เนื่องจากเป็นการสัมภาษณ์ครั้งแรกหลังจากที่ได้รับการแต่งตั้ง แต่ท่าทีนั้นก็คลี่คลายลงเมื่อเวลาผ่านไป และพูดคุยอย่างมั่นใจและตรงไปตรงมา

หากพิจารณาถึงความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ ณ ปัจจุบันของ BTS แม้ว่าสเน่ห์ของตัววงเองจะมีมาก แต่ก็ไม่ยากเลยที่จะคิดออกว่ามีอะไรอย่างอื่นอีกไหมที่มากกว่านั้น เราเริ่มต้นถามประธานยุนว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้ BTS สร้างผลงานที่โดดเด่นได้หลายเท่ากว่าศิลปิน K-Pop รายอื่นๆ ในขณะที่ผู้สัมภาษณ์คาดหวังกับคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ ประธานยุนกลับตอบอย่างถ่อมตัวว่า “เป็นเพราะพวกเขายึดมั่นกับพื้นฐาน” และกล่าวต่อว่า “ก่อนอื่นเลย เราก็โชคดีในระดับนึง และเราก็พิสูจน์หลักพื้นฐานของบริษัทให้เห็นอย่างหนักแน่นว่าคอนเทนท์มีความสำคัญที่สุด”

พันธกิจองค์กรของ BIG HIT คือ ‘ดนตรีและศิลปินที่มอบการเยียวยาแก่ผู้ฟัง (Music and Artist for Healing)’ ประธานยุน กล่าว “พวกเราคิดอยู่ตลอดครับว่าจะทำอย่างไรถึงจะนำเสนอ คอนเทนท์ ที่มีคุณค่าแก่ลูกค้าได้ มันไม่ได้จบแค่การนำเสนอบทเพลง พวกเราคิดแต่จะทำให้ลูกค้าได้มีโอกาสสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ผ่านกระบวนการที่เราคำนึงถึงสิ่งที่ลูกค้าต้องการ, สิ่งที่เยาวชนคนรุ่นใหม่คิดคำนึงอยู่” ไม่ใช่เพียงตัวเขาที่คิดเช่นนี้ แต่ทั้งประธานบังชีฮยอก, เมมเบอร์ BTS, พนักงานทุกคน ต่างขบคิดสิ่งเหล่านี้อยู่ทุกวี่วัน ทำให้พวกเขาสามารถสร้างสรรค์ คอนเทนท์ ที่ผู้ชมผู้ฟังชื่นชอบออกมาได้อย่างง่ายดาย

“ต่อให้คุณขายแค่น้ำขวดเดียว การที่จะทำให้คุณค่าของมันมีเพิ่มมากขึ้นนั้นมีความสำคัญมาก สุดท้ายแล้วสิ่งที่สำคัญก็คือแฟนๆ ผมจึงคิดว่าจะทำอย่างไรถึงจะสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ที่พวกเขาคาดไม่ถึง เปรียบเทียบจากสิ่งที่พวกเขาเคยประสบมาขึ้นมาได้”

คอนเทนท์
BTS 1 ใน 100 ผู้ทรงอิทธิพลประจำปี 2019 โดยนิตยสาร TIME

BIG HIT กลายเป็นองค์กรขนาดใหญ่ ด้วยจำนวนพนักงานปัจจุบันกว่า 250 คน ขณะที่ผู้สัมภาษณ์ขบคิดว่าพนักงานจะมีส่วนรวมในวิสัยทัศน์ของการบริหารจัดการขององค์กรได้อย่างเหมาะสมหรือไม่นั้น ผมก็ตระหนักขึ้นมาได้ว่าพนักงานก็จะยอมรับในคุณค่าขององค์กรไปโดยปริยาย หลังจากที่ฟังคุณยุนกล่าวซ้ำหลายๆ ครั้งทุกๆ ครั้งที่มีโอกาสว่า ‘เราต้องนำเสนอ คอนเทนท์ ที่มีคุณค่าแก่ผู้ฟัง’ ตลอดการสัมภาษณ์

แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่แค่มีเป้าหมายเช่นนี้กับคอนเทนท์ดีๆ จะประสบความสำเร็จได้ หากแต่ต้องอาศัยการใส่ส่วนผสมอย่างกลยุทธ์การตลาดที่พอเหมาะของประธานยุนลงไปด้วย ประธานยุน เข้าร่วมงานบริษัทในปี 2010 ในสมัยที่ยังเป็นบริษัทเล็กๆ ที่มีพนักงานเพียง 10 คน และเป็นผู้เริ่มปั้น ‘ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านคอนเทนท์วิดีโอ’ ขึ้นมาก่อนเป็นอย่างแรก แม้ว่าปัจจุบันจะมีการถ่ายทอดสดตามติดชีวิตศิลปินไอดอลมากมาย แต่สมัยนั้น การพยายามทำอะไรแบบนี้เป็นสิ่งที่ไม่ค่อยพบเห็นเท่าไหร่เลย BIG HIT ให้ความสำคัญในการสร้าง ‘คอนเทนท์สำหรับแฟนๆ’ ซึ่งเป็นวิดีโอหลากหลายรูปแบบเพื่อแฟนๆ ตั้งแต่ชีวิตประจำวันของศิลปิน กระทั่งภาพลักษณ์หลังเวทีที่สถานที่ถ่ายทำ ไปจนถึงคอนเทนท์วาไรตี้ที่กำกับกันเอง เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้กลายเป็นรากฐานความนิยมของ BTS ผู้เดบิวต์ในปี 2013

“ดูๆ ไปแล้ว กระแสตอบรับที่เราทำให้แฟนๆ ได้เข้าถึงเหล่าศิลปินได้ง่ายๆ สบายๆ ขึ้น ออกมาค่อนข้างยิ่งใหญ่ อย่างเคสของ BTS พวกเขาทำให้ๆ แฟนๆ ได้เห็นตัวของพวกเขาทุกอย่างก้าว อย่างเช่น การถือโทรศัพท์มือถือเปิดไลฟ์ที่ชิลี แล้วอัพโหลดลง YouTube”

แต่ก่อน รายการที่ถ่ายทอดชีวิตประจำวันของไอดอล ล้วนออกอากาศตามตารางเวลาที่สถานีโทรทัศน์วางเอาไว้ แต่ BIG HIT บุกเบิกการอัพโหลดวิดีโอบันทึกภาพเมมเบอร์ BTS ที่เป็นธรรมชาติแบบเรียลไทม์เมื่อไหร่ก็ตามที่พวกเขา BTS ต้องการ

สำหรับแฟนๆ แล้ว พวกเขาได้มีโอกาสเข้าถึงวิดีโอที่หลากหลายได้แบบเรียลไทม์กว่าไอดอลยุคก่อนๆ, ได้คอมเมนท์แบบเรียลไทม์ลงในวิดีโอที่ถูกอัพโหลดขึ้นมา หรือกระทั่งได้พูดคุยผ่านการแชทกับเมมเบอร์ เป็นเหตุที่ทำให้แฟนๆ รู้สึกว่า BTS เป็นเหมือนเพื่อน, พี่ชาย, น้องชาย นั่นเอง ประธานยุน กล่าว “เราไม่มีความจำเป็นต้องแปลการสื่อสารเหล่านี้ของแฟนๆ เลย เมื่อสะสมฐานแฟนคลับได้ระดับหนึ่งและแฟนๆ มามีส่วนร่วมกันมากขึ้น แฟนๆ ก็จะแปลและเผยแพร่คอนเทนท์เหล่านั้นไปหลากหลายภาษาเอง จริงๆ แล้วพวกเราไม่ได้วางแผนที่จะบุกตลาดระดับโลกเลยตั้งแต่แรก พวกเราโฟกัสในการถ่ายทอดถ้อยความ ‘LOVE MYSELF’ เป็นภาษาเกาหลี แล้วแฟนๆ ก็ได้ให้การตอบรับถ้อยความเหล่านี้”

แทนที่จะปรับตัวให้เข้ากับตลาดระดับโลกเพื่อเจาะตลาดระดับโลก พวกเขากลับสร้าง คอนเทนท์ อย่างประณีตตามเป้าหมายลำดับสำคัญที่สุดของบริษัท และในท้ายที่สุด พวกเขาก็ได้รับชัยชนะจากแรงผลักดันผ่านกระบวนการถ่ายทอดถ้อยความที่มีความหมาย และการพยายามสื่อสารกับแฟนๆ

ในวิสัยทัศน์ระยะยาว พวกเขาจดจ่อกับการเพิ่มคุณภาพของคอนเทนท์ ประธานยุน เผย “ผมศึกษาหาแนวทางที่จะเพิ่มความทรงพลังของการทำการแสดงหนึ่งครั้ง มากกว่าการเพิ่มรอบการแสดงคอนเสิร์ต หลังจากนั้นจึงเตรียมพร้อมการแสดงไว้ก่อนล่วงหน้าหลายๆ ปี ในขณะเดียวกันผมก็จะวางแพลนคอนเทนท์และอีเวนท์ฟรีไว้เร้าใจแฟนๆ ไปด้วย” ด้วยเหตุนี้แฟนๆ จึงเป็นกังวลว่าบริษัททำกำไรได้หรือไม่ แต่ในขณะเดียวกัน BIG HIT ก็ยังได้ชื่อเล่นว่าเป็นบริษัทที่ ‘รู้ใจแฟนๆ’ อีกด้วย

ตั้งแต่ปี 2017 เป็นต้นมา ภารกิจที่ประธานยุนลงแรงเต็มตัว เช่น เวิลด์ทัวร์ และทรัพย์สินทางปัญญา เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะด้านทรัพย์สินทางปัญญา ประธานยุนพยายามให้ความสำคัญกับการเฟ้นหาเซอร์วิสที่จะช่วยเพิ่มมูลค่า ประธานยุน อธิบาย “เรานำสิ่งที่เราล้มเหลวแต่ก่อน อย่างเช่น โปรเจคคาแรคเตอร์ตัวการ์ตูนที่มาจากลิขสิทธิ์เพลง ที่ไม่สามารถขยายธุรกิจต่อได้ มาเป็นบทเรียน แล้วค่อยๆ วางแผนการทำ ‘BT21’ อย่างละเอียดถี่ถ้วน ก่อนจะเปิดตัวในปีฤดูใบไม้ร่วงปี 2017” BT21 เป็นธุรกิจคาแรคเตอร์ของ LINE FRIENDS (คาแรคเตอร์ของแอพพลิเคชั่นแมสเซนเจอร์ ‘LINE’ บนโทรศัพท์มือถือ) หลังจากเปิดตัวผ่าน LINE STORE เมื่อเดือนกันยายนปี 2017 ก็ได้บันทึกสถิติการปฏิสัมพันธ์เกี่ยวกับ BT21 บน Twitter ไปได้กว่า 3.3 พันล้านครั้ง, ได้รับความนิยมบนช็อป LINE FRIENDS ในเว็บไซต์ Amazon และที่ช็อป LINE STORE ทั่วโลก เช่นใน LA, ฮอลลีวู้ด และฮ่องกง เป็นต้น

ผู้สัมภาษณ์ถามคำถามต่อว่า BIG HIT มีวัฒนธรรมในองค์กรที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งเป็นสิ่งนำไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ขององค์กรเมื่อไม่นานมานี้หรือไม่ ประธานยุน ตอบ “ผมไม่ทราบวัฒนธรรมของบริษัทอื่นๆ เท่าไหร่” และบอกอีกว่าอยากลองไปโรงอาหารของสังกัดใหญ่ที่เพิ่งออกรายการ TV เมื่อไม่นานมานี้ และอยากไปเยี่ยมเยียนสังกัดอื่นๆ ดูบ้าง แต่ยังไม่มีโอกาส “วัฒนธรรมของเราคือการที่พนักงานทุกคนในบริษัทให้ความสำคัญกับพันธกิจของบริษัทอย่างจริงจัง” ทุกๆ ครึ่งปีจะมีการจัดประชุมพนักงานทั้งบริษัทเพื่อแลกเปลี่ยนปรัชญา และพูดคุยกันอย่างสบายๆ “ตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท BIG HIT ขึ้นมาในปี 2005 เราใช้คำว่า ‘ท่าน’ เรียกแทนชื่อตำแน่งงาน กระทั่งเดี๋ยวนี้ ไม่ว่าจะเป็นพนักงานเข้าใหม่ หรือประธานบริษัท เราจะเรียกแต่ละคนว่าท่านตามด้วยชื่อ และไม่ได้เรียกนามสกุลต่อท้ายแต่อย่างใด เราให้ความสำคัญกับการสื่อสารที่เสมอภาค ทำให้เป็นบรรยากาศที่ทุกคนได้ปรับตัว”

หลังจาก BTS ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม BIG HIT จึงได้รับความสนใจมากขึ้นเพราะเป็นเป้าหมายในการลงทุนของนักลงทุนในขณะนี้ นอกจากนั้นยังมีการคาดการณ์สูงถึงการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เป็นที่มาของการตั้งคำถามว่า BIG HIT สามารถจดทะเบียนบนตลาดหลักทรัพย์ในต่างประเทศอย่างอเมริกาได้เลยหรือไม่ จากความนิยมที่ได้รับในปัจจุบัน ประธานยุน กล่าว “ณ ตอนนี้ ยังไม่มีแผนที่จะจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ครับ ในบริษัทเองก็ไม่มีแผนหรือทีมเตรียมดำเนินการการจดทะเบียนเลยครับ”

BTS ปิดการแสดงทัวร์คอนเสิร์ต LOVE YOURSELF ในอเมริกาเหนือที่ Citi Field

เมื่อปีที่ผ่านมา BIG HIT ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนมหาศาลจาก NetMarble จำนวน 2.014 แสนล้านวอน และ STIC Investment จำนวน 1.040 แสนล้านวอน ประธานยุน เผยว่าผู้ถือหุ้นเดิมของ BIG HIT เป็นผู้ใช้เงินจำนวนดังกล่าวในการขายหุ้นที่ถืออยู่ และชดเชยกับเงินที่ลงทุนไป เมื่อผู้ถือหุ้นเก่ากู้เงินลงทุนคืนมาได้ในจำนวนมาก BIG HIT จึงไม่ได้รับแรงกดดันในการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มากนัก จึงเป็นการยากที่จะได้เห็น BIG HIT จดทะเบียนในเวลาอันใกล้นี้ ส่วนข้อสงสัยที่ว่า NetMarble และ STIC จะให้ผู้ถือหุ้นเก่าเรียกเก็บเงินลงทุนต่อไป ผ่านการซื้อหุ้นไปจากผู้หุ้นปัจจุบันเหมือนเมื่อปีก่อนหรือไม่นั้น ประธานยุน ตอบ “ตอนนี้ยังไม่มีแผนการเช่นนั้นครับ”

เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ประธานบังชีฮยอก ดำรงตำแหน่งผู้ถือหุ่นใหญ่ที่สุดของ BIG HIT ที่จำนวน 43.06% ในขณะที่สถาบันหลักๆ ได้แก่ NetMarble (25.22%), STIC Investments (12.24%), Korea Investment & Securities Co., Ltd. (2.33%) เป็นผู้ถือหุ้นหลัก นอกจากนั้นแม้ว่า Well Blink Ltd. (10.19%) และ LB Global-China Expansion (1.97%) จะถือหุ้นบุริมสิทธิก็ตาม แต่ทั้งหุ้นบุริมสิทธิและหุ้นสามัญล้วนมีสิทธิ์ในการลงคะแนนอย่างเท่าเทียมกัน และการมีสถาบันเหล่านี้เป็นผู้ถือหุ้น ก็อดพูดถึงการบริหารจัดการความเสี่ยงไม่ได้ “พวกเรากับผู้ลงทุนสถาบันเป็นหุ้นส่วนที่ดีต่อกัน ขณะนี้เราไม่มีปัญหาด้านการจัดการความเสี่ยงจากโครงสร้างการถือหุ้นเลย”

อ้างอิงจากเมื่อปลายปีที่ผ่านมา BIG HIT มีสินทรัพย์สภาพคล่อง อยู่ที่ 1.161 แสนล้านวอน (เป็นการถือครองเงินสด 3.48 หมื่นล้านวอน) ซึ่งอยู่ในระดับที่มั่งคั่ง จึงเป็นที่มาของคำถามว่า BIG HIT คิดอยากจะลงทุนบริษัทใหม่จากเงินทุนที่มีอยู่หรือไม่ “เราศึกษาอยู่เหมือนกัน แต่ยังไม่พร้อมครับ แต่ลักษณะของบริษัทที่ว่านี้ก็คงไม่หนีไปจากธุรกิจที่เราทำอยู่มากเท่าไหร่ ก็เป็นธุรกิจที่ทำให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ครับ” บริษัทสิ่งพิมพ์ ‘beORIGIN’ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ BIG HIT มีแผนที่จะขยายการทำงานให้หลากหลายมากขึ้นต่อไปในอนาคต

แม่ว่า BTS จะได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม แต่ในแง่ขององค์กรนั้น แรงดึงดูดของพวกเขาที่มีมากจะยิ่งกลายเป็นความเสี่ยง เพราะเหตุนี้ ประธานยุน จึงเน้นย้ำในการพยายามทำให้คอนเทนท์ออกมาดีอย่างต่อเนื่อง “วงไอดอลชายน้องใหม่ TOMORROW X TOGETHER ประสบความสำเร็จกับการเดบิวต์ และจะเริ่มเปิดการแสดง 6 เมืองในอเมริกา ผมก็อยากให้คอยติดตามความพยายามและการเติบโตผ่านสิ่งใหม่ๆ ที่พวกเราลองท้าทายดูด้วยครับ ตอนนี้ BIG HIT ยังไม่มีศิลปินหญิงในค่าย ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่เราตั้งใจจะให้เป็นแบบนั้นหรอกนะครับ ดูจากการรวมพลังของแฟนๆ ที่สร้างสถิติยอดขายอัลบั้มสัปดาห์แรกครั้งประวัติศาสตร์ให้กับวงไอดอลหญิงน้องใหม่ IZ*ONE ซึ่งไม่น้อยหน้าแฟนๆ วงไอดอลชายเลยนั้น ผมมองว่าวงไอดอลหญิงก็มีความเป็นไปได้พอตัวเหมือนกันครับ”

ตลอดการสัมภาษณ์ ประธานยุน ยังพูดถึงการสร้างแรงผลักดันที่ดีให้กับวัฒนธรรมไอดอลและตลาดเพลง รวมถึงการนำเสนอไอดอลทางธุรกิจที่ไม่เคยมีมาก่อนอยู่บ่อยครั้ง BIG HIT ไม่ได้พูดปากเปล่าเฉยๆ แต่ลงมือทำให้เห็นเป็นรูปธรรม BTS เปิดตัวอัลบั้ม ‘LOVE YOURSELF’ ที่เน้นย้ำ ‘ความหมายของความรักที่แท้จริง’ และถ่ายทอดถ้อยความที่เป็นหัวใจสำคัญ ‘ท้ายที่สุดแล้ว ความรักที่มีให้แก่ตัวเอง คือจุดกำเนิดในการมอบความรักให้แก่ผู้อื่นและผู้คนทั่วโลก’ เป็นสิ่งที่ทำให้ได้หวนนึกถึงตอนที่ John Lennon หัวหน้าวง และนักแต่งเพลงอัจฉริยะจาก The Beatles ผู้แต่งเพลงที่เป็นตัวแทนนำเสนอเรื่องสันติภาพของโลก อย่าง ‘Imagine’

ในเวทีประชุมสหประชาชาติ ครั้งที่ 73 ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 24 กันยายน ปีที่ผ่านมา ณ กรุงนิวยอร์ก BTS ถ่ายทอดถ้อยความ ‘LOVE MYSELF’ อีกครั้ง พร้อมคืบหน้าไปอีกก้าวด้วยการหยิบยกถ้อยความใหม่อย่าง ‘SPEAK YOURSELF’ ขึ้นมาพูดอีกด้วย พวกเขาระดมทุนภายใต้แคมเปญ LOVE MYSELF ไปได้กว่า 1.85 พันล้านวอน ประธานยุน เสริม “BTS เตรียมเปิดการแสดง ถ่ายทอดเมสเสจ ‘LOVE YOURSELF, SPEAK YOURSELF’ ในอเมริกาเหนือ, อเมริกาใต้, ยุโรป และญี่ปุ่น รวม 8 เมือง 16 รอบ ในเดือนพฤษภาคม ถึงกรกฎาคมที่จะถึงนี้”

ประธานยุน มีความภาคภูมิใจต่อกระแสวัฒนธรรมเกาหลีที่กำลังพัดพาไปทั่วโลกเมื่อไม่นานมานี้ แต่ในอีกด้านหนึ่ง เขาก็ยังใคร่ครวญหาหนทางที่จะยกระดับสิ่งเหล่านี้ขึ้นไปอีก “มันเป็นความรู้สึกเหมือนเรามีธงประจำชาติเกาหลี (แทกึกกี) อยู่ในหัวใจครับ แม้ว่ากระแสเกาหลีจะแตกออกเป็นหลายแขนง แต่ถ้าดูเฉพาะ K-Pop มันยังไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเห็น K-Pop รักษาระดับเอาไว้ได้คงที่ เราต้องอาศัยการศึกษาแนวเพลงอื่นๆ ด้วยครับ ไม่ใช่ศึกษาแค่ตัวชี้วัดความสำเร็จที่ทรงคุณค่ากับแนวเพลงของไอดอลอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เราสั่งสมมาจนถึงตอนนี้ก็เรียกได้ว่าเป็นกำลังการส่งออกระดับโลก การที่ผู้คนจากทั่วโลกเสพคอนเทนท์ในรูปแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อนจนถึงปัจจุบัน เป็นสิ่งที่ทรงคุณค่ามาก ผมหวังว่าทั้งอุตสาหกรรมของเราจะช่วยคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้ร่วมกันเพื่อทำให้ K-Pop กลายเป็นแนวเพลงกระแสหลักได้เหมือนกับแนวเพลงละติน ไม่ใช่ในฐานะแนวเพลงลำดับ 3 ของตลาดโลก นี่คือประเด็นที่ BIG HIT เองก็คำนึงถึงอยู่ตลอดครับ”

หลังจากที่ประธานยุนได้รับการตั้งแต่เป็นประธานบริหารร่วม ร่วมกับ ประธานบังชีฮยอก ก็รับหน้าที่เกือบทุกอย่างที่นอกเหนือจากการทำเพลง โดยเมื่อไม่นานมานี้ ประธานยุน กำลังโฟกัสเรื่องการนำเสนอคอนเทนท์และรูปแบบการให้บริการที่สะท้อนไปในทางเดียวกับเทคโนโลยี IT ที่มีพัฒนาการรวดเร็ว นี่จึงเป็นสาเหตุที่ BIG HIT เปิดรับสมัครกำลังคนผู้เป็นตัวท็อปแห่งอุตสาหกรรม IT “แม้ว่าผู้บริหารร่วม 2 คนจะรับผิดชอบแขนงงานของตัวเอง แต่สิ่งที่สำคัญในแง่ขององค์กรคือที่ฝ่ายบริหารจัดการ ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและหาข้อสรุปของไอเดีย การออกความเห็นของตัวเองอย่างหนักแน่นและเสรีเวลาประชุมคือวัฒนธรรมของ BIG HIT ครับ”

คอนเทนท์

ประธานยุน ผู้เกิดในปี 1977 และจบการศึกษาจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอาจู เป็นคนที่มีความสนใจในดนตรีมากมาตั้งแต่สมัยยังเด็ก เขาเริ่มสนใจการใช้คอมพิวเตอร์ทำเพลง (Computer Music) ตอนอยู่มัธยมต้น และไปซื้อแผ่นเสียงนำเข้าที่ขายตามตรอกซอกซอยในพูซานมาศึกษาด้วยตัวเอง เขาได้จับงานทำเพลงตั้งแต่ปี 1999 และร่วมโปรดิวซ์เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง ‘Nightmare (가위)’ ในปี 2002-2009 เขาทำงานในตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายคอนเทนท์ ที่บริษัทธุรกิจคอนเทนท์ Smith & Mobile Inc. หลังจากนั้นจึงเข้าร่วมงานกับ BIG HIT ในปี 2010 “เราต้องทุ่มเวลาวันละ 1-2 ชั่วโมง ในการอ่านคอนเทนท์จากหลายๆ แขนงเพื่อที่จะอ่านเทรนด์ให้ออก ผมคอยติดตามตลอดว่าคืนที่ผ่านมามีอะไรเกิดขึ้นบ้างในอุตสาหกรรมในประเทศ, ในอเมริกา และในยุโรป โดยไม่ได้โฟกัสที่แนวเพลงไหนเป็นพิเศษ น่าจะมากกว่า 100 ช่องทางเลยครับ นอกจากนั้นผมยังติดตามการแข่งขันกีฬาที่ผมให้ความสนใจมากด้วยเช่นกัน แต่สิ่งที่อยู่ในความสนใจของผมจะต่างจากคนอื่นหน่อย อย่างเช่นเวลาผมดูทีม FC Barcelona แข่ง แทนที่จะดูว่าเมสซี่เล่นเป็นยังไง ผมกลับติดตามอย่างใกล้ชิดว่า FC Barcelona ทำแบรนดดิ้งยังไง และเปิดตัวธุรกิจแต่ละประเภทยังไงมากกว่าครับ”

“ผมอยากจะนำเสนอสิ่งเยียวยา (Healing) ที่มีพื้นฐานเป็นดนตรี โดยที่มีเรื่องราวเป็นไปตามวงจรชีวิตของผู้ฟัง ให้ผู้ฟังได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับศิลปิน และถ่ายทอดถ้อยความดีๆ แก่โลก ผมอยากเป็นบริษัทที่เป็นแบบอย่างให้กับอุตสาหกรรมดนตรีครับ”

และนี่คือภาพในอนาคตของ BIG HIT Entertainment ที่ประธานยุนวาดฝันเอาไว้นั่นเอง

ที่มา | Maeil Business Times
แปลจากเกาหลีเป็นไทยโดย CANDYCLOVER

Comments

What's on Instagram