Big Hit

RECAP: ประเด็นสำคัญจากการบรรยายสาธารณะเพื่อสังคม โดย Big Hit Entertainment สำหรับครึ่งปีหลังของปี 2020

ครึ่งปีแรกของปี 2020 ที่ผ่านมาเป็นเรื่องที่น่าลำบาก ไม่ใช่แค่กับเกาหลี แต่กับประชาคมโลก การยกเลิกและเลื่อนกำหนดการคอนเสิร์ตสร้างความผิดหวังให้กับแฟนๆ เฉกเช่นเดียวกับศิลปินและสังกัด หากแต่สิ่งที่ Big Hit ค้นพบหลังจากการหารือกันนับครั้งไม่ถ้วน นั่นก็คือหัวใจสำคัญของทุกๆ การตัดสินใจเป็นไปตามปรัชญาและคุณค่าของ Big Hit ซึ่งก็คือการให้ความสำคัญกับคอนเทนต์และแฟนคลับเป็นอันดับแรก Big Hit จำต้องแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นให้ได้อย่างทันท่วงทีและเตรียมพร้อมสร้างสรรค์คอนเทนต์รูปแบบใหม่ในอนาคต โดยเฉพาะในช่วงเวลาแบบนี้ Big Hit จึงต้องหาหนทางนำเสนอคุณค่าที่เป็นหัวใจสำคัญที่บ่งบอกถึงพันธกิจ “Music & Artist for Healing” ให้จงได้ และด้วยการมุ่งมั่นต่อพื้นฐานเหล่านี้ Big Hit ทำยอดขายและกำไรจากการดำเนินงาน (ก่อนผ่านการตรวจสอบบัญชี) ได้ถึง 2.94 แสนล้านวอน และ 4.97 หมื่นล้านวอนตามลำดับ ตลอดช่วงครึ่งปีแรกของปี 2020 ที่ผ่านมา

Key Goals: Big Hit Entertainment สร้างผลความสำเร็จและเติบโตขึ้นโดยการมุ่งเน้นที่ Label, Business และ Platform ได้อย่างไร?


Label (สังกัดศิลปิน)


Big Hit Labels ปัจจุบันประกอบด้วย 4 สังกัดย่อย ได้แก่

  • Big Hit Entertainment
  • BELIFT Lab
  • Source Music
  • Pledis Entertainment

ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา Pledis Entertainment ต้นสังกัดของ NU’EST, SEVENTEEN, NANA, BUMZU, KYULKYUNG, YEHANA และ SUNGYEON เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งภายใต้ Big Hit Labels ต่อเนื่องจาก BELIFT Lab และ Source Music โดยระบบ Multi-Label ภายใต้ ‘Big Hit Labels’ จะขยายอย่างต่อเนื่องต่อไป

จากชาร์ต GAON ครึ่งปีแรกของปี 2020 กว่า 40% ของยอดขายอัลบั้ม 100 อันดับมาจากอัลบั้มของศิลปินที่อยู่ภายใต้สังกัด Big Hit Labels รวม 22 อัลบั้ม

ยอดขายอัลบั้มของศิลปินภายใต้ Big Hit Labels ปี 2019

  • อันดับ 1, 5 – BTS ยอดขาย 6.21 ล้านก็อปปี้
  • อันดับ 2, 8 – SEVENTEEN ยอดขาย 1.45 ล้านก็อปปี้
    ยอดขายดังกล่าวรวมแล้วคิดเป็น 64% ของยอดขายใน 10 อันดับแรก

ยอดขายอัลบั้มของศิลปินภายใต้ Big Hit Labels ในครึ่งปีแรกของปี 2020

  • ‘MAP OF THE SOUL: 7’ โดย BTS ยอดขาย 4.26 ล้านก็อปปี้ (นอกจากอัลบั้ม BTS WORLD แล้ว ยอดขายอัลบั้มล่าสุดของ BTS ทั้งเจ็ดอัลบั้มทำยอดขายแต่ละอัลบั้มได้มากกว่า 1 ล้านก็อปปี้)
  • ‘Hang:garae’ โดย SEVENTEEN ยอดขาย 1.2 ล้านก็อปปี้
    ยอดขายดังกล่าวรวมแล้วคิดเป็น 53% ของยอดขายใน 10 อันดับแรก


แผนงานด้านสังกัดศิลปิน (Label Pipeline) ในปี 2020-2022

  1. (2020) BTS เปิดตัวอัลบั้มใหม่ในไตรมาสที่ 4
  2. (2020) NU’EST เปิดตัวอัลบั้มภาษาญี่ปุ่นในเดือนตุลาคม
  3. (2020) TOMORROW X TOGETHER เปิดตัวอัลบั้มใหม่ในฤดูใบไม้ร่วง
  4. (2020) I-LAND เดบิวต์
  5. (2021) ศิลปินหญิงกลุ่มใหม่หลากหลายสัญชาติจาก Plus Global Auditions
  6. (2021) ศิลปินชายกลุ่มใหม่หลากหลายสัญชาติจาก Big Hit Labels

Business (ธุรกิจ)


สิ่งที่ Big Hit ให้ความสำคัญมาอย่างยาวนาน คือทำอย่างไรศิลปินในสังกัดจึงจะสามารถมุ่งเน้นสร้างสรรค์คอนเทนต์และทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับอัลบั้มเพียงอย่างเดียวได้ ทำอย่างไรจึงจะสนับสนุนความพยายามของศิลปินโดยที่ยังคงรักษาไว้ซึ่งกำไรที่มั่นคงได้ ศิลปินควรมีพื้นฐานสภาพร่างกายและจิตใจที่ดีในการผลิตงานสร้างสรรค์ และแสดงภาพลักษณ์ที่ดีต่อแฟนๆ เมื่อศิลปินมีส่วนร่วมโดยตรงในกิจกรรมและโปรเจกต์ต่างๆ Big Hit จึงสร้างโครงสร้างทางธุรกิจที่ทำกำไรได้โดยที่ศิลปินไม่ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง โดยมีองค์ประกอบต่างๆ ได้แก่ สินค้าออฟฟิเชียล, สินค้าทรัพย์สินทางปัญญา (IP), เว็บตูน, เกม, การศึกษา ฯลฯ ซึ่งมอบประสบการณ์ใหม่ให้แก่แฟนๆ ผลตอบรับที่ได้สร้างกำไรทางอ้อมตลอด 3 ปีตั้งแต่ปี 2017 ถึงปี 2019 มากกว่า 2 เท่า จาก 22.3% สู่ 45.4%

กรณีศึกษาจากธุรกิจที่ศิลปินมีส่วนเกี่ยวข้องทางอ้อม (Case Study of Artist Indirect-Involvement Business)

กรณีศึกษาที่ 1: TinyTAN คาแรคเตอร์ที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นจากตัวตน BTS ที่ออกมาเยือนผู้ที่ต้องการการเยียวยาและกำลังใจผ่าน Magic Door คาแรคเตอร์ TinyTAN จะมาพร้อมเรื่องราวของตัวเองและโปรดักต์แนวไลฟ์สไตล์ เริ่มต้นด้วยการเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับ Downy นอกจากนั้นจะมีการร่วมคอลแล็บงาน License กับแบรนด์ระดับโลกต่อไป

Big Hit IP นำบทเพลง, รูป, มิวสิควิดีโอ และอื่นๆ มาเป็นพื้นฐานของโมเดลธุรกิจด้านการต่อยอดเป็นสินค้าทรัพย์สินทางปัญญาในขั้นที่สอง (Secondary IP) ได้แก่ คาแรคเตอร์, เพลง, แบรนด์ และจักรวาลเรื่องราว ซึ่งเป็นไปตามแนวทางสำคัญที่ว่า “ทำให้แฟนๆ รู้สึกเหมือนมีศิลปินเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน, มอบการเยียวยาให้แก่แฟนๆ และนำเสนอสินค้าทรัพย์สินทางปัญญาในประสบการณ์รูปแบบใหม่”

กรณีศึกษาที่ 2: Graphic Lyrics ในคอนเซ็ปต์การนำเสนอเนื้อเพลงของศิลปินด้วยภาพวาด โดยได้รับการตีพิมพ์ในเกาหลี, อเมริกาเหนือ และญี่ปุ่น และติดอันดับ Top 10 หนังสือขายดีทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ของร้าน Kyobobooks ในเกาหลีภายในหนึ่งสัปดาห์หลังจากวางจำหน่าย

กรณีศึกษาที่ 3: การผลิตสินค้าออฟฟิเชียลในคอนเซ็ปต์เดียวกับคอนเสิร์ตให้แฟนๆ ผู้เข้าชมคอนเสิร์ตได้สะสมและบันทึกความทรงจำแสนพิเศษที่เกิดขึ้น ณ เวลาและสถานที่จัดคอนเสิร์ตนั้นๆ ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา สินค้ายูนิฟอร์มในคอนเซ็ปต์ TOMORROW X TOGETHER ก็สร้างกระแสตอบรับที่ดี โดยตลอดช่วงครึ่งปีแรก Big Hit IP จำหน่ายสินค้าจากทรัพย์สินทางปัญญาไปแล้วกว่า 458 อย่าง

กรณีศึกษาที่ 4: BTS Galaxy Edition ธุรกิจ License ร่วมกับ Samsung Electronics ออกผลิตภัณฑ์สมาร์ทโฟน Galaxy S20+ BTS Edition และหูฟัง Buds Plus BTS Edition ซึ่งจำหน่ายหมดเกลี้ยงภายในหนึ่งชั่วโมงแรกของวันแรกที่วางจำหน่าย

กรณีศึกษาที่ 5: BTS x Starbucks ที่วางจำหน่ายในช่วงครึ่งปีแรก สินค้าในสต็อกทั้งหมดจำนวน 90% ได้ถูกจำหน่ายไปตั้งแต่ในวันแรกที่วางจำหน่าย 

Big Hit นำเสนอคอนเทนต์ร่วมกับศิลปินและแฟนคลับมาอย่างยาวนาน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งโมเดลธุรกิจที่มีส่วนสร้างกำไรให้อย่างมากในช่วงครึ่งปีแรก เป็นที่รู้กันว่า BTS มีคอนเทนต์ที่หลากหลายและล้นหลามนอกเหนือจากเรื่องการโปรโมตตัวศิลปินหรือคอนเสิร์ต มีคอนเซ็ปต์และเรื่องราวที่เป็นเอกลักษณ์ มีการวางแผนกำหนดการล่วงหน้า และมีการปล่อยคอนเทนต์อย่างสม่ำเสมอ ในปี 2011 Big Hit ได้ฟอร์มทีมวิดีโอครีเอทีฟของบริษัทและผลิตคอนเทนต์เป็นของตัวเอง (Big Hit Original Content Branding) ดังนี้

  • Bangtan Bomb : คอนเทนต์ฟรีที่มีมาตั้งแต่ช่วงที่ BTS เดบิวต์ในปี 2013 ที่เผยฟุตเทจเบื้องหลังของเมมเบอร์ระหว่างฝึกซ้อม ในความยาวประมาณ 1-2 นาที
  • Run BTS! : ออริจินัลวาไรตี้โชว์ที่เริ่มออนแอร์เอพิโสดแรกมาตั้งแต่ปี 2015 ปัจจุบันออนแอร์ไปแล้วกว่า 110 เอพิโสด และยังมีการนำไปรีรันทางช่อง JTBC, Mnet ในเกาหลี และ TBS ในญี่ปุ่นอีกด้วย
  • Bon Voyage : รายการวาไรตี้ท่องเที่ยวแบบชำระค่าบริการ เริ่มออนแอร์ซีซั่นแรกเมื่อปี 2016 โดยได้รับความนิยมอย่างมากและมีโปรดักต์ไลน์เป็นของตัวเอง
  • In the SOOP BTS Ver. : รายการเรียลลิตี้ใหม่ออกอากาศทาง Weverse และช่อง JTBC มีความยาวราวตอนละ 60-80 นาที
  • Burn the Stage, Bring the Soul, Break the Silence: Docu-Series, Break the Silence: The Movie : ซีรีส์และภาพยนตร์สารคดีเวิลด์ทัวร์คอนเสิร์ตของ BTS

Platform (แพลตฟอร์ม)


3 คุณสมบัติหลักของระบบนิเวศน์ Big Hit
(Label – Platform – Business)


  • Convergence (การมาบรรจบกัน) หมายถึงการที่ทุกองค์ประกอบเชื่อมถึงกันอยู่ในแพลตฟอร์ม ตั้งแต่ตัวผู้บริโภค, ฐานแฟนคลับทั่วโลก, คอนเทนต์คุณภาพสูงที่ให้ความสนุกสนานเพลิดเพลินที่ผลิตโดยศิลปินหรือสังกัด, การแสดงของศิลปิน, ประสบการณ์การซื้อสินค้าต่างๆ เช่น อัลบั้ม, เพลง, ภาพยนตร์ และสินค้าออฟเชียล, ไปจนถึงบริการในรูปแบบใหม่ที่จะยกระดับประสบการณ์ของแฟนๆ ทุกสิ่งเหล่านี้ล้วนมาบรรจบกันในที่ๆ เดียว
  • Continuity (ความต่อเนื่อง) สิทธิประโยชน์ของผู้เป็นสมาชิก และคอนเทนต์เอ็กซ์คลูซีฟสำหรับสมาชิก คือสิ่งที่ทำให้ระบบแบบผสมผสานนี้แข็งแกร่ง แฟนๆ สามารถสื่อสารกับศิลปิน, ซื้อสินค้าต่างๆ และได้รับบริการอื่นๆ ในขณะที่ใช้งานส่วนต่างๆ ในแพลตฟอร์ม
  • Expansion (การขยายต่อยอด) คอนเทนต์และบริการคุณภาพสูงถูกนำมารวมอยู่ในแพลตฟอร์ม แฟ้มผลงานของบริษัทที่เติบโต, การร่วมงานกับภาคส่วนต่างๆ และผนึกกำลังระหว่างแขนงธุรกิจ เช่น การศึกษาและเกม จะช่วยต่อยอดระบบนิเวศน์ของ Big Hit

Weverse
แอพพลิเคชั่นคอมมูนิตี้ออนไลน์สำหรับแฟนคลับอย่าง Weverse ที่เปิดตัวเมื่อปีที่ผ่านมา มียอดดาวน์โหลดถึง 10 ล้านครั้งเมื่อไม่นานมานี้ Weverse ได้กลายเป็นแพลตฟอร์มตัวท็อปของฐานแฟนคลับทั่วโลกในเวลาอันสั้น Weverse ไม่ใช่แค่แอพพลิเคชั่นคอมมูนิตี้ออนไลน์สำหรับแฟนคลับเพียงอย่างเดียว หากแต่ยังให้แฟนๆ ได้สื่อสารกับศิลปินอย่างใกล้ชิด, นำเสนอคอนเทนต์วิดีโอที่หลากหลาย, ให้บริการการจับจ่ายสินค้าโดยการเชื่อมต่อเข้ากับแพลตฟอร์มซื้อสินค้าอย่าง Weverse Shop อีกทั้งยังพัฒนาและคิดค้นการมอบประสบการณ์แก่แฟนคลับในสถานที่จัดคอนเสิร์ต ด้วยระบบควบคุมไฟจากแท่งไฟแบบไร้สาย (Wireless) และลดทอนความไม่สะดวกสบายในการซื้อสินค้า

นิตยสาร Fast Company เผยโผ 50 บริษัทสุดยอดนวัตกรรมจากทั่วโลกประจำปี 2020 ซึ่ง Big Hit ได้รับการจัดลำดับอยู่ที่ลำดับ 4 และยังกล่าวอีกว่า Weverse คือนวัตกรรมที่มอบการให้บริการแบบผสมผสานแก่แฟนคลับ ทุกองค์ประกอบบน Weverse สร้างขึ้นโดยแฟนๆ เพื่อแฟนๆ ถือเป็น “การมารวมกันของวัฒนธรรมแฟนคลับ” หนึ่งเดียวในโลก

ดังนั้น Weverse ถือเป็นองค์ประกอบด้าน Platform อันเป็นศูนย์กลางที่เชื่อมต่อ Label และ Business เข้าด้วยกัน 

BANGBANGCON  
คอนเสิร์ตไลฟ์สตรีม BANGBANGCON ในคอนเซ็ปต์ “คอนเสิร์ต BTS ส่งตรงถึงห้อง” คือผลความสำเร็จอันน่าจดจำท่ามกล่างวิกฤตโลก 

  • จัดขึ้นเมื่อวันที่ 18-19 เมษายน  สิริรวมความยาว 24 ชั่วโมง
  • มีผู้ชม 50.59 ล้านราย จาก 12 ประเทศทั่วโลก
  • มีแท่งไฟ ARMY BOMB เชื่อมต่อ 500,000 ตัว
  • มีแฮชแท็กเรียลไทม์ 6.46 ล้านครั้ง

BANGBANGCON: The Live 
คอนเสิร์ตไลฟ์สตรีมสร้างอีกหนึ่งขั้นของนวัตกรรมภายในระบบนิเวศน์ Big Hit ได้รับการบันทึกสถิติโลกจาก Guinness ให้เป็นคอนเสิร์ตไลฟ์สตรีมที่มีผู้ชมมากที่สุด 

  • จัดขึ้นในวันที่ 14 มิ.ย. 
  • มีผู้ชม 756,000 ราย จาก 107 ประเทศทั่วโลก เทียบได้กับผู้ชมคอนเสิร์ตสเกลระดับสเตเดียม 15 เท่า
  • จำหน่ายสินค้าออฟฟิเชียลไปทั้งสิ้นราว 746,000 ชิ้น


แผนงานด้านผลิตภัณฑ์ (Product Pipeline) ในปี 2020

  1. คอนเสิร์ต MAP OF THE SOUL ON:E
    วันแสดง: 10-11 ต.ค.แพคเกจหนังสือ
  2. Learn! KOREAN with BTS
    กำหนดเปิดตัว: 24 สิงหาคม 2020
  3. 花樣年華 The Notes 2
    กำหนดเปิดตัว: 25 สิงหาคม 2020
  4. เกมจับจังหวะดนตรี (Mobile Rhythm Game)
    กำหนดเปิดตัว: ไตรมาสที่ 4 ของปี 2020
  5. เกม BTS Universe Story ร่วมกับ NetMarble
    กำหนดเปิดตัว: ไตรมาสที่ 4 ของปี 2020

คอนเสิร์ต MAP OF THE SOUL ON:E
คอนเสิร์ต BTS ในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์โดยจะเป็นการแสดงจากเพลงในอัลบั้ม ‘MAP OF THE SOUL: 7’ 

‘Learn! KOREAN with BTS’ 
‘Learn! KOREAN with BTS’ เปิดตัวเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา จากทั้งหมด 23 เอพิโสด มีผู้ชมราว 2.19 จาก 200 ประเทศ ที่รับชมถึง 4.3 ล้านครั้ง ผู้ชมส่วนใหญ่ที่เข้าชมมาจากอเมริกา, อินเดีย, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์ และญี่ปุ่น จากผลตอบรับที่ได้ Big Hit จึงสร้างสรรค์อีกหนึ่งคอนเทนต์สื่อการเรียนการสอนภาษาเกาหลีที่เน้นด้านการเรียนรู้มากขึ้น ในรูปแบบหนังสือเรียนภาษาเกาหลีที่จัดทำโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษา 

‘Learn! KOREAN with BTS’ ในรูปแบบแพคเกจหนังสือ จะเปิดตัวทาง Weverse Shop ในวันที่ 24 ส.ค. นี้ ในแพคเกจยังมาพร้อมกับปากกาพูดได้ (Speaking Pen) ที่จะอ่านออกเสีบงคำศัพท์เมื่อจิ้มไปที่คำศัพท์ ข้อความเสียงโดย BTS ที่ซ่อนอยู่ในหนังสือจะช่วยให้ผู้เรียนเพลิดเพลินกับการเรียนภาษาเกาหลีมากยิ่งขึ้น ผลงานครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัยฮันกุก ภาษาและกิจการต่างประเทศ (Hankuk University of Foreign Studies) และมูลนิธิเกาหลี (Korea Foundation) คลาสเรียนภาษาเกาหลีในต่างประเทศที่มหาวิทยาลัยชั้นนำ โดยใช้คอนเทนต์ ‘Learn! KOREAN with BTS’ เป็นสื่อการเรียนการสอน จะเริ่มต้นในภาคเรียนฤดูใบไม้ร่วงปีนี้ที่ มหาวิทยาลัย Middlebury ในอเมริกา, มหาวิทยาลัย École Normale Supérieure และสถาบันบริหารธุรกิจ EDHEC ในฝรั่งเศส, มหาวิทยาลัย AinShams ในอียิปต์, มหาวิทยาลัยภาษาศาสตร์และการต่างประเทศ และมหาวิทยาลัย Thang Long ในเวียดนาม โดย Big Hit จะเพิ่มจำนวนประเทศและสถาบันที่รองรับต่อไป

花樣年華 The Notes 2
หลังจาก 花樣年華 The Notes 1 ทำยอดขายได้กว่า 2 แสนก็อปปี้ทั่วโลก Big Hit จะเปิดตัว 花樣年華 The Notes 2 ในวันที่ 25 ส.ค. ที่จะถึงนี้ ทาง Weverse Shop

เกมจับจังหวะดนตรี (Mobile Rhythm Game)
เกมจับจังหวะดนตรีบนมือถือจะมอบความสนุกสนานให้แฟนๆ ได้เพลิดเพลินกับเพลงของศิลปินในสังกัด Big Hit Labels โดยจะมีโหมดเล่นพร้อมกันได้หลายคน (Multi-player) เพื่อให้แฟนๆ ทั่วโลกได้มาเล่นเกมร่วมกัน

เกม BTS Universe Story
เกม BTS Universe Story พัฒนาร่วมกับ NetMarble ซึ่งมีเนื้อหามาจากจักรวาล BTS  จะเป็นเกมแนว Sandbox ที่ผู้เล่นสามารถกำหนดเรื่องราวเอง, แชร์และสื่อสารอย่างอิสระร่วมกับผู้เล่นคนอื่นได้


ในช่วงครึ่งแรกของปี 2020 ที่ผ่านมา Big Hit เผชิญหน้ากับวิกฤตโลกที่ไม่คาดฝันแต่ก็สามารถรับมือได้อย่างดีตามแนวทางในแบบฉบับของ Big Hit เอง ด้วยการที่ Big Hit ยึดถือปรัชญาทางธุรกิจในการมอบความประทับใจและประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับแฟนๆ เป็นพื้นฐานนี้เอง ทุกสิ่งทุกอย่างภายใต้ระบบนิเวศน์ของ Big Hit ที่มีแพลตฟอร์มเป็นหัวใจสำคัญ ได้แก่ ผลงานในระดับโลกของศิลปินในระบบ Multi-label, การขยายโมเดลธุรกิจที่ศิลปินมีส่วนเกี่ยวข้องทางอ้อม, ผลงานทางธุรกิจที่มีเสถียรภาพ,  กลยุทธ์การสร้างแบรนด์ให้กับคอนเทนต์วิดีโอ จึงสามารถทำให้ Big Hit ขับเคลื่อนต่อไปได้อย่างมั่นคง Big Hit จะไม่หยุดคิดค้นและไตร่ตรองเพื่อนำเสนอประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภค ระบบนิเวศน์นี้จะเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วยผนึกกำลังที่ไม่มีที่สิ้นสุด เพื่อพัฒนาสมการความสำเร็จของ Big Hit ต่อไป

ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา Big Hit ยังคงใช้ระบบการทำงานที่บ้าน (Work From Home) เหล่าพนักงานเองก็เริ่มคุ้นเคยกับการสื่อสารทางไกลมากยิ่งขึ้น ซึ่ง ณ ตอนนี้เองคือเวลาที่ “ความจริงใจ” มีความสำคัญมากขึ้นในช่วงที่ไม่ได้สื่อสารต่อหน้ากัน เฉกเช่นเดียวกับอุตสาหกรรมดนตรีและคอนเสิร์ต

“ความจริงใจ” คือคุณสมบัติที่ Big Hit ให้ความสำคัญมากที่สุดในการฝึกหัดศิลปิน รายงานกรณีศึกษาโดยสถาบันธุรกิจ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เมื่อไม่นานมานี้ มุ่งเน้นที่ปรัชญาทางธุรกิจและระบบการฝึกหัดศิลปินของ Big Hit “Big Hit ทำงานอย่างหนักเพื่อให้ได้มาซึ่งความสมดุลย์ระหว่างความมีประสิทธิภาพของระบบ และเคารพความเป็นตัวตนของศิลปินแต่ละราย” ปรัชญาการทำงานของ Big Hit ก็คือการพัฒนาศิลปินที่ถ่ายทอด “ความจริงใจ” และสนับสนุนผลงานการสร้างสรรค์ของพวกเขานั่นเอง

เพื่อดำเนินตามพันธกิจของ Big Hit ต่อไปได้นั้น Big Hit จำต้องส่งเสริมศิลปินและระบบการฝึกหัดศิลปินด้วยโมเดลธุรกิจที่ยั่งยืน ด้วยการสร้างคอนเทนต์คุณภาพสูงเพื่อมอบประสบการณ์ใหม่ๆ และความประทับใจให้กับแฟนๆ และผู้บริโภค Big Hit มุ่งมั่นที่จะปูทางสู่ยุคของอุตสาหกรรมเชิงวัฒนธรรมที่ใหม่และไม่เคยมีมาก่อน และจะหาคำตอบที่ก้าวล้ำเพื่อเชื่อมความจริงใจ และเชื่อมต่อกันในยุคแห่งการสื่อสารที่ลดการสัมผัส (Untact) พนักงานกว่า 800 คนของ Big Hit เองก็จะต่อสู้สู่ความเป็นเลิศด้วยพันธกิจและเป้าหมายที่มีร่วมกันเช่นกัน 

ภายใต้วิสัยทัศน์ในการก้าวสู่การเป็น “บริษัทด้านการบันเทิง, ไลฟ์สไตล์ และแพลตฟอร์ม ชั้นนำระดับโลกที่มีพื้นฐานการทำงานจากดนตรี” ปณิธานของ Big Hit ในการคิดค้นเพื่ออุตสาหกรรมดนตรีจะยังคงดำเนินต่อไป

“Big Hit ขอส่งมอบกำลังให้ใจแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบและยังคงสู้รบปรบมือกับความท้าทายและสิ่งผิดปกติเหล่านี้จากใจจริง”


ที่มา | คลิปวิดีโอบันทึกการบรรยายสาธารณะเพื่อสังคม โดย BIG HIT Entertainment (2H 2020)
แปลจากเกาหลีและอังกฤษเป็นไทยโดย CANDYCLOVER

ไม่อนุญาตให้นำไปรีโพสต์บนเว็บไซต์อื่น หรือคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลง แก้ไข นำไปใช้โดยไม่ให้เครดิตแหล่งที่มาก่อนได้รับอนุญาต หากพบเห็นจะดำเนินคดีทางกฎหมายให้ถึงที่สุด