เมื่อ Big Hit เตรียมเข้าสู่ ‘ตลาดหลักทรัพย์ KOSPI’

หลังจากมีข้อมูลออกมาว่า Big Hit Entertainment ต้นสังกัดของสุดยอดศิลปินกลุ่ม K-Pop อย่าง BTS ผู้สร้างปรากฏการณ์ระดับโลก และศิลปินน้องใหม่แถวหน้าอย่าง TOMORROW X TOGETHER ผู้กวาดรางวัลศิลปินหน้าใหม่มากที่สุดในปี 2019 กำลังเดินหน้าจดทะเบียนเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ KOSPI เมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม ล่าสุด Big Hit ผ่านการตรวจสอบเบื้องต้น (Preliminary Examination) กับตลาดหลักทรัพย์เกาหลี (Korea Exchange) แล้วเมื่อช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

หากอ้างอิงตามข้อกำหนดในการจดทะเบียนเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ ลำดับขั้นตอนต่อไปได้แก่การยื่นจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และดำเนินการเสนอขายหลักทรัพย์แก่ประชาชน (IPO) ภายใน 6 เดือน ดังนั้นหากไม่มีข้อผิดพลาดใดๆ เกินขึ้น Big Hit ก็จะเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ KOSPI ภายในปี 2020 นี้

ตลาดการเงินต่างคาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดของ Big Hit หลังจดทะเบียนจะพุ่งสูงกว่า 2 ล้านล้านวอนเป็นอย่างต่ำ เมื่อคำนวณรายได้สุทธิของ Big Hit เมื่อปีที่ผ่านมาจำนวน 7.24 หมื่นล้านวอนด้วยอัตรา P/E (ราคาต่อหุ้นกับกำไรสุทธิต่อหุ้น) 30 เท่า มูลค่าตลาดจะอยู่ที่ 2.172 ล้านล้านวอน

นายคิมฮยอนยง นักวิเคราะห์จากสถาบันการลงทุน EBEST Investment & Securities ชี้ “หากพิจารณาที่ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมบันเทิงทั่วโลกที่ BTS สร้างไว้นั้น อัตรา P/E อย่างต่ำอยู่ที่ 30 เท่า และสูงสุดที่ 40-50 เท่า”

สำหรับตลาดหลักทรัพย์ KOSPI นั้นถือเป็นกระดานหลักในตลาดหลักทรัพย์เกาหลีที่มีบริษัทใหญ่ๆ เช่น บริษัทผู้นำด้านเทคโนโลยีสารสนเทศระดับโลก Samsung Electronics, บริษัทผู้ผลิตชิปหน่วยความจำชั้นนำระดับโลก SK Hynix, บริษัทรถยนต์ชั้นนำระดับโลก Hyundai Motor, บริษัทอุตสาหกรรมเหล็กใหญ่ 1 ใน 3 ของโลก POSCO, บริษัทไฟฟ้าแห่งชาติของเกาหลีใต้ KEPCO, บริษัทผู้ให้บริการค้นหารายใหญ่ของเกาหลีใต้ NAVER, สถาบันการเงินที่ใหญ่เป็นอันดับสองของเกาหลีใต้ Shinhan Bank ฯลฯ จดทะเบียนอยู่ ในขณะที่ KOSDAQ เป็นกระดานสำหรับธุรกิจขนาดเล็กถึงขนาดกลาง โดยสังกัดบันเทิงในเกาหลีส่วนมาก เช่น SM Entertainment, JYP Entertainment, YG Entertainment, CUBE Entertainment ฯลฯ ก็จดทะเบียนอยู่บนกระดานนี้

ปี 2019 ที่ผ่านมานั้น Big Hit Entertainment สร้างผลกำไรจากการดำเนินงาน 9.87 หมื่นล้านวอน, รายได้สุทธิ 7.24 หมื่นล้านวอน และทำยอดขายรวม 5.872 แสนล้านวอน ยอดขายรวมจำนวนดังกล่าวมีมูลค่าสูงกว่ายอดขายรวมของ SK Biopharm จำนวน 1.238 แสนล้านวอน และของ Kakao Games จำนวน 3.910 แสนล้านวอนรวมกัน อีกทั้งยังมูลค่าเป็น 54.5% ของยอดขายของ 3 สังกัดยักษ์ใหญ่อย่าง SM-YG-JYP รวมกันอีกเช่นกัน

ด้วยเหตุนี้เอง นอกจากสถาบันการเงินและการลงทุนแล้ว สื่อต่างๆ ในเกาหลีต่างก็คาดการณ์เช่นกันว่าเมื่อ Big Hit เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์เกาหลีอย่างเต็มรูปแบบจะทลาย ‘3 สังกัดยักษ์ใหญ่’ ที่คร่ำหวอดในวงการมากว่า 10 ปี อีกทั้งจะเปลี่ยนแปลงตลาดวงการบันเทิงเกาหลีไปโดยปริยาย

หุ้น bighit
นายบังชีฮยอก ประธานใหญ่จากสังกัด Big Hit Entertainment ที่งานบรรยายสาธารณะเพื่อสังคมสำหรับครึ่งปีหลังปี 2020

ในการบรรยายสาธารณะเพื่อสังคมที่จัดขึ้นเพื่อสรุปผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา และเผยแผนงานที่จะดำเนินต่อไปในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2020 Big Hit ทำยอดขายได้ถึง 2.94 แสนล้านวอน และกำไรจากการดำเนินงาน 4.97 หมื่นล้านวอน

ล่าสุด ณ วันที่ 2 กันยายน Big Hit ได้ยื่นรายงานหลักทรัพย์ต่อหน่วยงานกำกับดูแลด้านตลาดทุนเกาหลี (Financial Services Commission) แล้ว Big Hit จะเสนอขายหลักทรัพย์จำนวน 7,130,000 หุ้น ที่ราคาราว 105,000-135,000 วอนต่อหุ้น คิดเป็นมูลค่ารวมราว 7.487-9.626 แสนล้านวอน การพยากรณ์ความต้องการของนักลงทุน (Demand Forecasting) ทั้งในและต่างประเทศ จะเกิดขึ้นเป็นเวลาสองวันระหว่างวันที่ 24-25 กันยายนนี้ โดยหลังจาก Big Hit ยื่นจดทะเบียนในวันที่ 5-6 ตุลาคม แล้วก็จะเสร็จสิ้นกระบวนการจดทะเบียนสู่ตลาดทรัพย์ KOSPI ในกลางเดือนตุลาคม

สถานการณ์ทางเศรษฐกิจและความเคลื่อนไหวของ Big Hit Entertainment ในการจดทะเบียนเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์จะเป็นอย่างไรต่อไปนั้น ติดตามได้ทาง CANDYCLOVER.COM

ที่มา | 1, 2, 3, 4
แปลจากเกาหลีเป็นไทยและเรียบเรียงข้อมูลโดย CANDYCLOVER

ไม่อนุญาตให้นำไปรีโพสต์บนเว็บไซต์อื่น หรือคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลง แก้ไข นำไปใช้โดยไม่ให้เครดิตแหล่งที่มาก่อนได้รับอนุญาต หากพบเห็นจะดำเนินคดีทางกฎหมายให้ถึงที่สุด

Comments