งานประกาศรางวัล GRAMMY

รวมไฮไลต์บทสัมภาษณ์ BTS ก่อนงานประกาศรางวัล GRAMMY

สัมภาษณ์รายการวิทยุ Zach Sang Show (ฉบับเต็ม)

 

Zach: ปีนี้เป็นปีที่ลำบากมากๆ ด้วยสาเหตุหลายประการ แต่หนึ่งในสิ่งที่ทำให้ผมมีความสุขคือการได้มาพูดคุยอัปเดตความเป็นไปในชีวิตกับพวกคุณ ถึงแม้จะเป็นทางไกล แต่มันเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมากครับ ขอบคุณที่สละเวลามาให้นะครับ

BTS: ขอบคุณที่เชิญพวกเรามาครับ

Zach: แล้วก็คงเสียมารยาทน่าดูถ้าผมไม่ได้พูดอวยพรวันเกิด SUGA สัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ที่ยิ่งใหญ่ แน่นอนว่าเพราะวันเกิดของคุณ (SUGA) ด้วย แต่ก็รวมถึงงานประกาศรางวัล GRAMMY ในสุดสัปดาห์ (ตามเวลาท้องถิ่นอเมริกา) นี้ งานประกาศรางวัล GRAMMY ในปี 2021 นี้จะแตกต่างออกไปอย่างไรจากปีที่ผ่านมา?

RM: สุดสัปดาห์นี้เราอยู่ในช่วงวันเกิด SUGA ด้วย นั่นก็เลยเป็นอย่างแรกที่ทำให้มันแตกต่างออกไป อย่างที่สองคือการที่เราได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลในปีนี้ นั่นแหละที่เป็นสิ่งที่แตกต่างออกไปที่สุดครับ เราตื่นเต้นมาก เรายังไม่ได้เตรียมสุนทรพจน์ด้วย เพราะคาดเดาผลที่จะเกิดขึ้นไม่ได้จริงๆ เพราะนี่มันรางวัล GRAMMY เมื่อไหร่ก็ตามที่พวกเราได้เป็นส่วนหนึ่งของช่วงเวลาประวัติศาสตร์ พวกเรารู้สึกถึงซาบซึ้งและนึกถึงความรักที่ยิ่งใหญ่ที่ได้รับมาจากแฟนๆ ของเราทั่วโลก และเราก็มีความสุข เรามีความสุขมากๆ เลยครับ

Zach: ความคิดที่ว่าพวกคุณกำลังจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของค่ำคืนแห่งประวัติศาสตร์ พวกคุณเคยชินกับอะไรเหล่านี้ไหม? เพราะพวกคุณเป็นคนสำคัญ เห็นๆ กันอยู่แล้วว่าพวกคุณจะทำการแสดงในปีนี้ด้วย ไม่รู้สิครับ มันกลายเป็นเรื่องปกติสำหรับพวกคุณแล้วหรือเปล่า?

j-hope: เอาจริงๆ พวกเรายังไม่อยากจะเชื่อเลยครับ มันเป็นงานประกาศรางวัลที่เราดูมาตั้งแต่เด็ก เราโตมากับการดูงานนี้ และเราจะได้ทำการแสดงในงานประกาศรางวัลนี้อีก การที่พวกเราจะได้ปรากฎตัวมันเลยเป็นอะไรที่น่าเหลือเชื่อใช่ไหมล่ะครับ ขนาดปีที่แล้วที่ได้แสดงกับ Lil Nas X ยังน่าเหลือเชื่อเลย วันนี้พวกเราเลยยิ่งมีความหวังครับ

Zach: ช่วงที่ผ่านมามันกลายเป็นเรื่องของปีที่แล้วไปแล้ว อะไรที่ทำให้พวกคุณใกล้ชิดกันมากขึ้นตลอดปีที่ผ่านมา?

Jin: ด้วยความที่ยังไงเราก็เป็นศิลปินผู้ทำการแสดง แต่เพราะสถานการณ์ COVID-19 ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ทำให้เราไม่สามารถทำการแสดงได้ไปโดยปริยายตลอดหนึ่งปี พวกเราก็เลยพูดคุยกันว่า “คิดถึงเวทีการแสดงมากๆ จริงอ่ะ อยากทำการแสดงมากๆ เลย เรามาเตรียมพร้อมสำหรับวันที่สามารถทำการแสดงได้อีกครั้ง และตั้งใจเตรียมทำผลงานเพลงเอาไว้ดีกว่า” เมื่อเพิ่มแพชชั่นที่มีต่อการแสดงแก่กันและกัน มันก็จะทำให้พวกเราเหนียวแน่นกันมากขึ้นครับ

Zach: ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ เกี่ยวกับกันและกันผ่านเวลาและเอเนอร์จี้ที่มีมาเพิ่มให้ได้ใช้ร่วมกันมากขึ้นบ้างครับ?

V: สิ่งที่เมมเบอร์แต่ละคนรู้จักดีที่สุดก็คือพวกเราเมมเบอร์นี่แหละครับ ก็เลยไม่มีอะไรใหม่ๆ ที่เรียนรู้น่ะครับ

Zach: แต่โดยเฉพาะกับการที่ได้อยู่กับคนพวกนั้น (ที่เราใกล้ชิดที่สุด) ในช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุด ที่ต้องตรากตรำที่สุดที่พวกเราทุกคนในโลกเผชิญ รู้ไหมครับว่าพวกคุณโชคดีมากที่พวกคุณได้อยู่กับคนที่คุณใกล้ชิดที่สุด ได้มีสิ่งที่คอยคุ้มครองตัวคุณเอาไว้?

j-hope: มันเป็นกำลังใจที่ยิ่งใหญ่เลยล่ะครับ กับการที่มีเมมเบอร์อยู่ข้างกาย เขาทำให้เราอดทนกับการใช้ชีวิต และยังเป็นแรงขับเคลื่อนด้วยครับ เพื่อนๆ พวกนี้น่ะครับ

Zach: อัลบั้ม BE เป็นอัลบั้มที่เป็นแสงนำทางในยุคโรคระบาดนี้ มันเป็นสิ่งที่เยียวยาจิตใจ ผมฟังเพลง Life Goes On ตลอดเพื่อที่จะผ่านวันๆ หนึ่งไปได้ อะไรคือสิ่งที่ค้ำจุนพวกคุณเอาไว้ สิ่งๆ นั้นมันคือการมีกันและกันรึเปล่าครับ?

SUGA: คืออัลบั้ม BE กับเพลง Dynamite คงไม่เกิดขึ้นถ้าไม่มีสถานการณ์โรคระบาดครับ ในฐานะคนทำเพลงแล้ว พวกเราเองก็ต้องเสาะหาสิ่งที่ทำให้ตัวเรามีพัฒนาการมากยิ่งขึ้นเพื่อทำเพลงที่สะท้อนในสิ่งที่ผู้คนมากมายรู้สึกพร้อมทั้งปลอบโยนพวกเขา ซึ่งเมื่อถึงจุดหนึ่งพวกเราเองก็คลี่คลายปัญหาต่างๆ ไปด้วยผ่านสิ่งเหล่านี้ ในสถานการณ์นี้ไม่ได้มีแต่พวกเราที่ลำบาก แต่การที่พวกเราในฐานะคนทำเพลงได้ปลอบโยนผู้คนทั่วโลกในสถานการณ์ที่ยากลำบาก ก็เป็นสิ่งที่พวกเรารู้สึกขอบคุณอย่างยิ่งครับ

Zach: มีเพลงไหนในอัลบั้ม BE ที่อธิบายถึงจุดที่พวกคุณอยู่ในทุกวันนี้ไหม?

SUGA: สำหรับผมคือเพลง Telepathy (잠시) ตอนที่ผมแต่งเพลงนี้ ผมแต่งเพลงจากท็อปปิกที่ว่า “ถ้าอดใจรอสักครู่นึง เดี๋ยวก็จะได้พบกันอีกครั้ง” มันก็เลยปลอบโยนตัวผมเองในตอนแต่งเพลงด้วยเหมือนกันครับ

Zach: มันมีความหมายที่แตกต่างออกไปในวันนี้มากกว่าที่ผ่านมาไหม? และไม่ว่าความหมายที่แตกต่างออกไปนั้นจะเป็นอะไร สิ่งๆ นั้นมันได้ปลอบโยนคุณไหม?

SUGA: ตอนที่ผมแต่งเพลงก็น่าจะเมื่อปีที่แล้วตอนเดือนเมษายนหรือพฤษภาคม ผมนึกว่าเดี๋ยวสถานการณ์ก็คงดีขึ้น ถ้ายาวหน่อยก็คงสัก 6 เดือน? ผมคิดแบบนั้นครับ แต่สถานการณ์ก็ไม่ได้เป็นแบบนั้น สิ่งที่ตอนนั้นผมคิดว่าครู่เดียวตอนนี้กลับผ่านมาปีนึงแล้ว แต่เพราะเราเองก็ยังมีชีวิตที่ต้องใช้ในอนาคตข้างหน้า เพราะฉะนั้นเมื่อเทียบกับระยะเวลาที่เราจะทำงานสายนี้ต่อไปในอนาคต ตอนนี้ที่ไม่มีโอกาสได้เจอกันมันเป็นเพียงระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้นเองครับ ความคิดของผมในตอนนั้นมาจนถึงตอนนี้ก็เลยไม่ได้แตกต่างอะไรเท่าไหร่ครับ

Zach: เห็นๆ อยู่แล้วว่าทัวร์และการแสดงไม่สามารถจัดขึ้นได้ แล้วพวกคุณยังคงทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับการทำเพลงอยู่หรือเปล่า? ตอนนี้ BE ก็ถูกปล่อยออกมาหลายเดือนแล้ว แล้วพวกคุณยังคงทำเพลงกันอยู่ทุกวันหรือเปล่า?

j-hope: แน่นอนครับ เพราะแรงผลักดันพวกเราคือการสร้างสรรค์ผลงาน ก็เหมือนกับที่เราพูดในเพลง Life Goes On ว่าเวลาไหลผ่านไป ชีวิตก็ยังคงต้องดำเนินต่อไป การได้ทำในสิ่งที่พวกเราทำมันเหมือนทำให้เรามีลมหายใจต่อไป ดังนั้นพวกเราจะพยายามและเตรียมตัวเพื่อทำเพลงดีๆ และการแสดงดีๆ ออกมากันต่อไปครับ

Dan: คุณได้รับแรงบันดาลใจจากอะไรในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา?

SUGA: มันไม่ใช่เวลาที่เราจะสัมผัสประสบการณ์อะไรใหม่ๆ ได้ ผมจึงพยายามจดบันทึกอารมณ์ความรู้สึกต่างๆ ณ ตอนนี้ให้มากๆ เท่าที่จะทำได้ ผมว่าเราน่าจะบอกเล่าในสิ่งที่เราทำได้ ณ ตอนนี้น่ะครับ

RM: สิ่งที่สถานการณ์โรคระบาดให้กับเราคือช่วงเวลาให้เราได้หยุด และให้ความสำคัญกับความรู้สึกภายในตัวเรา สิ่งที่เรามี สิ่งที่เราทะนุถนอม สิ่งที่มีความสำคัญกับชีวิตของเราจริงๆ ผมว่านั่นแหละครับคือสิ่งที่เราได้รับมาในช่วงกักตัว และผมคิดว่ามันคือแรงบันดาลใจเดียวที่เรามีในตอนนี้

Zach: ซึ่งผมว่ามันเป็นแรงบันดาลใจที่พิเศษ และแตกต่างที่คุณคงหาที่ไหนไม่ได้ถ้าไม่ใช่เพราะเหตุการณ์หลายต่อหลายอย่างที่เริ่มขึ้นมาเป็นระลอกมากว่าหนึ่งปีที่ผ่านมา พูดถึงแคมเปญ UNICEF Love Myself ผมอยากจะพูดต่อมาถึงเรื่องนี้เพราะผมรู้สึกว่าถ้อยความที่พวกคุณสื่อสารมันยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นในเวลานี้ คือมันมีความสำคัญมาตลอดนั่นแหละครับ แต่มันเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากๆ เลย ณ ตอนนี้ในปี 2021 ซึ่งถ้อยความเหล่านั้นมันเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรไหมนับตั้งแต่เมื่อปี 2017?

Jimin: ผมอยากจะบอกว่าตัวสารที่พวกเราต้องการจะสื่อไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปครับ จากการที่ผมเผชิญด้วยตัวเอง, จากการได้พูดคุยกับเมมเบอร์, จากการร้องเพลงในอัลบั้มที่ปล่อยออกมาจนถึงตอนนี้, จากการพูดคุยกับแฟนๆ สิ่งที่ผมรู้สึกเลยก็คือ เมื่อไหร่ที่ผมมีความรู้สึกที่ไม่ดีต่อตัวเอง และไม่มีความมั่นใจในตัวเอง มันทำให้สิ่งที่ผมสื่อสารกับผู้อื่นมันออกมาไม่ดีครับ พอเป็นแบบนั้นแล้วสิ่งที่ผมตระหนักเลยก็คือผมต้องรักตัวเองก่อนถึงจะเปิดใจตัวเองได้ ผมคิดว่ามันเป็นสิ่งที่ถูกต้อง และคิดว่าเป็นสิ่งที่เราอยากแบ่งปันร่วมกันผู้คน และแฟนๆ ครับ

Zach: ซึ่งผมรู้สึกขอบคุณมากๆ เลยครับเพราะว่าผมก็เผชิญในชีวิตของผม ผมเองก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่าผมจะรักผู้อื่นผ่านการรักตัวเองได้ไหม ซึ่งคำตอบมันก็คือได้นี่เองครับ

RM: เพราะชีวิตของเรามันคือการเดินทางตามหาหนทางเพื่อรักตัวเองครับ มันคงไม่สามารถทำได้อย่างสมบูรณ์แบบ 100% ผมคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นเหล่านี้มันคือการเสาะหาหนทางที่ผทจะรักตัวผมเองครับ

Zach: สุดสัปดาห์นี้ก็จะมีงานประกาศรางวัล GRAMMY และเรายังมีอีกหนึ่งปีทั้งปีรอคอยอยู่ข้างหน้า คุณคิดว่ายังไงครับ Daniel?

Dan: ในตอนนี้ที่พวกคุณจะได้แสดงในงาน GRAMMY, ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล GRAMMY พวกเราก็หวังให้พวกคุณชนะรางวัลนะครับ แล้วอะไรเป็นสิ่งต่อไปที่พวกคุณอยากทำให้สำเร็จครับ? เพราะพวกคุณทำหลายสิ่งหลายอย่างสำเร็จตลอดไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้

Jin: คว้ารางวัลให้ได้กันเถอะ

j-hope: ถ้าได้รางวัลก็คงดีแหละ…จริงไหมครับ

Jung Kook: มีสิทธิ์ที่จะหวังไหม…

j-hope: อ่า อย่างแรกเลย เป้าหมายของผมคือเรื่องของสุขภาพครับ (Jung Kook: ใช่ครับ) เราต้องมีสุขภาพที่แข็งแรงถึงจะทำอะไรหลายอย่างได้ พอสถานการณ์ COVID-19 ดีขึ้นก็จะได้ทำการแสดงได้

RM: จริงๆ แล้วการทำการแสดงคอนเสิร์ตคือเป้าหมายของเราเลยล่ะครับ

Zach: ผมไม่มีทางที่จะขอบคุณพวกคุณทุกคนได้อย่างเพียงพอในการเป็นแสงนำทางที่ซื่อตรงตลอดสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ ซึ่งการเป็นแสงที่นำทางมันเป็นหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ หรือมันทำให้ทุกอย่างมันง่ายขึ้นไหมเมื่อคุณรู้สึกว่าคุณไม่ได้เผชิญกับสิ่งเหล่านี้เพียงลำพัง?

SUGA: ก็เป็นทั้งสองอย่างเลยครับ (Jung Kook: ครึ่งๆ ครับ) ผมว่าพอพูดคุยเรื่องนี้กันต่อไป ก็จะเห็นว่าคนเราเองก็เปลี่ยนแปลงไปเหมือนกัน ไม่ว่าจะด้วยหนทางไหน จะด้วยการพูดสิ่งดีๆ หรือสร้างแรงผลักดันดีๆ ยิ่งทำมันก็ยิ่งรู้สึกถึงตัวเราที่เปลี่ยนแปลงไป มันก็เป็นสิ่งที่ดีต่อกันและกันครับ

Zach: มันเป็นการแบ่งปันพลังงานดีๆ อย่างงดงามจริงๆ ครับ และขอบคุณนะครับที่มาแบ่งปันร่วมกับเราในวันนี้ ขอบคุณครับ ขอบคุณจริงๆ

Dan: ผมขอถามคำถามนึงเกี่ยวกับการทัวร์คอนเสิร์ตได้ไหมครับ ถ้าคุณต้องตบเท้าขึ้นเวทีในวันนี้เพื่อเล่นคอนเสิร์ตสดๆ ทั้งงาน คุณจะเล่นคอนเสิร์ตไหวไหม หรือคุณไม่ได้ซ้อมสำหรับการแสดงแบบนั้นเลย?

V: พวกเราเตรียมพร้อมอยู่เสมอเลยครับ

Jin: เราเตรียมพร้อมอยู่ตลอดครับ! เรามีเพลงที่เตรียมพร้อมไว้หลายเพลงเลยนี่นา?

j-hope: ถ้ามีแพชชั่นเต็มเปี่ยมก็ขึ้นได้ทันทีเลยไม่ใช่หรอ? (Jin: ใช่ๆ)

RM: ถ้าขึ้นไปแล้วเสียดายขึ้นมาล่ะ…

V: แพชชั่นคือที่สุด

Jimin: แต่ถึงยังไงถ้าให้เวลาซ้อมสักหน่อยก็ดีนะครับ

Zach: ขอบคุณ BTS ครับที่มอบชีวิตชีวาและสละเวลาให้กับพวกเราในวันนี้ ผมดีใจที่ได้เห็นหน้าพวกคุณทุกคนมากๆ เลย GRAMMY สุดสัปดาห์นี้ ลุยเต็มที่ไปเลยครับ! พลังบวกเท่านั้น!

BTS: ขอบคุณครับ ราตรีสวัสดิ์ครับ!


สัมภาษณ์ 102.7 KIIS FM (ไฮไลต์)

 

Q: ด้วยสถานการณ์ COVID-19 และเรื่องของการกักตัวที่ทำให้ทัวร์คอนเสิร์ตและอีเวนต์การแสดงสดต้องถูกยกเลิกลงไป คุณคิดว่ามันทำให้คุณโฟกัสกับการทำงานเพลงได้ง่ายขึ้นรึเปล่า? คุณคิดว่ามันทำให้พวกคุณในฐานะวงมีความสนิทสนมกันมากขึ้นไหม?

SUGA: ถึงยังไงทัวร์คอนเสิร์ตก็ถูกยกเลิกไป ระหว่างนั้นในหมู่พวกเราเองก็ได้ทำงานเพลงกันมากขึ้น จึงออกมาเป็นอัลบั้ม BE พวกเราเองเดิมทีก็ตัวติดกันตลอดอยู่แล้ว พอแทบจะตัวติดกันเกือบทุกวัน ความสัมพันธ์ก็เลยเหนียวแน่นมากยิ่งขึ้นครับ

Q: ตอนนี้ก็เข้าปี 2021 มา 3 เดือนแล้ว คุณมีปนิธานปีใหม่ต่อตัวเองไหม? ถ้าไม่ เป้าหมายเดียวที่คุณอยากจะบอกต่อกันและกันคืออะไร?

RM: แน่นอนครับว่า ทัวร์คอนเสิร์ต (j-hope, V, Jin: ทัวร์!)

Q: แม้ว่าสถานการณ์ COVID-19 จะทำให้ทุกอย่างหยุดชะงัก แต่แฟนๆ ของพวกคุณก็ยังแอคทีฟบนอินเตอร์เน็ตและโซเชียล สิ่งหนึ่งที่คุณอยากบอกกับแฟนๆ คืออะไรก่อนที่จะได้แสดงบนสเตเดียมอีกครั้ง?

Jung Kook: ความรู้สึกที่เอเนอร์จี้มันแพร่ออกมาโดยตรงจากในคอนเสิร์ตมันแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ดังนั้นจนกว่าจะได้เจอกันและเล่นคอนเสิร์ตอีกครั้ง พวกเราก็จะรักษาพลังเอาไว้ และพอเราเจหน้ากันค่อยระเบิดมันออกมาด้วยกันครับ


สัมภาษณ์ USA Today (ไฮไลต์)

 

Q: พวกคุณเคยพูดว่าอยากแสดงเพลงของตัวเองที่งานประกาศรางวัล GRAMMY ฉันทราบค่ะว่าปีที่แล้วพวกคุณก็ทำการแสดงเหมือนกัน แต่ปีนี้คุณจะทำการแสดงของตัวเอง คุณรู้สึกยังไงบ้างคะ? บอกให้ฉันฟังหน่อยได้ไหมคะว่าพวกคุณเตรียมตัวยังไงบ้าง? และมีอะไรให้อาร์มี่ตั้งตารอได้บ้าง?

SUGA: ผมไม่แน่ใจว่าพูดได้ไหม แต่พวกเราก็ตั้งใจเตรียมงานกันอย่างเต็มที่เลยล่ะครับ เรื่องนี้ผมพูดไม่ได้น่ะครับ เรื่องนี้มันเป็นความลับน่ะครับ เป็นความลับจริงๆ ครับ

j-hope: ต้องดูเองครับ!

RM: การแสดงก็เป็นสิ่งที่เราต้องการทำให้ได้มากขึ้น กระตือรือร้นที่จะทำให้ได้มากขึ้น มากกว่าการได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล หรือการชนะรางวัล เพราะเราเป็นวงที่ทำการแสดง การได้ทำการแสดงด้วยเพลงของตัวเองก็เป็นเหมือนความฝันสูงสุดของเส้นทางที่เดินตลอดมานี้ พวกเราก็เลยทั้งรู้สึกปลาบปลื้มและตื่นเต้นไปพร้อมๆ กันครับ

Q: อยากพูดถึงเพลงแห่งนาทีนี้อย่าง Dynamite ซึ่งเป็นเพลงที่คุณได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล GRAMMY สาขา Pop Duo/Group Performance หน่อยไหมคะ? 6 เดือนที่แล้วตอนที่คุณปล่อยเพลงออกมาคุณอยากมอบชีวิตชีวาและความยินดีให้กับแฟนๆ ซึ่งมันก็สร้างความรู้สึกเหล่านั้นขึ้นเลยจริงๆ ค่ะ แต่มันก็ยังนำมาซึ่งสิ่งต่างๆ อีกมากมายกว่านั้นด้วย ทั้งการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล และการคว้าอันดับ 1 ครั้งแรกบนชาร์ต Billboard Hot 100 ในตอนนี้เพลง Dynamite สื่อถึงอะไรสำหรับพวกคุณคะ?

Jimin: ความรู้สึกที่พวกเรามีต่อเพลงก็ยังเหมือนเดิมครับ ไม่ว่ายังไงพวกเราก็อยากที่จะมอบพลังและการปลอบโยนให้กับผู้คนมากมาย พวกเราก็เลยเตรียมเพลงที่พวกเราได้มาเจอโดยบังเอิญอย่างเต็มที่ ในตอนนี้พวกเราเองก็ยังหวังว่าจะเข้าถึงผู้คนมากมายด้วยหนทางนั้นเช่นเดิมครับ แต่สิ่งที่ผมรู้สึกขอบคุณมากกว่าผลความสำเร็จหรือการชนะรางวัล ก็คือการที่ได้พยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้ผู้คนมากมายรู้สึกมีพลัง และการที่เขาได้รับการเยียวยาจิตใจเมื่อฟังเพลงของเราครับ นี่แหละครับคือสิ่งที่ผมรู้สึกขอบคุณ มันทำให้ผมรู้สึกว่าอยากจะทำให้ดียิ่งกว่าเดิม อยากเป็นพลังให้มากกว่าเดิมครับ

RM: อีกสิ่งหนึ่งที่ยอดเยี่ยมเกี่ยวกับเพลง Dynamite สำหรับผมแล้วผมคิดว่ามันเป็นสัญลักษณ์ของบันได, อีกหนึ่งความเป็นไปได้ และการฟันฝ่าอุปสรรคครับ เพราะตลอดเส้นทาง 8 ปีเวลาที่เราเผชิญกับความยากลำบากและเรื่องแย่ๆ ไม่ว่าจะจากภายในหรือภายนอก เราก็จะหาหนทางได้เสมอ ปีที่แล้วเราเผชิญกับสถานการณ์โรคระบัดกัน ซึ่งทุกคนก็สับสนและหลงทาง แต่ Dynamite กลับให้เรามากกว่าความเป็น Dynamite มันจึงเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นไปได้ เป็นบันไดที่จะพาเรายังอีกโลกๆ นึงครับ

Q: ความสำเร็จที่พวกคุณทำได้ต่างๆ อุปสรรคต่างๆ ที่พวกคุณฝ่าฟันมาได้สู่อุตสาหกรรมดนตรีที่นี่ข้างนอกประเทศบ้านเกิดของพวกคุณ มันมีความหมายกับพวกคุณอย่างไรคะในตอนนี้?

SUGA: ผมคิดว่าเป็นเพราะมีอาร์มี่ในอเมริกามากมายที่มอบความรักให้กับพวกเราครับ โดยเฉพาะสำหรับ Dynamite มันเป็นเพลงที่พวกเราสร้างสรรค์ขึ้นเพราะอยากปลอบโยนผู้คนมากมาย ซึ่งผมก็รู้สึกว่าผู้คนมากมายเข้าถึงความรู้สึกเหล่านี้แม้ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก ผมไม่รู้หรอกครับว่าพวกเราจะทำเพลงแบบไหนออกมาอีกในอนาคต แต่ถ้ามอบความรักให้พวกเราเยอะๆ พวกเราเองก็คงมีแรงเพื่อทุ่มเททำงานเพลงมากขึ้นต่อไปครับ ก็เป็นเกียรติจริงๆ ครับและรู้สึกขอบคุณเพลง Dynamite ด้วยครับ

Q: คุณว่าอะไรเป็นปัจจัยส่วนหนึ่งมากกว่า 7 ปีที่ผ่านมาที่ช่วยพาพวกคุณมาถึงเป้าหมายเหล่านี้?

V: ผมว่าก็อาร์มี่นี่แหละครับ?

j-hope: แฟนๆ ทุกคน, เมมเบอร์ที่อยู่เคียงข้าง ไม่ว่าจะมองยังไงพวกเราต่างก็เป็นที่พึ่งพิงให้แก่กันและกันอย่างมากเลยล่ะครับ

V: เพราะเมมเบอร์, อาร์มี่, ทีมงาน Big Hit ทุกคน, ครอบครัว และผู้คนที่เราสนิทที่คอยดูแลเราอยู่รอบๆ ถึงทำทำให้พวกเราเติบโตและค่อยๆ ไต่บันไดขึ้นมาได้ทีละขั้นครับ

SUGA: ทั้งตอนที่พวกเราได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล ตอนที่ได้ทำการแสดง พวกเรารู้สึกยินกดีมากๆ ก็จริง แต่แฟนๆ ของเราน่าจะยินดีมากกว่าพวกเราซะอีกครับ ผมคิดเสมอครับว่า “ถ้าไม่มีแฟนๆ ของพวกเรา สิ่งเหล่านี้มันจะเกิดขึ้นได้หรอ”

Jin: นัมเบอร์วันก็ต้องแฟนๆ น่ะสิครับ

V: น่าจะนัมเบอร์ซีโร่รึเปล่าฮะ?

Jin: โอเค นัมเบอร์ซีโร่

RM: ตลอด 8 ปีที่ผ่านมาพวกเราได้รับโชคดี ได้รับสิ่งดีๆ อย่างมากมาย แต่ผมว่าตลอดเส้นทางนี้ โชคที่ดีที่สุดคือการที่เรามีพวกคุณทั่วโลกครับ ไม่ว่าพวกเราจะได้รับรางวัล GRAMMY หรือไม่ก็ตาม พวกเรามีสิ่งที่พวกเราต้องการแล้ง พวกเรามีคุณ ซึ่งมันก็หมายความว่าพวกเรามีทุกอย่างแล้ว เพราะฉะนั้นอย่าลืมในข้อนี้และขอให้ทุกคนรักษาสุขภาพให้แข็งแรงครับ

ที่มา | Zach Sang Show, 102.7KIISFM, USA Today
แปลจากเกาหลีและอังกฤษโดย CANDYCLOVER

ทาง CANDYCLOVER มีความยินดีหากข้อมูลข้างต้นเป็นประโยชน์สำหรับนำไปใช้ประกอบสื่อทางการศึกษา หรือสื่อต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ในทุกรูปแบบ รวมถึงการนำไปเผยแพร่ต่อบนโซเชียลมีเดีย หากต้องการนำข้อมูลไปใช้อ้างอิง กรุณาติดต่อทางอีเมลล์ bts.candyclover@gmail.com ยกเว้นกรณีการนำข้อมูลไปรีโพสต์ใหม่บนเว็บไซต์อื่น หรือคัดลอก ทำซ้ำ ดัดแปลง แก้ไข นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ หากพบเห็นจะดำเนินคดีทางกฎหมายให้ถึงที่สุด