มองดูปี 2018 ของ BTS ผ่าน DNA การโบยบินที่ต้องเชื่อมั่นและเฝ้าจับตามอง

ศิลปินวง BTS ที่ติดปีกบินด้วยอัลบั้ม ‘WINGS’ ในปี 2016 ออกทะยานอย่างงดงามในปี 2017 แต่นั่นเป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น ปี 2018 ที่พวกเขาจะขึ้นไปสูงยิ่งขึ้นได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

ปีที่ผ่านมาของ BTS ผู้เริ่มต้นปี 2017 ด้วย ’Spring Day’ คือ ‘Spring Day’ ที่แท้จริง อัลบั้ม LOVE YOURSELF 承 ‘Her’ อัลบั้มเดียวทำยอดขายได้มากกว่า 1.42 ล้านก็อปปี้ บันทึกสถิติยอดขายที่สูงที่สุดนับตั้งแต่มีการบันทึกยอดขายของชาร์ต GAON นอกจากนั้นบนชาร์ต HANTEO เองพวกเขาก็มียอดขายทะลุ 1 ล้านก็อปปี้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่มีการบันทึกยอดขายของชาร์ตนี้ นำพวกเขาขึ้นแท่นตำแหน่งมิลเลี่ยนเซลเลอร์

BTS ทะยานขึ้นสู่ชาร์ตหลักของ Billboard อย่าง Billboard ‘Hot 100’ เป็นครั้งแรกด้วยเพลงไตเติ้ล ‘DNA’ และเดินสายงาน Billboard Music Awards ตลอดจน American Music Awards หลังจากปรากฎตัวในรายการทอลค์โชว์อเมริกาชื่อดัง ก็ได้บันทึกสถิติสูงสุดที่อันดับ 28 บนชาร์ต Billboard ‘Hot 100’ จากการร่วมงานเพลงกับเหล่าศิลปินระดับโลกในเพลง ‘MIC Drop (Steve Aoki Remix feat. Desiigner)’ พวกเขาใช้เวลาหนึ่งปีที่ผ่านมาด้วยการโบยบิน (飛上) อย่างแท้จริง

ปีจอเป็นปีที่ไม่ทันไร BTS ก็กำลังเดินหน้าเข้าสู่การเดบิวต์ปีที่ 5 อีก 1 ปีใหม่ของพวกเขาที่ลอยลำมาด้วย ‘Spring Day’ จะถูกเติมเต็มไปด้วยเรื่องราวแบบไหนกัน เห็นได้ชัดว่าปี 2017 ของพวกเขาเป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น ปี 2018 ที่พวกเขาจะขึ้นไปสูงยิ่งขึ้น ไตร่ตรองผ่านสิ่งสามสิ่งจาก ‘DNA’ ที่จะนำไปสู่การโบยบิน

เมื่อค่ำคืนของวันที่ 31 ธันวาคม (ตามเวลาท้องถิ่นอเมริกา) BTS ปรากฎตัวในรายการ “Dick Clark’s New Year’s Rockin’ Eve 2018” ปิดฉากปี 2017 ลงไปสมความเป็นกระแสนิยมระดับโลก นับเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ได้รับรู้ถึงสถานะของ BTS ที่เปลี่ยนแปลงไปหลังจากเดบิวต์ทางโทรทัศน์อเมริกาอย่างเป็นทางการผ่านงาน American Music Awards

สถานะของ BTS ในอเมริกามีทีท่าว่าจะแผ่ขยายออกไปกว้างขวางและหนักแน่นยิ่งขึ้น หลังจากที่พวกเขาปรากฎตัวในงานประกาศรางวัล American Music Awards ตามด้วยรายการทอล์คโชว์หลักของ 3 สถานีโทรทัศน์ยักษ์ใหญ่ในอเมริกาอย่าง ABC, CBS, NBC ก็มีการรับรู้จากคนทั่วไป (Awareness) ที่เพิ่มมากขึ้น เป็นเพราะกระแสที่หลั่งไหลเข้ามาของแฟนๆ ในท้องถิ่นอเมริกาที่เป็นไปอย่างต่อเนื่องนั่นเอง นักวิจารณ์เพลงป๊อป คุณคิมยองแด ผู้ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองซีแอตเทิล สหรัฐอเมริกา คาดการณ์ว่าการทำงานในอเมริกาของ BTS จะขยายรากฐานออกไปมากขึ้นในปีนี้

นักวิจารณ์คิม วิเคราะห์ว่า “ผลความสำเร็จที่ BTS สร้างไว้ที่อเมริกาในปี 2017 มีพื้นฐานมาจากการผลักดันของมีเดีย” สังเกตุเห็นได้จากฐานแฟนคลับที่กำลังเติบโตทั้งในเกาหลีและต่างประเทศ เขายังบอกอีกว่าคอยติดตามความร้อนแรงเต็มรูปแบบของ BTS ในเรื่องราวครั้งต่อไปของซีรี่ส์ ‘LOVE YOURSELF’ ที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อปีที่ผ่านมาและดำเนินมาถึงปีนี้ได้เลย

การร่วมงานกับเหล่าศิลปินทั่วโลกก็เป็นสิ่งที่มองข้ามไปไม่ได้เลย ด้วยการปฏิบัติที่เปลี่ยนไปของฝั่งอเมริกา ทำให้ต้นสังกัด Big Hit Entertainment เองได้มีโอกาสใช้แผนการตลาดที่หลากหลายมากขึ้นกว่าแต่ก่อน หนึ่งในนั้นคือการทำเพลงร่วมกับศิลปินอื่น นักวิจารณ์คิมกล่าว “ในเรื่องของชื่อเสียงและสเกล เราคาดการณ์ถึงการร่วมงานกับศิลปินอีกระดับต่างจาก ณ ปัจจุบันได้เลย การผลิต CD ในอเมริกาผ่านการร่วมงานกับสังกัดในอเมริกาเองก็เป็นส่วนสำคัญที่จะต้องพิจารณาในการรักษาความเป็นสัญลักษณ์เช่นกัน”

การจับตามอง ณ ปัจจุบันพุ่งเป้าอีกครั้งไปที่งานประกาศรางวัลในอเมริกา เขากล่าวว่าเราสามารถคาดหวังผลความสำเร็จที่จับต้องได้จากงานประกาศรางวัลที่คนทั่วไปให้คุณค่าอย่าง Billboard Music Awards และ American Music Awards ได้เลย แล้วถ้าเป็นงาน ‘Grammy’ ที่ได้ชื่อว่ามีความหัวเก่าล่ะ จะเป็นอย่างไรกัน

นักวิจารณ์คิมวิเคราะห์ว่า “Grammy เปลี่ยนกฎเกณฑ์ให้ศิลปินที่ยังไม่เคยปล่อยอัลบั้มเต็มในอเมริกาหรือศิลปินที่ไม่ได้เข้าชิงให้มีสิทธิ์ที่จะได้รับรางวัลศิลปินหน้าใหม่ เพราะฉะนั้นอาจมีความเป็นไปได้เพียงพอที่พวกเขา BTS จะเข้าชิงรางวัลศิลปินหน้าใหม่ในงาน Grammy ในปีนี้” Big Hit เองก็คงจะพิจารณาเกี่ยวกับการส่งชื่อเข้าชิงอย่างแยบยลมามากพอเช่นกัน ในปี 2018 นี้จำเป็นต้องจับตามองประวัติศาสตร์ใหม่ที่ BTS จะจารึกลงในงานประกาศรางวัลในอเมริกากันเลยทีเดียว

ลีดเดอร์ RM และ SUGA เป็นเมมเบอร์ที่โปรดิวซ์เพลงได้ ทั้งคู่ต่างคนต่างปล่อยมิกซ์เทป ‘RM’ และ ‘AGUST D’ และมีส่วนร่วมในการทำอัลบั้มของ BTS อย่างต่อเนื่อง RM โปรดิวซ์ Hidden Track เพลง ‘바다’ และ SUGA ก็โปรดิวซ์เพลง ‘Outro : Her’ ในอัลบั้ม LOVE YOURSELF 承 ‘Her’ อีกด้วย

SUGA ได้พิสูจน์ความสามารถด้วยการรับงานโปรดิวซ์นอกเหนือจากของวง BTS เป็นครั้งแรกเมื่อปีที่ผ่านมา เพลง ‘오늘 취하면’ ที่เขาโปรดิวซ์ได้รับความรักมากมายด้วยการครองอันดับ 1 บนชาร์ตเพลงเป็นระยะเวลานาน เป็นความสามารถที่ได้รับการยอมรับจากการได้รับกระทั่งรางวัล ‘Hot Trend’ ในฐานะโปรดิวเซอร์จากงาน Melon Music Awards ประจำปี 2017 เลยทีเดียว ด้วยความก้าวหน้าที่พวกเขาสร้างเอาไว้จึงควรค่าแก่การติดตามผลงานโปรดิวซ์นอกเหนือจากของวงที่จะร้อนแรงยิ่งขึ้นของ RM และ SUGA ในปี 2018 เลยจริงๆ

อ่านต่อ : รวมผลงานของ BTS จากงาน Melon Music Awards ประจำปี 2017

นอกเหนือจากสองคนนี้ยังมีเมมเบอร์ที่โดดเด่นในเรื่อง DNA แห่งการโปรดิวซ์อีกด้วย ก็คือ J-HOPE และ JUNGKOOK นั่นเอง J-HOPE ที่เคยแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในงานโปรดิวซ์ผ่านมิกซ์เทปเพลง ‘1 VERSE’ ที่ปล่อยออกมาเมื่อปี 2015 ยังเผยถึงความตั้งใจในการทำมิกซ์เทปเดี่ยวที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นเมื่อปีที่ผ่านมา เขาที่กำลังอยู่ในระหว่างการทำมิกซ์เทปกล่าวผ่านรายการ Ameba TV ที่ญี่ปุ่นเมื่อไม่นานมานี้ “ผมทำเพลงแล้ว คอยติดตามด้วยนะครับ” เพิ่มความคาดหวังขึ้นอีกทีเดียว

มังเน่จองกุกก็เข้าสตูดิโอเป็นคนแรกจากโวคอลไลน์ และยังประกาศการทำงานโปรดิวซ์อย่างเต็มรูปแบบอีกด้วย RM กล่าวในงานแถลงข่าวผลงานชิ้นใหม่เมื่อเดือนกันยายนปีที่ผ่านมาด้วยว่า “นอกจากเมมเบอร์ที่โปรดิวซ์เพลงได้อยู่แล้ว JUNGKOOK ก็ใกล้จะเริ่มงานโปรดิวซ์แล้ว” ปี 2018 นี้ จะรอคอยติดตามผลงานโปรดิวซ์เพลงชิ้นที่สองของ JUNGKOOK ต่อจากเพลง ‘Outro : Love is Not Over’ จากอัลบั้ม ‘화양연화 pt.1’ เลย

หลายผู้เชี่ยวชาญมองว่าการสื่อสารที่แอคทีฟและเนื้อเพลงที่ทำให้แฟนๆ มีอารมณ์ร่วมเป็นหนึ่งในปัจจัยสู่ความสำเร็จของ BTS ซึ่งเป็นคีย์เวิร์ดที่นำเสนอความเป็นวง BTS ที่ไม่อาจละเลยไปได้ในปี 2018 เช่นกัน ไม่อาจรู้ได้ว่านี่เป็นสิ่งที่พวกเขาตั้งใจไว้หรือไม่แต่พวกเขา BTS ก็เดินหน้าที่จะพบปะและพูดคุยกับแฟนๆ กันต่อในงานแฟนมีทติ้งครั้งแรกในช่วงปีใหม่กับ ‘BTS 4th Muster’ ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 13 และ 14 มกราคมที่จะถึงนี้ที่ Gocheok Sky Dome กรุงโซล เกาหลีใต้

อิทธิพลของสื่อโซเชียลของ BTS ที่จะแผ่ขยายออกไปมากขึ้นในปี 2018 เองก็น่าสนใจเช่นกัน การใช้โซเชียลของพวกเขาซึ่งเป็นแอคเคาท์ Twitter แอคเคาท์แรกในเกาหลีที่มียอดผู้ติดตามทะลุ 10 ล้าน เป็นไปอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องมากกว่าการแชร์ชีวิตประจำวันทั่วไป ควรค่าแก่การติดตามทีเดียวว่าอิทธิพลจากการสื่อสารอย่างเดิมของเมมเบอร์ด้วยการใช้แอคเคาท์เดียวด้วยกันทุกคนซึ่งเป็นสิ่งที่เพิ่มพูนความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันจะแผ่ขยายไปถึงไหนในปีนี้

‘BTS Festa’ ที่จัดขึ้นเพื่อแฟนคลับในโอกาสวันครบรอบเดบิวต์ของ BTS ในทุกๆ ปีก็เป็นหนึ่งในวิธีสื่อสารฉบับ BTS โดยปกติอีเว้นท์นี้จะดำเนินไปเป็นเวลาประมาณ 2 อาทิตย์ด้วยคอนเทนท์หลากหลายที่พวกเขาทำขึ้นเอง เช่น เพลงที่แต่งเอง, รายการวิทยุ, รูปสเปเชียล, คลิป เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเพลงที่ทำขึ้นเองซึ่งใส่เรื่องราวที่ตรงไปตรงมาของเมมเบอร์ก็มีส่วนที่ทำให้เกิดอารมณ์ร่วมและช่วยสร้างสายสัมพันธ์ที่เหนียวแน่นกับแฟนคลับ ปีนี้ก็รอคอย Festa ครบรอบ 5 ปีเช่นกัน

ตั้งแต่ซีรี่ส์ ‘ไตรภาคโรงเรียน’ เป็นต้นมา ตลอดจน ‘ฮวายังยอนฮวา (화양연화)’ และ ‘WINGS’ พวกเขา BTS ขับร้องเรื่องราวของชีวิต มิใช่ความรักธรรมดาๆ อันนำมาซึ่งอารมณ์ร่วมกับคนทั่วไปและก้าวข้ามพรมแดน นักวิจารณ์คิมให้สาเหตุที่ ‘กระแสคลั่งไคล้ BTS’ แซงหน้ากระแสคลั่งไคล้ K-Pop ไปได้ว่า “เป็นเพราะความรู้สึกของวัยรุ่นที่แทรกซึมในตัวแฟนๆ ทั้งในเกาหลีและในต่างประเทศมีอยู่ในเพลงของ BTS ความรู้สึกเหล่านี้ที่ผสมผสานกันทั้ง อภิสิทธิ์, ความหวัง, ความดื้อรั้นของวัยรุ่น ฯลฯ เป็นสิ่งที่เป็นสากลซึ่งอยู่เหนือภาษาและเชื้อชาติ”

ความรู้สึกร่วมทางดนตรีที่สร้างขึ้นจากตัวตนของ BTS เป็นองค์ประกอบสำคัญที่สุดที่จะนำไปสู่การโบยบินที่สูงยิ่งขึ้นของพวกเขาในปี 2018 พวกเขา BTS ที่เผยใน งานแถลงข่าวคอนเสิร์ต ‘THE WINGS TOUR : The Final’ ว่าจะรักษาตัวตน และจะทำสิ่งที่ทำได้ดีอย่างเงียบๆ ต่อไปแทนที่จะไปยึดติดกับสถิติ จากนี้ไปถึงคราวที่จะเชื่อมั่นและเฝ้าจับตามองการโบยบินไปสู่ที่ๆ สูงยิ่งขึ้นของพวกเขาในปี 2018 แล้ว

ที่มา | Sports Seoul
แปลจากเกาหลีเป็นไทยโดย CANDYCLOVER

ไม่อนุญาตให้นำไปรีโพสต์บนเว็บไซต์อื่น หรือคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลง แก้ไข นำไปใช้โดยไม่ให้เครดิตแหล่งที่มาก่อนได้รับอนุญาต หากพบเห็นจะดำเนินคดีทางกฎหมายให้ถึงที่สุด