คำสารภาพที่กล้าหาญ

หาก BTS ‘แสร้งทำ’ บ้าง และซื่อตรงให้ ‘น้อยลง’… ทบทวนคำสารภาพที่กล้าหาญของ BTS เพื่อเติบโตอย่างแข็งแกร่งสู่ก้าวถัดไป

BTS จะได้จินตนาการไว้ไหมว่า ความตั้งใจที่จะออกไปเตรียมตัว เพื่อกลับมาโลดแล่นอีกครั้ง จะถูกแปรเปลี่ยนไปเป็นเรื่องของการยุบวงและสั่นสะเทือนไปทั่วโลก

เมมเบอร์ BTS ที่ผมเห็นมาตั้งแต่เดบิวต์นั้นคือกลุ่มคนที่ไม่สามารถอดทนต่อการ ‘เสแสร้ง’ ได้เลย พวกเขาไม่สามารถแสร้งทำเป็นเก่งในสิ่งที่ทำไม่เป็น และแสร้งทำในสิ่งที่ไม่ทำ ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงพากเพียร ไตร่ตรอง และสื่อสารอย่างตรงไปตรงมา เพื่อนำเสนอ ‘ของจริง’ ไม่ใช่ ‘สิ่งที่แสร้งทำ’ อีกทั้งยังเป็นศิลปินที่เฉิดฉายตั้งแต่แรกแย้ม เพื่อออกไปค้นหาทิศทางที่จะก้าวเดินไปข้างหน้า และด้วยการอดทนอดกลั้นมาด้วยกันในช่วงเวลาที่ยากลำบาก ความรักที่มีเมมเบอร์มีต่อวงที่ชื่อ บังทันโซนยอนดัน จึงเป็นสิ่งที่ไม่เหมือนใคร

หากคุณเข้าใจในสิ่งเหล่านี้ และดูคลิป ‘บังทันกินเลี้ยง แบบเรียล ๆ’ ท้ายที่สุดแล้ว “การตั้งต้นทำงานเดี่ยวเพื่อเติบโต” จะทำให้โยงไปสู่ ‘การแยกวง’ ได้หรือ เมื่อเห็นรายงานข่าวต่าง ๆ ที่บิดเบือนจุดมุ่งหมายของพวกเขา ผมจึงได้แต่รู้สึกเสียใจ

ในครั้งที่วง BTS เป็นต้นไม้ต้นเดียว เมมเบอร์แต่ละคนต้องประคับประคองต้นไม้ และทำหน้าที่เป็นรากที่ลำเลียงน้ำและสารอาหาร หากรากไม่สามารถทำหน้าที่ของตัวเองได้ นอกจากต้นต้นไม้จะไม่สามารถเติบโตต่อไปได้แล้ว แต่ก็อาจจะถูกถอนรากถอนโคนเมื่อโดนมรสุม

ต้นไม้ที่ชื่อว่า BTS เติบใหญ่เป็นสุดยอดศิลปินกลุ่ม ถึงขั้นที่เรียกได้ว่า ก้าวข้ามแวดวง K-Pop ในปัจจุบัน และเข้าสู่วงการเพลงระดับโลกไปแล้ว และแม้แต่ในตอนนี้พวกเขาก็ยังคงสร้างอิทธิพลอยู่ แต่เมื่อตัวเราที่ต้องเป็นรากให้กับต้นไม้ กลับรู้สึกว่าตัวเองหยุดอยู่กับที่โดยที่ไม่สามารถเติบโตได้ ความวิตกกังวลก็จะค่อย ๆ เพิ่มมากขึ้นทีละน้อย และสิ่งเหล่านี้ก็เป็นบ่อเกิดของปัญหาที่จะเป็นภัยต่อการดำรงอยู่ต่อไปของวงอย่างชัดเจน

เมมเบอร์เองก็เห็นพ้องต่อสิ่งเหล่านี้เช่นกัน พวกเขาจึงสารภาพออกมาว่า “กิจกรรมที่ไม่มีหยุดพัก ทำให้แต่ละคนพลาดโอกาสที่จะเติบโต และหลงทาง” และ “เพราะอยากจะเป็นวงชื่อ ‘บังทันโซนยอนดัน’ ไปนาน ๆ จึงตัดสินใจว่าจำเป็นต้องมีเวลาให้แต่ละคนได้เติบโต และจะเน้นกิจกรรมเดี่ยวสักระยะหนึ่ง”

แน่นอนว่า หากพวกเขา ‘แสร้ง’ ทำเป็นสบายดี และลดการสื่อสารที่ซื่อตรง ‘น้อยลง’ อาจจะไม่มีคีย์เวิร์ดที่ปลุกปั่นอย่าง ‘การพักงานวงชั่วคราว’ ผุดขึ้นมาให้เห็นก็เป็นได้ ถ้าพวกเขาแสร้งทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น แยกย้ายกันไปเข้ากรมจนปลดประจำการ และปล่อยอัลบั้มโซโล่ เมมเบอร์ก็คงจะได้แบ่งเวลาให้ตัวเองได้เติบโตหลายปีอย่างที่พวกเขาต้องการอยู่แล้ว

เมมเบอร์เองก็คงจะไม่รู้ว่าพวกเขาหลบเลี่ยงเรื่องนี้ได้เช่นกัน แต่พวกเขากลับรวบรวมความกล้า พูดคุยและแบ่งปันความกังวลกับแฟน ๆ เหมือนตลอดมา ผมมองว่าพวกเขาตัดสินใจแล้วว่าจะไม่หลอกลวงแฟน ๆ ที่ทำให้พวกเขาเป็นเขาในทุกวันนี้ ผมคิดว่า ถ้าพวกเขาปล่อยความกังวลในปัจจุบันไปอย่างคลุมเครือ ตอนนี้ก็คงจะยังไม่เป็นอะไร แต่ความรู้สึกละอายใจที่ไม่ได้ซื่อตรงต่อแฟน ๆ จะตามติดอยู่ในใจพวกเขาไปเรื่อย ๆ และนำมาซึ่งความขุ่นเคืองใจที่ใหญ่หลวงยิ่งกว่านี้อย่างแน่นอน

มรสุมที่ตามมาจากคำสารภาพที่กล้าหาญนั้นมหาศาล สำนักข่าวทั่วโลกต่างรายงานข่าวนี้ และแฟน ๆ ทั่วโลกที่ไม่ทราบเนื้อหาที่แน่ชัด ล้วนสะเทือนใจและวิตกกังวล สถานการณ์นี้คลี่คลายลงไปเปราะหนึ่งเมื่อ BTS และต้นสังกัด HYBE ออกมาชี้แจ้งว่าพวกเขา “ไม่ได้แยกวง” แต่ RM ก็เผยความอัดอั้นตันใจออกมาว่า “ความกล้าหาญที่อยากจะซื่อตรง มักนำมาซึ่งความเข้าใจผิดและความขุ่นเคืองใจที่ไม่จำเป็นเสมอมา” จริงอยู่ที่ราคาหุ้นของ HYBE เผชิญ ‘ความเสียหาย’ ไม่เป็นท่า สืบเนื่องมาจากความกล้าหาญที่อยากจะซื่อตรง แต่ผมก็มองว่า คำสารภาพที่กล้าหาญของพวกเขาเป็นผลกำไรที่ยิ่งใหญ่กว่าความเสียหายหลายเท่านัก

กลุ่มแฟนคลับไอดอลวงไหน ๆ ก็มีความวิตกกังวลอย่างคลุมเครืออยู่ทั้งนั้น ว่าวงที่ชอบจะแยกวง เพราะศิลปินไอดอล K-Pop ส่วนใหญ่ก็เดินไปสู่การแยกวงราว ๆ ปีที่ 7-10 หลังจากเดบิวต์กันทั้งนั้น แฟน ๆ  BTS เองก็คงไม่อยากจะทำใจยอมรับ แต่ในใจลึก ๆ ก็คงมีความวิตกกังวลเช่นนี้ฝังอยู่เช่นกัน

ทว่า BTS กลับรับมือสถานการณ์ครั้งนี้ได้อย่างกล้าหาญ และลบล้างความวิตกกังวลนั้นทิ้งไป ช่วงที่ไม่มีกิจกรรมทั้งวงเพราะมีเมมเบอร์ที่จวนเจียนจะเข้ากรมคือสัจธรรมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่จะไม่มีแฟนคลับที่กังวลว่า ‘BTS จะกลับมาพร้อมหน้าพร้อมตาไหม’ อีกต่อไป เพราะจากนี้จะเหลือแต่เพียงการตั้งตารอว่า ‘BTS ที่จะกลับมาพร้อมหน้าพร้อมตานั้นจะเป็นอย่างไร’ นั่นเอง

สุดท้ายนี้ แม้ความจริงดังกล่าวจะถูกปิดบังด้วยประเด็นที่ว่า BTS จะพักงานวงชั่วคราว แต่ก็มีตอนหนึ่งในคลิปวิดีโอ ‘BTS กินเลี้ยงแบบเรียล ๆ’ ที่ SUGA พูดอย่างมีความสุขว่า “เราจะเป็น BTS ไปถึง 100 ปีได้หรอ? มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ” เราอาจจะไม่อยากยอมรับ แต่นั่นคือสิ่งที่ถูกต้องอย่างเป็นรูปธรรม เมื่อได้เห็นภาพที่พวกเขาทบทวนเกี่ยวกับตัวตนและแบ่งปันความรู้สึกกับแฟนคลับอย่างไม่เคยหยุดหย่อนแล้ว จึงทำให้ผมตั้งตาหน้ารออย่างยินดีเลยว่า ต่อให้ผ่านไปอีกหลายร้อยปี BTS กับงานเพลงของพวกเขา ก็จะก้องกังวานไปทั่วโลกอีกยาวนานเหมือนต้นไม้ที่หยั่งรากลึกโดยไม่มีสั่นคลอนอย่างแน่นอน

ที่มาบทความ | The Daily Post
ที่มารูป | Big Hit Music / HYBE
แปลและเรียบเรียงจากเกาหลีเป็นไทยโดย CANDYCLOVER

DMCA.com Protection Status

ทาง CANDYCLOVER มีความยินดีหากผู้อ่านเล็งเห็นประโยชน์ของคอนเทนต์นี้ และต้องการนำไปประกอบเอกสารหรือสื่อทางการศึกษา เผยแพร่ต่อบนโซเชียลมีเดีย รวมถึงนำไปผลิตของที่ระลึก เช่น Giveaway สำหรับแจกฟรี มิใช่การจัดจำหน่าย

หากต้องการนำข้อมูลไปใช้อ้างอิง กรุณาติดต่อทางอีเมลล์ bts.candyclover@gmail.com และรอการตอบกลับที่ระบุว่าอนุญาตแล้วเท่านั้น ยกเว้นกรณีการนำข้อมูลที่ “แปล เรียบเรียง หรือจัดทำโดย CANDYCLOVER” ไปรีโพสต์ ทำซ้ำ ดัดแปลง แก้ไข นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ รีโพสต์บนแฟนเพจ เว็บไซต์ หรือเว็บบอร์ด ที่มิใช่แพลตฟอร์มของ CANDYCLOVER พร้อมใส่เครดิตเองโดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงนำไปเป็นคอนเทนต์ทางสื่อโทรทัศน์ หรือกระทำการใด ๆ ก็ตามที่เข้าข่ายแอบอ้างผลงาน หากพบเห็นจะดำเนินคดีทางกฎหมายให้ถึงที่สุด

หากท่านชื่นชอบคอนเทนต์ที่ CANDYCLOVER นำเสนอ สามารถให้การสนับสนุนพวกเราได้ง่าย ๆ เพียง 1.) ไม่สนับสนุนแอคเคาต์ที่แอบอ้างข้อมูลที่แปลโดย CANDYCLOVER 2.) รีพอร์ตแอคเคาต์ดังกล่าวผ่านระบบของแพลตฟอร์มที่ท่านพบเห็นโพสต์ที่เข้าข่าย โดยเลือกหัวข้อ “ละเมิดลิขสิทธิ์” ขอบคุณค่ะ

About the Author /

bts.candyclover@gmail.com

I go by the name Candy, a co-founder, admin, designer, translator, writer of and for CANDYCLOVER. I'm a graphic/UI designer and a self-taught Korean translator who's passionate about telling success stories of BTS in the form of mixed media from graphic to web-based experiences. Now, I'm also pursuing my career as a professional Korean translator. My recent book-length translation projects are: I AM BTS (TH Edition), BTS The Review (TH Edition) and more to come!