9 ตอน-ต้องดู รายการวาไรตี้ สัญชาติเกาหลี Run BTS | โดยนิตยสาร TIME

เมื่อ Run BTS  ถูกฉายครั้งแรก ในปี 2015 เมมเบอร์เจ็ดคนจากวงดนตรีป็อบเกาหลีใต้ ได้ให้สัญญาอย่างหรูหราว่า—“มันจะออกมาฮาเลยล่ะฮะ”

เมื่อ Run BTS ถูกฉายผ่านสตรีมมิ่งเกาหลี V Live ในปี 2015  เมมเบอร์ทั้งเจ็ดจากวงดนตรีป็อบเกาหลีใต้  ได้ให้สัญญาอย่างหรูหราว่า “มันจะออกมาฮาเลยล่ะฮะ” J-Hope รับประกันไว้ในตอนเริ่มซีรีส์ ”ผมหวังว่าคุณจะเพลิดเพลินกับมันได้  ไม่ว่าเมื่อไหร่ที่คุณรู้สึกเศร้า”  Suga พูดต่อหน้ากล้อง ซีรีส์ดังกล่าวว่างเว้นไปชั่วคราว หลังดำเนินช่วงยาวนานถึง 6 ปี  มีด้วยกันมากกว่า 150 ตอน  ซึ่งทำได้ดีด้วยว่า มันคอยรักษาสัญญาเหล่านั้นเอาไว้

Run BTS แรกเริ่มประกอบด้วยเกมชิงรางวัลและทำโทษอันหลากหลาย  ข้อเสนอตั้งต้นนั้นเฉิดฉายได้จากเคมีของดาราและสไตล์การตัดต่อ  ในขณะที่หลายตอนออกไปทางไร้สาระได้อย่างน่ายกย่อง  บางตอนที่ดีที่สุดก็ได้รวบรวมโมเมนท์อันซาบซึ้งตรึงใจและภาพสะท้อนอันจริงจังตั้งใจเอาไว้  ตบท้ายด้วย การตลบแตลงแห่งตอนจบหักมุมสุดประทับใจของแท้

หากคุณกำลังมองหาอะไรที่ทำให้หัวเราะได้  เรามี RUN BTS ตอนที่ตอบโจทย์
หากคุณสนใจความสามารถทางดนตรีของ BTS ในเชิงลึกกว่า  เรามีตอนที่รองรับ
หากคุณแค่อยากเห็นพวกเขาเปียกน้ำ  เราก็มีตอนที่พร้อมส่ง

จากการปรุงอาหารสู่การแข่งกีฬา สู่การเดินทางย้อนเวลา เก้าตอนต่อไปนี้ อัดแน่นด้วยสิ่งต่างๆมากมายที่ RUN BTS ได้นำเสนอมา

(รับชมทั้งหมดฟรีทาง V Live)

“รสชาติแห่งเกาหลี” (ตอนที่ 20)

การแข่งขันทำอาหารของ RUN BTS ซับซ้อนขึ้นทุกที เมื่อซีรีส์ดำเนินไป แต่ความกุลีกุจอแบบเรียบง่าย อยู่ภายใต้ตอนบทแรกของตีมครัว  ซึ่งทำให้มันคลาสสิค Jin รับบทพิธีกร “รสชาติแห่งเกาหลี”  แบ่งสมาชิกที่เหลือออกเป็นสองทีม  จับเวลาหนึ่งชั่วโมง เพื่อรังสรรค์เมนูให้ Jin เป็นคนตัดสิน

เช่นที่ใครอาจคาดหวังได้ จากผู้ชายเจ็ดคนที่อุทิศชีวิตวัยรุ่นส่วนตน ให้แก่ดนตรีที่ขึงขังและผังฝึกซ้อมการแสดง  ไม่ใช่เมมเบอร์ทุกคนของ BTS จะทำอาหารได้  ในขณะที่ Jin, Suga และ Jungkook มีทักษะในการทำอาหาร  J-Hope และ Jimin ก็ทำได้เพียงเมนูง่ายๆ

V และ RM ในเวลาเดียวกัน เป็นตัวอันตรายทรงประสิทธิภาพ ทั้งต่อตนเองและผู้อื่น

การขาดความอาจหาญทางงานครัวนั้นไม่ใช่ปัญหา  ความบันเทิงมากมายในรายการวาไรตี้สัญชาติเกาหลีใต้ มาจากการจับเหล่าคนดังออกจากคอมฟอร์ทโซน และปล่อยให้พวกเขาขำกันเอง  ยิ่งไปกว่านั้น “รสชาติแห่งเกาหลี” ยังแสดงให้เห็นอีกว่า  เมมเบอร์สามารถจับปรับยอมรับจุดอ่อนแข็งของกันได้ดีขนาดไหน —ชุดทักษะดังกล่าวนี้ ที่ร้อยเรียงความสำเร็จของวง ทั้งบนเวทีและสถานที่บันทึกเสียง

รับชม ที่นี่

“วาไรตี้โชว์ในความทรงจำ” (ตอนที่ 30-31)

“วาไรตี้โชว์ในความทรงจำ” ต่อบททั้งตอนด้วยวง BTS ที่เล่นเกมวาไรตี้เกาหลีจากความคึกคะนอง พร้อมสวมใส่เสื้อผ้า “สไตล์-เรโทร”  ผลปรากฏออกมาว่า ฮาแตกแตน  ถ่ายทอดคอร์สเร่งรัดสำหรับคนดู เกี่ยวกับธรรมเนียมปฏิบัติของรายการวาไรตี้  ในขณะที่มอบโอกาสให้ Suga ได้สาธิตความสามารถด้านพิธีกร  ไฮไลท์สำคัญมาถึงตอนเกมสุดท้ายปลายรายการ  เราจะได้เห็นเมมเบอร์งีบไป 30 นาที  ก่อนที่ต้องตื่นขึ้นมาทวนและท่อง เนื้อร้องเพลงเด็กที่ชื่อว่า “มะเขือเทศเก๋ไก๋” ให้สำเร็จลุล่วง

รับชม ที่นี่

“ปิคนิคของ BTS” (ตอนที่ 53-56)

“ปิคนิคของ BTS” ถูกปล่อยหลังสองซีซันแรกของ BTS Bon Voyage รายการท่องเที่ยวของวงที่เค้าโครงคล้ายๆกัน

เส้นเรื่องสี่ตอน พาเราไปพบเมมเบอร์ที่เดินทางออกจากกรุงโซล ออกท่องเที่ยวตั้งแคมป์  เข้าร้านขายของ ร้องคาราโอเกะ รวมทั้งเล่นเกมต่างๆ (“ปิคนิคของ BTS” ดำดิ่งไปสู่ซีรีส์ย่อยอื่นๆ อย่าง: BTS เล่นกีฬาไม่ได้ หมายรวมถึงฟุตวอลเลย์  ซึ่งกลายเป็นกิจกรรมสนุกสนานขำค้างต่อมาในภายหลัง)

จบตอนด้วยสมาชิกแบ่งปันบทกวีที่พวกเขาเขียนให้อีกฝ่าย ล้อมรอบกองไฟ

แสดงให้เห็นว่ารายการจริงจังได้แค่ไหน และผองเพื่อนผู้ร่วมงานเหล่านี้ พึงพิงกันมากเพียงใด

“แม้เราเคยฝันสูงเสียดฟ้า

ตรงนี้ก็สูง อีกทั้งยังหนาว

อยากหายใจ ยังแสนยาก”

Suga เขียนไว้ในบทกลอนของเขา

“จริงที่กล่าวว่า

ยิ่งแสงสว่างลุกไหม้  เบื้องบนมากเท่าไหร่

เงาดำยิ่งปรากฎกาย  ทอดไกลมากเท่านั้น

โล่งอกไปที ที่เรามีกันเจ็ดคน

โล่งอกไปที ที่เราอยู่ด้วยกัน”

รับชม ที่นี่

“โรงเรียน BTS” (ตอนที่ 63-64)

Run BTS เจาะลึกบทละครสั้น  วัตถุดิบทั่วไปในวาไรตี้เกาหลีใต้ ซึ่งหนักมากในภาคแรก  ก่อนจะงดเว้นไปให้รูปแบบอื่นๆ 

ในขณะที่ “โรงเรียน BTS” ไม่ใช่ละครสั้นตั้งแต่แรก  เมมเบอร์ก็สวมบทบาทเสียจริงจัง: Suga รับบท ครูขี้โมโห  เมมเบอร์ส่วนใหญ่รับบท นักเรียนผู้แข็งขัน พวกเขาเลือกตั้งหัวหน้าห้อง ก่อนดำดิ่งสู่วาไรตี้เกมจากวิชาเรียน

การแข่งขัน “ไม้ตะเกียบ” บนกระดิ่งมือ  ทำให้ผู้ชมมีโอกาสได้เห็นพวกเขาเชื่อมต่อทางดนตรี  ในแบบที่ แตกต่างมากจริงๆจากการเป็นศิลปินท็อปชาร์ต ส่งท้ายไปที่การโต้วาทีระดับห้องเรียน หัวข้อ ยอมได้หรือไม่ที่ Mint Chocolate Chip จะเป็นหนึ่งในรสไอศกรีม  และระหว่างนี้เมมเบอร์จะถูกสเปรย์น้ำใส่  หากใช้คำหรือวลี”ต้องห้าม”ที่ถูกเตรียมไว้

“โรงเรียน BTS” โดดเด่นไปด้วยปมการต้มตุ๋น  กลโกงและบทบาทเกมสุดบันเทิง

รับชม ที่นี่

“Photo Challenge” (ตอนที่ 104-106)

เมมเบอร์วง BTS ทราบวิธีถ่ายแบบของตัวเอง  ในแง่ที่มันเป็นเรื่องทั่วไปในชีวิตการทำงานของดารา

“Photo Challenge” ปล่อยให้ BTS กำกับการถ่ายทำกันเอง  บวกงานประดิษฐ์ลุคอันเป็นเอกลักษณ์ จากเสื้อผ้าแบบประหยัด, ปืนกาวร้อน, สีเพนท์ผ้า และเครื่องประดับนานาจากร้านค้าแบบปาร์ตี้

ประหนึ่งว่า Project Runway และ America’s Next Top Model ตัดสินใจสร้างรายการแข่งขันขั้นสุดยอด ร่วมกับสมาชิกวงดนตรีป็อบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก โดยเชิญมาเป็นผู้เข้าแข่งขันเพียงหนึ่งเดียว

“Photo Challenge” ยังนำเสนอหนึ่งในรางวัลที่น่าจดจำที่สุดของ Run BTS อีกด้วย: รูปอัดกรอบรูปหนึ่งซึ่งไม่ผ่านเข้ารอบ  นั่นคือรูป Jimin ใส่เสื้อโปโล แลดูคล้ายนักเรียนคนหนึ่งยืนถ่ายรูปบัตรนักเรียน  งานศิลปะชิ้นนี้ถูกจัดแสดงที่กำแพงของ HYBE บริษัทต้นสังกัดของวง BTS

รับชม ที่นี่

“Photo Story” (ตอนที่ 118-119)

ไม่ว่าเป็นตอนไหนในรายการ จะเป็นซีรีส์ย่อยใดก็ไม่สำคัญ  เราสามารถพบสายลับแฝงตัวได้อยู่ดี—ผู้ทำหน้าที่บ่อนทำลายเกมทางใดทางหนึ่ง  ซึ่งเมมเบอร์คนหนึ่ง(หรือหลายคน) จะถูกเลือกไว้อย่างเจาะจง และมักจะถูกเปิดโปงหลังความจริงถูกเปิดเผยเท่านั้น

“Photo Story” พาผู้ชมไปพบกับ  หนึ่งในการเปิดโปงสายลับที่ยับที่สุดในประวัติศาสตร์ของรายการ ส่วนแรกจากตอนคู่  เมมเบอร์ BTS ใช้เวลาวิ่งวุ่นไปรอบๆ  Samsung Electrics Cafe Camptong  พวกเขาได้รับมอบหมายให้รวบรวมข้อความจาก Post-It เพื่อสร้างประโยคบอกเล่าสถานการณ์ของรูปถ่าย ซึ่งมักต้องอาศัยความช่วยเหลือจากเมมเบอร์คนอื่น ที่อาจจะถูกเบี่ยงเบนหรือไม่ก็ได้จากภารกิจส่วนตัว

รับชม ที่นี่

ดีเบต 77-นาที (ตอนที่ 131-132)

อย่างที่ Suga คาดไว้ ในบทตอนอันเปียกโชก: “ดีเบตไม่สำคัญ  น้ำสำคัญกว่า”

RUN BTS มีรายการย่อยทางน้ำมากมาย  รวมถึง ตอนที่น่าจดจำจากสวนน้ำ (ตอนที่ 83-85)

แต่ “ดีเบต 77-นาที” อาจถือได้ว่า เป็นตอนบทที่ดีที่สุดของซีรีส์ย่อยอันดุเดือดนี้

เมมเบอร์จะดำเนินซีรีส์ 11-นาที ในหัวข้อไร้สาระ (เช่น ลูกพีชอ่อน หรือลูกพีชแข็ง)  ภายใต้ภัยคุกคามจากความเปียกโชกอย่างต่อเนื่อง หากพวกเขาใช้คำและการกระทำต้องห้ามของรอบ  หากนี่ฟังดูคุ้นๆ  นั่นก็เพราะพวกเขาเคยทำให้ดูแล้วในการทดลองของ “โรงเรียน BTS”

เปรียบเทียบการดีเบตสองครั้ง ที่ขับดันด้วยแรงน้ำ  ทำให้เห็นชัดถึงพัฒนาการหลายปี ของรายการ ในด้านความยากของเกม  โปรดิวเซอร์ตัดสินใจได้เฉียบแหลม ให้เหล่าเมมเบอร์รับบทลงโทษด้วยกันในรอบนี้  หรือพูดอีกอย่าง ว่าถ้าสมาชิกทีมคนหนึ่งพูดคำต้องห้าม  ทั้งทีมก็ต้องโดนโจมตีด้วยน้ำเช่นเดียวกัน  หากเมมเบอร์คนใดทำท่าต้องห้าม BTS ทุกคนจะต้องเปียกน้ำกันหมด  นี่ทำให้เมมเบอร์ตะโกนข้ามเวทีไปมา ผ่านกระแสน้ำอันเชี่ยวกราก  เพื่อพยายามจะชี้และสื่อว่าอะไรที่น่าจะเป็นพฤติกรรมต้องห้าม

ในด้านงบประมาณ เป็นที่ประจักษ์ว่ารายการมาไกลแค่ไหน จาก “โรงเรียน BTS”  มันไม่ง่ายที่จะถ่ายทำกันทั้งตอนโดยถูกล้อมไปด้วยน้ำ  เสียงสะท้อนส่งผลกระทบอย่างเห็นได้ชัดใน “ดีเบต 77-นาที”  ฝ่ายไมค์บูมต้องร่อนจากระยะปลอดภัย ไกลจากเมมเบอร์  โดยการนั่งข้างสระว่ายน้ำ ซึ่งจะนำเสียงสะท้อนกลับไปได้ การกำกับฉากของตอนนี้ก็น่าประทับใจ  นั่นทำให้มันเข้ากันได้สุดๆ  จบตอน  ผู้กำกับยังขออาสา  เข้ามาโดนระเบิดน้ำด้วยอีกคน

รับชม ที่นี่

BTS จับมือรายการวาไรตี้ (ตอนที่ 140-141)

BTS สร้างรายการนี้ขึ้นมา ในส่วนที่ว่า พวกเขาจะไม่ต้องพึ่งพารายการวาไรตี้หนักเกินไป นี่จึงทำให้ “BTS จับมือรายการวาไรตี้” นี้เหนือความคาดหมาย

รายการเชิญพิธีกร Na Young Seok จากรายการ Game Caterers มาดำเนินวาไรตี้เกมอันโด่งดัง  การปรากฏตัวของ Na สร้างความประหลาดใจให้เมมเบอร์ได้เป็นปลื้ม

ตอนนี้มีการเจาะลึกดาราชาวอเมริกาที่โด่งดังในประเทศเกาหลี  โดย BTS เล่นเกมที่ต้องบอกชื่อคนดังมากมาย ภายในเวลาอันสั้น  นี่นำไปสู่โมเมนท์อันเป็น Viral  เมื่อ J-Hope บอกชื่อคุณ Conan O’Brien ผิดไปเป็น  “Curtain”(คุณ”ผ้าม่าน”)  ซึ่งต่อมาคุณ O’Brien ก็ได้ตอบกลับขำๆอย่างอารมณ์ดีในรายการของเขาอีกด้วย

ซีรีส์สี่ตอน(สองตอนฉายแยกบนช่อง YouTube ของ Game Caterers)นั้นยอดเยี่ยมเทียบเคียงกัน แต่ไฮไลท์เริ่มที่ BTS x Game Caterers ตอน 2  เมื่อเมมเบอร์ได้ภารกิจลับ —อย่างการปลอกไข่นกกระทา 100 ใบ หรือหย่อนเหรียญใส่ตัวเมมเบอร์คนอื่น—ซึ่งต้องทำให้เสร็จใน 30 นาที

เกมเกิดวุ่นวายขึ้นมาเฉียบพลัน  เมื่อเมมเบอร์พยายามทำภารกิจของตัวเองควบคู่ไปกับการทำลายภารกิจของคนอื่นพร้อมกันทีเดียว โดยไม่รู้ว่าจริงๆแล้วภารกิจเหล่านั้นคืออะไร  นี่เป็นเครื่องเตือนใจว่า Run BTS บันเทิงได้ขนาดไหน  และเมมเบอร์สนุกสนานร่วมกันได้เพียงใด  แม้เมื่อหลังวงๆหนึ่งล่วงเลยไปกว่า 8 ปีแล้วก็ตาม

รับชม ที่นี่

“หมู่บ้าน BTS: ราชวงศ์โชซอน” (ตอนที่ 145-147)

หนึ่งในซีรีส์ย่อยที่พบบ่อยบนรายการ คือ Mafia  เกมอนุมานการสังคม ที่ผู้ชมชาวอเมริกันอาจคุ้นเคยจากวัยเด็ก  และ/หรือ เกมภาคค่ำ  BTS เล่น Mafia หลายต่อหลายครั้งตลอดทั้งซีรีส์  แต่ “หมู่บ้าน BTS: ราชวงศ์โชซอน” นั้นอาจเป็นตัวอย่างที่ประณีตและงดงามที่สุด

บทตอนพาผู้ชมไปพบเหล่าเมมเบอร์ที่แต่งกายในชุดฮันบกโบราณ  เดินเล่นรอบหมู่บ้านพิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง ตามหาชิ้นส่วน MacGuffin ที่แตกสลาย  บทสรุปเส้นเรื่อง “หมู่บ้าน BTS” จากภาพใหญ่  ซึ่งเริ่มต้นปัจจุบันไปตอน “จงปกป้องเมือง” (ตอนที่ 47-48)  ต่อเนื่องในปี 1970s “Reply หมู่บ้าน BTS” (ตอนที่ 120-121)  ก่อนจะถูกส่งกลับไป ไกลกว่าเดิมในช่วงเวลาของราชวงศ์โชซอน

—ใช่แล้ว บท Run BTS จะอยากเดินทางย้อนเวลาก็ย่อมได้  หลังจากสองตอนของการตามหาคำใบ้  และมอบหมายงานหลายระดับ ให้กับตัวละครโชซอนของพวกเขา  เมมเบอร์ใช้เวลาตอนที่สามทั้งหมด  เพื่อระบุตัวคนทรยศ

นี่เอง ได้กลายเป็นการตอบโต้ข้อกล่าวหา Mafia ตอนหนึ่งซึ่งดุเด็ดเผ็ดร้อนที่สุดในประวัติศาสต์การดำเนินรายการ

รับชม ที่นี่

.

ที่มา | 9 Must-Watch Episodes of the South Korean Variety Show Run BTS By KAYTI BURT

แปล EN/TH และเรียบเรียงโดย @toei

📌 ข่าว VLIVE

About the Author /

s.pechrapee@gmail.com

Drinking a cup of hot tea, looking up to the galaxy, you’ll be alright —I’m a free soul of Magic Shop