BTS

สมการความสำเร็จของ BTS = ความรู้สึกร่วม + การสื่อสาร “แรงกระตุ้นที่จะทำให้ก้าวข้ามเกาหลีใต้ที่ล้าสมัย”

แชร์เกือบทุกอย่าง ไม่ใช่แค่เพลง
คุ้นเคยกับแฟนๆ จนได้รับแรงสนับสนุนที่แข็งแกร่ง
นำหน้าการสื่อสารทางดิจิตอล รุดหน้าสู่ระดับโลก
เกิดกระแสคลั่งไคล้มหาชนเหมือนตอนที่ The Beatles ‘บุกอเมริกา’

“ตอน BTS มาถึงลอสแองเจลิส อย่างกับตอนที่ The Beatles มาเลยทีเดียว”

นี่คือประโยคหนึ่งที่ Ellen DeGeneras กล่าวแก่ BTS ที่มาปรากฏตัวในรายการทอลค์โชว์ชื่อดังทางช่อง NBC อเมริกาของเธอเองเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา กระแสความร้อนแรงของแฟนๆ ที่ส่งเสียงร้องตะโกนหา BTS ทำให้นึกถึง ‘Beatles Mania (กระแสคลั่งไคล้ The Beatles)’ เมื่อวง The Beatles จากเกาะอังกฤษเดินทางถึงอเมริกาในปี 1964

ในเดือนเดียวกันนี้เอง พวกเขาขึ้นแสดงในมินิคอนเสิร์ตของรายการ ‘Jimmy Kimmel Live!’ รวบรวมแฟนๆ มากว่า 1,000 คน มีแฟนๆ 5 คนจากบรรดาแฟนคลับทั้งหมดมานอนรอด้วยถุงนอนอยู่สองวันเพื่อที่จะได้เข้าร่วมชมมินิคอนเสิร์ตนี้ แฟนๆ ต่างส่งเสียงกรีดร้องและเชียร์ตลอดการแสดง และร้องตามเนื้อเพลงกับแฟนแชนท์ภาษาเกาหลี หลังจากนั้น Kimmel ถึงกับทวีตว่า “สาวๆ วัยรุ่นส่งเสียงร้องระงมเพราะ BTS วงที่ได้รับความนิยมที่สุดในโลก”

ศิลปินวง BTS ที่ประกอบด้วยหนุ่มๆ 7 คน วัย 20 ชาวเกาหลีใต้ กำลังจารึกตำนานความสำเร็จในฐานะโปรดักต์ทางวัฒนธรรมระดับโลก สื่ออเมริกาถึงขั้นใช้สำนวน ‘BTS Mania (กระแสคลั่งไคล้ BTS)’ เวอร์ชั่นศตวรรษที่ 21 ของ ‘Beatles Mania’ สถานะของ BTS เป็นที่รับรู้ได้มากกว่าบนโลกออนไลน์ หลังจากมินิคอนเสิร์ต ‘Kimmel BTS Outdoor Mini Concert’ จบลง แฮชแท็ค #BTSxJimmyKimmel ติดเทรนด์ไปทั่วโลก

ปัจจุบันเมื่อวันที่ 6 ม.ค. BTS มีผู้ติดตามทาง Twitter ถึง 11,695,700 คน, ใน Facebook จำนวน 5,875,000 คน, Subscriber ทางชาแนล BangtanTV จำนวน 5,661,000 คน เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา การทวีตหนึ่งทวีตของ BTS มีค่าเฉลี่ยการปฏิสัมพันธ์​ (Engagement) เช่นการรีทวีตหรือการกดไลค์อยู่ที่ 252,231 ครั้ง เป็นสถิติที่สูงที่สุดในโลก อันดับ 1 คราวก่อนเป็นของ Harry Styles จากวงบอยแบนด์จากอังกฤษอย่าง One Direction ที่จำนวน 165,473 ครั้ง คลิปวิดีโอที่ BTS เผยแพร่มีคนดู 8.5 พันล้านคน สมความเป็น ‘ฐานแฟนคลับผู้ทุ่มเทที่สุด’ อย่างที่นิตยสาร Dazed ได้กล่าวไว้จริงๆ

หลักสำคัญของความสำเร็จของ BTS ผู้เดบิวต์เมื่อเดือนมิถุนายนปี 2013 คือความเป็นศตวรรษที่ 21 พวกเขาเริ่มมีกระแสตอบรับในต่างประเทศและฐานแฟนคลับในต่างประเทศก็มีความเหนียวแน่นเช่นกัน ช่องทางที่ทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จคือการสื่อสารทางดิจิตอล CNBC อเมริกาวิคราะห์ ‘BTS Mania’ ว่ามาจากการใช้สื่อโซเชียลมีเดียที่ช่ำชอง และยังพูดถึง BTS ว่าเป็น “ราชาแห่งโซเชียลมีเดีย” อีกด้วย

BTS Mania

K-Pop เดิมเป็นที่รู้จักว่าเป็น ‘เซ็ตของขวัญรวม’ ชนิดหนึ่งที่มีทั้งหน้าตา, ดนตรี, เพลง, การเต้น และกระทั่งโซเชียล ในบรรดาสิ่งเหล่านี้ BTS เป็นวงที่มีความแข็งแกร่งในด้านโซเชียลเป็นพิเศษ เป็นกลยุทธ์ที่ทำให้แตกต่างโดย Big Hit Entertainment ที่เป็นบริษัทขนาดเล็ก ประธานบังชีฮยอกกล่าวระหว่างการให้สัมภาษณ์กับ Joong-Ang Ilbo เมื่อปี 2016 “แฟนคลับคือคนที่มีความสำคัญ ผมทราบว่าพวกเขาพยายามอย่างไรบ้างเพื่อ BTS เพราะฉะนั้นไม่ตอบแทนพวกเขาไม่ได้เลยครับ” RM (ชื่อจริง คิมนัมจุน 23 ปี) หัวหน้าวง BTS เองก็กล่าวเช่นกันว่า “พวกเรากำลังสร้างคอนเทนท์ต่างๆ ทาง YouTube, Twitter, Instagram และช่องทางอื่นๆ ครับ”

อีกยูทัก นักวิจารณ์เพลงป็อป และศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัย George Mason ในเกาหลีมีความเห็นว่า “ปริมาณและเนื้อหาของคอนเทนท์ที่ BTS ทำมีความอัดแน่นมากๆ การแสดงถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันให้เห็นเกือบจะเรียลไทม์เป็นสิ่งที่ทำให้พวกเขามีความแตกต่างจากวงอื่นๆ” BTS ไม่ได้แสดงแต่การทำงานงานดนตรีอย่าง มิวสิควิดีโอ, การถ่ายทอดสด, ภาพเบื้องหลังเวที ให้เห็นเท่านั้น แต่ยังแชร์เกือบทุกสิ่งทุกอย่างทั้งความสนุกกับการกิน, ความสนุกกับเสื้อผ้าที่ใส่ให้เห็นผ่านการใช้แพลท์ฟอร์มที่หลากหลายทั้ง Twitter, Facebook, YouTube, V LIVE ฯลฯ

อีแจกุก ศาสตราจารย์สาขาหนังสือพิมพ์และการโทรทัศน์จากมหาวิทยาลัยซองคยูนควาน อธิบาย “การทำให้แรงสนับสนุนแผ่ขยายกว้างขึ้น และทำให้แรงสนับสนุนนั้นแข็งแกร่งขึ้นก็เป็นสิ่งสำคัญ แต่ในขณะเดียวกันสิ่งที่เป็นพื้นฐานคือการเปิดเผยออกมา พอเราพบเจออะไรบ่อยๆ เราก็จะคุ้นเคย พอเราคุ้นเคยขึ้น ก็มีความเป็นไปได้มากขึ้นที่เราจะมีความชอบต่อไปเรื่อยๆ” สิ่งนี้ก็คือปรากฏการณ์ความชอบที่ก่อตัวขึ้นจากความคุ้นเคย (Mere Exposure Effect) นั่นเอง นักวิจารณ์ต่างๆ วิเคราะห์ว่า BTS สื่อสารอย่างตรงไปตรงมา ▶ ด้วยข้อความที่ทำให้มีความรู้สึกร่วม ▶ ผ่านโซเชียล ▶ ซึ่งไม่ได้แค่สื่อสารอย่างสม่ำเสมอเท่านั้น ▶ แต่ยังหลากหลายและมีหลายมิติ ▶ จึงเป็นที่มาของคอนเทนท์ขนาดใหญ่ที่พวกเขาสร้างขึ้น

RM กล่าวการสัมภาษณ์เก่าแห่งหนึ่งว่า “แม้บราซิลจะเป็นประเทศที่ต้องนั่งเครื่องบินไปถึง 30 ชั่วโมง แต่เราอยู่ในยุคที่ทำการถ่ายทอดสดผ่านแอพฯ ได้ (ทันที) สงสัยเหมือนกันว่าพรมแดนที่แบ่งระหว่างเกาหลีกับต่างประเทศมันพังทลายลงไปแล้วรึเปล่า” นอกจากนั้นคอนเทนท์ทางดนตรีของ BTS อยากถูกแปลเป็นหลากหลายภาษาในเวลาไม่กี่วินาที, ไม่กี่นาที ด้วยแรงสมัครใจของแฟนๆ นั่นหมายความว่า BTS กำลังก้าวข้ามภาษาและวัฒนธรรมที่เคยเป็นอุปสรรคของการสื่อสารมาตลอดจนถึงปัจจุบัน

วอนยงจิน ศาสตราจารย์สาขาการสื่อสาร จากมหาวิทยาลัยซอกังแดอธิบาย “วิธีการสื่อสารของ BTS ที่ก่อให้เกิดความรู้สึกร่วมในโลก กลายมาเป็นตัวกระตุ้นและวิถีทางที่จะก้าวข้ามการขาดการสื่อสารและการตัดขาดของเกาหลีใต้ที่ล้าสมัยได้”

 

ที่มา | Joong-Ang Sunday
แปลจากเกาหลีเป็นไทยโดย CANDYCLOVER

 

Comments

What's on Instagram