เทศกาลเฟสต้า

บทเพลงในเทศกาลเฟสต้า ของขวัญจาก BTS ที่ทำให้รู้ว่าพวกเขาขอบคุณที่มีอาร์มี่อยู่ตรงนี้เสมอ

สำหรับอาร์มี่ แฟนคลับของ BTS คงทราบกันดีอยู่แล้วว่า เทศกาลเฟสต้า (FESTA) ที่จัดขึ้นทุกปีคือเทศกาลเกี่ยวกับอะไร แต่สำหรับคนทั่วไป ที่อาจจะรู้จัก BTS อยู่บ้าง คงไม่ได้ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับเทศกาลเฟสต้านี้มากนัก

เทศกาลเฟสต้า คือ สัปดาห์ฉลองครบรอบการเดบิวต์ หรือ การแจ้งเกิดในวงการ ของ BTS

เทศกาลเฟสต้า เริ่มขึ้นเป็นครั้งแรกตอน BTS เดบิวต์ครบรอบ 1 ปีในปี 2014 เทศกาลนี้นำเสนอคอนเทนต์หลากหลายรูปแบบที่ BTS และต้นสังกัดจัดทำขึ้น โดยผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปในแต่ละปี คอนเทนต์ทั้งหมดที่เคยมีมามีทั้ง รูปถ่ายครอบครัว, คอลเล็กชันรูปประจำปี, โพรไฟล์แนะนำตัวที่เมมเบอร์ BTS เขียนเองและแลกกันเขียน, ข้อความจาก BTS ถึงอาร์มี่และถึงเมมเบอร์ด้วยกันเอง, คลิปรายการวิทยุ กุล (Honey) FM 06.13, บังทันนิวส์, คลิปกินเลี้ยงครบรอบ, คลิปซ้อมเต้น และเพลงจาก BTS โดยใช้ระยะเวลาปล่อยคอนเทนต์ราว ๆ 2 สัปดาห์ จนถึงวันครบรอบเดบิวต์ (13 มิถุนายน หรือ 12 มิถุนายน 22:00น. ไทย)

จนถึงตอนนี้ เทศกาลเฟสต้า ก็ก้าวเข้าสู่ปีที่ 9 แล้ว เป็นระยะอันยาวนานจนสามารถเรียกได้อย่างเต็มปากว่า เทศกาลนี้คือธรรมเนียมประจำปีที่อาร์มี่ทั่วโลกตั้งตาคอย ท่ามกลางคอนเทนต์หลากหลายประเภทที่ BTS ขนมาให้อาร์มี่ได้เพลิดเพลินกันไม่หวาดไม่ไหว

ฟังดูแล้วอาหน่อมแน้มหากไม่ได้รับรู้ถึงสายสัมพันธ์ระหว่างศิลปินและแฟนคลับ อย่าง BTS และอาร์มี่มาก่อน สำหรับอาร์มี่แล้ว เทศกาลเฟสต้า เป็นมากกว่าการฉลองขวบปีของ BTS ที่เพิ่มขึ้น ตัว BTS เองเลือกที่จะฉลองวันสำคัญไปพร้อม ๆ กับอาร์มี่นับตั้งแต่มีเทศกาลนี้เกิดขึ้น พวกเขาถ่ายทอดความในใจที่มีต่ออาร์มี่ และตอกย้ำแพสชันในดนตรี ด้วยการนำ บทเพลง ซึ่งเป็นสื่อสำคัญในอาชีพนักร้องมาใช้ถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด ผลงานเพลงในโอกาสพิเศษนี้แสดงให้เห็นถึงทักษะรายบุคคลของเมมเบอร์ที่ไม่ถูกบรรจุอยู่ในผลงานหลัก (ด้วยเหตุที่ว่างานหลักต้องคำนึงถึงหลายปัจจัย เช่น เทรนด์ในวงการเพลงกระแสหลัก การตลาด และอื่น ๆ ร่วมด้วย), มุมมองต่อโลกในบทบาทอื่นนอกจากศิลปิน ตลอดจนส่งความเชื่อมั่น คำขอบคุณ และกำลังใจ ผลงานเพลงที่ BTS ปล่อยใน เทศกาลเฟสต้า จึงเป็นของขวัญชิ้นสำคัญ ที่ครองพื้นที่พิเศษในหัวใจของอาร์มี่ตลอดมา 

การถ่ายทอดความรู้สึก ไม่ว่าจะผ่านสื่อประเภทใด ล้วนต้องอาศัยเวลาและความตั้งใจเพื่อกลั่นกรองให้ความรู้สึกสื่อไปถึงผู้รับ การเขียนอาจมีพื้นที่ให้พรรณนาความรู้สึกได้มาก การพูดอาจใช้ภาษากาย จังหวะจะโคน และน้ำเสียงช่วยลำเลียงใจความไปถึงผู้รับ แต่วิธีการสื่อสารทั้งสองรูปแบบก็ใช่ว่าจะออกมาสมบูรณ์ได้ หากผู้สื่อสารไม่มีศิลปะในการสื่อสารเพียงพอ และคงไม่สามารถต่อยอดไปสู่อีกสื่อหนึ่งที่อาศัยทั้งศิลปะในการเขียนและถ่ายทอดด้วยการขับร้องอย่าง บทเพลง ได้เสียด้วยซ้ำไป สิ่งที่ยากยิ่งกว่าในบทเพลง ซึ่งถือเป็นงานเขียนประเภทหนึ่ง คือ การเรียงร้อยภาษาด้วยจำนวนถ้อยคำที่จำกัด หนึ่งเวิร์สของเพลง ๆ หนึ่งอาจประกอบด้วยวลีสั้น ๆ หลายวลี หรืออาจเป็นหนึ่งประโยคยาว ๆ ที่สมบูรณ์เรียงร้อยจนเป็นเพลงหนึ่งเพลง แต่บทเพลงก็คงเทียบไม่ได้กับจำนวนคำในการบรรยายความรู้สึกสักหนึ่งหน้ากระดาษ สิ่งที่จะช่วยให้ผู้ฟังสัมผัสและเข้าใจในบทเพลงได้นั้น ต้องอาศัยจินตนาของผู้ฟังต่อยอดจากถ้อยคำในบทเพลง ประกอบเข้ากับฝีมือการร้องและการแต่งทำนองของผู้ส่งสารให้ช่วยพยุงองค์รวมความรู้สึกของเพลง ๆ นั้น และคงจะโชคดีขึ้นไปอีก หากผู้ฟังมีประสบการณ์คล้ายคลึงที่จะช่วยสะท้อนความรู้สึกระหว่างฟัง และเข้าใจสิ่งที่ผู้ส่งสารตั้งใจถ่ายทอดออกมา

ผู้เขียนอยากใช้โอกาสนี้หยิบยกผลงานเพลงส่วนหนึ่งที่ BTS เคยปล่อยใน เทศกาลเฟสต้า มาให้อาร์มี่และแฟนเพลงได้ชื่นชมกันอีกครั้ง เพลงของ BTS อาจไม่ใช่เพลงที่ดีเลิศที่สุดไปเสียทุกด้าน แต่ก็เป็นผลลัพธ์ที่พวกเขาทำออกมาได้ดีที่สุด ณ ช่วงเวลานั้น ๆ อย่างที่เมมเบอร์เองก็ยอมรับทั้งในด้านที่ดีและยังอ่อนประสบการณ์ในแต่ละช่วงวัยที่ผ่านมา สิ่งที่ทำให้บทเพลงเหล่านี้ยิ่งมีความหมาย คือ การที่พวกเขายังคงยืนหยัดต่อการสื่อสารความรู้สึกที่แท้จริงของตนผ่านบทเพลง และการเปิดเผยตัวตนในด้านต่าง ๆ ให้อาร์มี่ได้รู้จักมากขึ้นผ่านบทเพลง แพสชันในดนตรีที่ BTS มีไม่ใช่เรื่องผิวเผิน ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นชั่วคราวแล้วไม่นานก็ล้มเลิกลงไป ถ้อยคำติดปากที่พวกเขาให้สัญญาเสมอว่าจะกลับมาด้วยงานเพลงที่ดีกว่าไม่เคยเป็นลมปาก เมมเบอร์ BTS อาจไม่ได้มีแพสชันในดนตรีเต็มตัวทุกคนมาตั้งแต่แรกเริ่ม แต่แพสชันนั้นก็ได้สร้างแรงบันดาลใจจากเมมเบอร์สู่เมมเบอร์ และประจักษ์แก่สายตาอาร์มี่ว่าพวกเขาทุกคนเติบโตขึ้นอย่างไรจนกลายเป็นคนดนตรีที่แท้จริง อีกทั้งยังยินดีกับการมีอยู่ของอาร์มี่มากขนาดไหน จนไม่พลาดที่จะปล่อยของขวัญพิเศษชิ้นนี้ออกมาผ่านเทศกาลนี้ในทุก ๆ ปี


2017: RM & V – 네시 (4 O’CLOCK)

어느 날 달에게 길고긴 편지를 썼어
너보다 환하진 않지만 작은 촛불을 켰어

วันหนึ่งฉันเขียนจดหมายที่แสนยาวถึงดวงจันทร์
ฉันจุดเทียนแท่งเล็กขึ้นมา แม้มันจะไม่เปล่งประกายไปกว่าเธอ

* 어스름한 공원에 노래하는 이름모를 새
Where are you, oh you
왜 울고 있는지 여긴 나와 너 뿐인데
Me and you, oh you

นกที่ไม่รู้จักชื่อ เปล่งเสียงเพลงในสวนที่ครึ้มมัว
เธออยู่ไหนกัน oh you
ร้องไห้ทำไมกัน ที่ตรงนี้ก็มีแค่ฉันกับเธอ
ฉันกับเธอ oh you

** 깊은 밤을 따라서 너의 노랫소리가
한 걸음씩 두 걸음씩 붉은 아침을 데려와
새벽은 지나가고 저 달이 잠에 들면
함께했던 푸른빛이 사라져

เสียงขับขานของเธอ ที่ตามติดค่ำคืนแสนยาวนาน
ทีละก้าว สองก้าว เสียง ๆ นั้นนำพาซึ่งอรุณที่แดงฉาน
เมื่อรุ่งสางลาลับ และเจ้าดวงจันทร์หลับใหล
แสงสีครามที่เคยอยู่เคียงกันก็มลายหายไป

오늘도 난 적당히 살아가
발맞춰 적당히 닳아가
태양은 숨이 막히고
세상은 날 발가벗겨놔
난 어쩔 수 없이 별 수 없이
달빛 아래 흩어진 나를 줍고 있어
I call you moonchild
우린 달의 아이
새벽의 찬 숨을 쉬네
Yes we’re livin’ and dyin’ at the same time
But 지금은 눈 떠도 돼
그 어느 영화처럼 그 대사처럼
달빛 속에선 온 세상이 푸르니까

วันนี้อีกวัน ฉันก็ใช้ชีวิตให้พอดี
ก้าวไปพร้อมกันให้พอดี
พระอาทิตย์บีบคั้นลมหายใจฉัน
โลกก็เปลื้องฉันให้เปลือยเปล่า
ฉันเก็บเอาตัวฉันที่กระจัดกระจายอยู่ใต้แสงจันทร์
อย่างช่วยไม่ได้ อย่างไร้หนทาง
I call you moonchild
เรามันคนที่จิตใจท่องไปอย่างไร้จุดหมาย
สูดมวลอากาศที่เย็นจับใจในยามฟ้าสาง
เรามันตายทั้งเป็น
แต่ในยามนี้ก็ลืมตาขึ้นมาได้
เพราะโลกทั้งใบในแสงจันทร์
เป็นสีครามเหมือนหนัง เหมือนบทละคร

*, **, **

새벽은 지나가고 저 달이 잠에 들면
함께했던 푸른빛이

เมื่อรุ่งสางลาลับ และเจ้าดวงจันทร์หลับใหล
แสงสีครามที่เคยอยู่เคียงกัน…


2019: Jin – This Night

이 밤이 지나면
널 볼 수 없을까봐 두려워

หากค่ำคืนนี้ลาลับ
ฉันกลัวว่าจะไม่ได้พบกับเธออีกต่อไป

한없이 투명한 그 눈빛도
너무 익숙해진 그 촉감도
나를 보며 웃었던 얼굴도 이제
이제 너를 다시 볼 수 없을까

แววตาใส ๆ ที่ไม่เสื่อมคลาย
สัมผัสที่ฉันคุ้นเคย
ใบหน้าเปื้อนยิ้มที่จ้องมองฉัน จากนี้
จากนี้ ฉันคงไม่ได้พบเธออีกต่อไปแล้วใช่ไหม

나의 하루하루에 니가 있고
너의 하루하루에 내가 있어
저 달이 지고 해가 떠오르면
나와 함께 했던 넌 없을까

แต่ละวันของฉัน มีเธอ
แต่ละวันของเธอ มีฉัน

หากจันทร์คล้อยผ่าน และอาทิตย์ปรากฏกาย

ก็คงไม่มีเธอที่เคยอยู่กับฉันอีกแล้วใช่ไหม

* 내 눈을 감으면
함께했던 시간들이 떠오를 것 같아
내 눈을 감으면 또
행복했던 추억들만 생각날 것 같아

เพียงหลับตา
เหมือนช่วงเวลาที่เคยอยู่ด้วยกันก็ฟื้นคืนมา
เพียงหลับตา
เหมือนความทรงจำที่เคยเป็นสุขก็หวนขึ้นมา

이 밤이 지나면
널 볼 수 없을까봐 두려워
이 밤이 지나면
나 홀로 남을까봐 두려워

หากค่ำคืนนี้ลาลับ
ฉันกลัว ว่าจะไม่ได้พบกับเธออีกต่อไป
หากค่ำคืนนี้ลาลับ
ฉันกลัว ว่าจะเหลือแต่ตัวฉันเพียงลำพัง


2020: Jung Kook – Still With You

날 스치는 그대의 옅은 그 목소리
얼어버린 노을 아래 멈춰 서있지만
그대 향해 한 걸음씩 걸어갈래요
Still With You

เสียงอันแผ่วบานั้นของเธอที่เฉียดผ่านฉัน
ขอเธอเอ่ยชื่อของฉันขึ้นอีกสักครั้ง
หยุดยืนใต้แสงยามพลบค่ำที่นิ่งงัน
แต่ฉันจะออกเดินทีละก้าวไปยังเธอ

어두운 방 조명 하나 없이
익숙해지면 안 되는데 그게 또 익숙해

ห้องที่มืดมนไร้แสงไฟ
ทั้ง ๆ ที่ไม่ควรทำใจให้ชิน แต่ก็เคยชินกับมันอีกครั้ง

나지막이 들리는 이 에어컨 소리
이거라도 없으면 나 정말 무너질 것 같아

เสียงเครื่องปรับอากาศที่ทุ้มต่ำ
หากไม่มีแม้แต่สิ่งนี้ ฉันคงพังทลายลงจริง ๆ

함께 웃고 함께 울고
이 단순한 감정들이
내겐 전부였나 봐

หัวเราะด้วยกัน ร้องไห้ด้วยกัน
ความรู้สีกเหล่านี้ที่แสนจะธรรมดา
มันคงเป็นทุกอย่างสำหรับฉัน

* 언제쯤일까
다시 그댈 마주한다면
눈을 보고 말할래요
보고 싶었어요

มันจะมาถึงเมื่อไหร่กัน
หากได้พบเจอกับเธออีกครั้ง
จะสบตาแล้วบอกกับเธอว่า
ที่ผ่านมาคิดถึงเธอเหลือเกิน

황홀했던 기억 속에
나 홀로 춤을 춰도 비가 내리잖아
이 안개가 걷힐 때쯤
젖은 발로 달려갈 게
그때 날 안아줘

ในความทรงจำเคลิ้มฝัน
แม้ฉันเต้นรำอยู่เพียงลำพัง ฝนก็โปรยปรายลงมา
เมื่อถึงเวลาที่ม่านหมอกนี้จางหาย
ฉันจะวิ่งออกไปหาด้วยฝ่าเท้าที่เปียกปอน
ถึงตอนนั้นขอเธอกอดฉันไว้ที

저 달이 외로워 보여서
밤하늘에 환하게 울고 있는 것 같아서
언젠가 아침이 오는 걸 알면서도
별처럼 너의 하늘에 머물고 싶었어

พระจันทร์ดวงนั้นดูเปลี่ยวเหงา
ราวกับหลั่งรินน้ำตาในฟ้ายามค่ำอย่างสดใส
รู้แก่ใจว่าอรุณกำลังจะมาอีกไม่ไกล
ก็ยังอยากจะอยู่ตรงนี้ต่อไปในผืนฟ้าของเธอเหมือนเจ้าดวงดาว 

하루를 그 순간을 이렇게 될 걸 알았다면
더 담아뒀을 텐데

วันหนึ่งวันนั้น หากรู้ยามนั้นจะเป็นเช่นนี้
คงตักตวงเอาไว้มากกว่านี้

*

황홀했던 기억 속에
나 홀로 춤을 춰도 비가 내리잖아
이 안개가 걷힐 때쯤
젖은 발로 달려갈 게
그때 날 잡아줘

ในความทรงจำเคลิ้มฝัน
แม้ฉันเต้นรำอยู่เพียงลำพัง ฝนก็โปรยปรายลงมา
เมื่อถึงเวลาที่ม่านหมอกนี้จางหาย
ฉันจะวิ่งออกไปหาด้วยฝ่าเท้าที่เปียกปอน
ถึงตอนนั้นขอเธอคว้าฉันไว้ที

날 바라보는 희미한 미소 뒤편에
아름다운 보랏빛을 그려볼래요
서로 발걸음이 안 맞을 수도 있지만
그대와 함께 이 길을 걷고 싶어요
Still With You

เบื้องหลังรอยยิ้มจาง ๆ ที่มองมายังฉัน
อยากจะร่ายแสงสีม่วงที่งดงาม
เราอาจก้าวเดินไม่พร้อมกัน
ก็ยังอยากเดินเส้นทางนี้ไปด้วยกันกับเธอ
Still With You


2021: RM – Bicycle

두 발을 구르며 볼 수 없는 그댈 마주해
언제나처럼 날 맞아주는 몇 센치의 떨림

ปั่นสองเท้า แล้วพบกับเธอที่มองไม่เห็น

ความสั่นไหวไม่กี่เซ็นฯ ต้อนรับฉันเหมือนตลอดมา

I wanna keep the bass down low
벌써 내 마음은 주말 mode
I don’t see no open cars, no open bars
나쁘지 않아 온전히 혼자인 road
섬처럼 떠있는 사람들의 마음
어쩌면 오지 않을 듯한 밤
지평선을 걸어가 또 굴러가
우리가 정한 저 소실점으로

อยากปล่อยให้เบสมันทุ้มต่ำ
ก็หัวใจฉันมันอยู่ในโหมดสุดสัปดาห์ไปแล้ว
ไม่เห็นมีรถสตาร์ท ไม่เห็นมีบาร์เปิด
การอยู่บนถนนที่ว่างเปล่าคนเดียวก็ไม่ได้แย่อะไร
หัวใจผู้คนที่ล่องลอยเหมือนเกาะ
ค่ำคืนที่ราวกับว่าจะมาไม่ถึง
ก้าวเดินและปั่นไปตามเส้นขอบฟ้า
ไปยังจุดสุดสายตาที่เรามั่นหมายไว้

* 슬프면 자전거를 타자
바람을 두 발 아래 두자
오 자전거를 타자
두 팔을 자유로이 벌리며

เศร้าขึ้นมาก็ปั่นจักรยานออกไป
เอาสายลมมาวางไว้ใต้สองเท้า
โอ ปั่นจักรยานไปกัน
แล้วกางสองแขนออกมาตามอำเภอใจ

나 나나나 나나나
나나나나나
나나나 나나나 나나나
나나나나나 (yeah, yo)

นา นานานา นานานา
นานานานานา
นานานา นานานา นานานา
นานานานานา (yeah, yo)

가끔은 굴러가게 둬
자전거 바퀴처럼 찾을 게 있어
오후의 간식처럼
이 작은 순간을 위해 살아온 것 같아
두 바퀴 위에선 다 사사로운 한낮의 꿈
Feel the roof, smell the truth
멀지 않아 기적은
어떤 얼굴을 해도 지금은 괜찮아
진짜 소중한 건 눈에 보이지 않아
땅에서 발을 떼
저 새를 닮은 태
섬처럼 떠있기로 해
바람을 따라 춤춰
Yeah 울어도 돼
원래 행복하면 슬퍼

บางทีก็ปล่อยให้มันดำเนินไปข้างหน้า
มันมีอะไรให้ค้นหา เหมือนกับล้อของจักรยาน
ฉันคงใช้ชีวิตมาเพื่อช่วงเวลาเล็ก ๆ นี้
ที่เหมือนกับของว่างยามบ่าย
เหนือล้อสองล้อ ทุกอย่างล้วนเป็นฝันกลางวันของแต่ละคน
Feel the roof, smell the truth
ปาฏิหาริย์มันอยู่ไม่ไกล
จะทำหน้ายังไงตอนนี้ก็ไม่หนักหนา
เพราะสิ่งสำคัญจริง ๆ ไม่ได้เห็นได้ด้วยตา
ก้าวเท้าออกจากพื้นดิน
ท่าทางอย่างกับนกตรงนั้น
แล้วให้มันล่องลอยไปเหมือนกับเกาะ
ออกท่าทางไปตามสายลม
Yeah ร้องไห้ออกมาก็ได้
สุขเคล้าเศร้ามาแต่ไหนแต่ไร

*

나 나나나 나나나
나나나나나
나나나 나나나 나나나
나나나나나
라라라라라
(나나나) 나나나 (나나나) 나나나 (나나나)
라라라라라

นา นานานา นานานา
นานานานานา
นานานา นานานา นานานา
นานานานานา
นานานา นานานา
ลาลาลาลาลา
นานานา นานานา
ลาลาลาลาลา


2022: Jung Kook – My You

คำแปลและข้อความจาก Jung Kook

Summer has already spread in the air
Breeze is already blowing
The last cold snap is going out
The days were getting longer and longer
But my days were still going on and on and on
I got wet in the sun shower and looked up at the night sky

ไอฤดูร้อนกระจายในหมู่มวลอากาศ
สายลมแผ่วเบากำลังโชยมา
สายลมเย็นสุดท้ายกำลังจากไป
กลางวันทอดยาวขึ้นทุกที
แต่วันเวลาของผมกลับยังคงดำเนินต่อไป
ตัวผมเปียกปอนในสายฝนกลางแสงแดด และแหงนมองท้องฟ้ายามค่ำคืน

It was quite a lonely night
In the blink of an eye
The dark faded out
Blooming under the sunlight
Memories with me and you

ค่ำคืนที่แสนเดียวดาย
ความมืดมิดกลับจางหายในชั่วพริบตา
และแบ่งบานใต้แสงตะวัน
มันคือความทรงจำระหว่างผมกับคุณ

All these lights are colored in by you
All these times are precious due to you
Four seasons have passed with you
Four scents were left ‘cause of you

หมู่มวลแสงสว่างพร่างพราวเป็นสีสันจากตัวคุณ
วันเวลาล้วนมีคุณค่าก็เพราะคุณ
สี่ฤดูกาลพ้นผ่านไปพร้อมกับคุณ
สี่กลิ่นอายนั้นไม่จางหายไปก็เพราะคุณ

All the reasons why I can laugh out
All the reasons why I sing this song
Thankful to be by your side now
I’ll try to shine brighter than now

สาเหตุที่ทำให้ผมเริงร่า
สาเหตุที่ทำให้ผมร้องเพลง ๆ นี้ออกมาได้
ยามนี้ผมยินดีที่ได้อยู่เคียงกายคุณ
ที่เจิดจ้าอยู่ยามนี้ ผมจะเปล่งประกายให้ได้ยิ่งกว่านั้น

사라질까
혹시 꿈일까
뒤척이다 
또 잠이 든다
영원할 수 있을까
사무친 이 맘
달래어 보다
밤에 잠겨 감긴다

มันจะมลายหายไปไหม
หรือผมฝันไปกันนะ
กระสับกระส่ายไปมา
แล้วหลับใหลลงอีกครั้ง
มันจะคงอยู่ไปตลอดกาลได้ไหม
ความรู้สึกนี้ที่ทิ่มแทงในหัวใจ
ลองกล่อมมันไว้
จมดิ่งลงไปในค่ำคืน
แล้วพลันหลับตา

사뭇 쓸쓸했던 밤
어느새 먹구름은 흩어져가
빛줄기 밑 새겨진 너와 남긴 온기들 

ค่ำคืนที่เคยเดียวดายไม่ขาดสาย
ไม่ทันไร หมู่เมฆครึ้มก็กระจัดกระจาย
อุ่นไอที่หลงเหลือกับคุณไว้
ติดตรึงใต้ลำแสงรำไร

모든 빛은 네게 물들고
나의 시간은 완벽해져
네 번의 계절 또다시
더 짙어지게 또다시

หมู่มวลแสงสว่าง พร่าวพราวเป็นสีสันจากตัวคุณ
วันเวลาของผมพลันสมบูรณ์แบบขึ้นมา
สี่ฤดูกาลผ่านพ้นอีกครั้ง
ให้มันจัดจ้านขึ้นอีกครา

내가 미소를 짓는 이유도
이 노랠 부를 수 있는 것도
네 곁이기에 감사해
더 빛나볼게 환하게

สาเหตุที่ทำให้ผมเริงร่า
สาเหตุที่ทำให้ผมร้องเพลง ๆ นี้ออกมาได้
ผมยินดีที่ได้อยู่เคียงกายคุณ
ผมจะเปล่งประกายให้เจิดจ้ายิ่งกว่าที่ผ่านมา

On a starry night
Hope my you sleep tight
Shining purple light

ในค่ำคืนที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว
หวังว่าคุณของผมจะหลับสบาย
ลำแสงสีม่วงที่พร่างพราว

Thankful to be by your side now
ยามนี้ผมยินดีที่ได้อยู่เคียงกายคุณ

On a starry night
Hope my you sleep tight
Shining purple light

ในค่ำคืนที่เต็มด้วยหมู่ดาว
หวังว่าคุณของผมจะหลับสบาย
ลำแสงสีม่วงที่พร่างพราว

네 곁이기에 감사해
ผมยินดีที่ได้อยู่เคียงกายคุณ

ที่มา | BTS Soundcloud, BTS Blog
เขียน เรียบเรียง พร้อมแปลเนื้อเพลงจากเกาหลีและอังกฤษเป็นไทยโดย CANDYCLOVER

DMCA.com Protection Status

ทาง CANDYCLOVER มีความยินดีหากผู้อ่านเล็งเห็นประโยชน์ของคอนเทนต์นี้ และต้องการนำไปประกอบเอกสารหรือสื่อทางการศึกษา เผยแพร่ต่อบนโซเชียลมีเดีย รวมถึงนำไปผลิตของที่ระลึก เช่น Giveaway สำหรับแจกฟรี มิใช่การจัดจำหน่าย

หากต้องการนำข้อมูลไปใช้อ้างอิง กรุณาติดต่อทางอีเมลล์ bts.candyclover@gmail.com และรอการตอบกลับที่ระบุว่าอนุญาตแล้วเท่านั้น ยกเว้นกรณีการนำข้อมูลที่ “แปล เรียบเรียง หรือจัดทำโดย CANDYCLOVER” ไปรีโพสต์ ทำซ้ำ ดัดแปลง แก้ไข นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ รีโพสต์บนแฟนเพจ เว็บไซต์ หรือเว็บบอร์ด ที่มิใช่แพลตฟอร์มของ CANDYCLOVER พร้อมใส่เครดิตเองโดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงนำไปเป็นคอนเทนต์ทางสื่อโทรทัศน์ หรือกระทำการใด ๆ ก็ตามที่เข้าข่ายแอบอ้างผลงาน หากพบเห็นจะดำเนินคดีทางกฎหมายให้ถึงที่สุด

หากท่านชื่นชอบคอนเทนต์ที่ CANDYCLOVER นำเสนอ สามารถให้การสนับสนุนพวกเราได้ง่าย ๆ เพียง 1.) ไม่สนับสนุนแอคเคาต์ที่แอบอ้างข้อมูลที่แปลโดย CANDYCLOVER 2.) รีพอร์ตแอคเคาต์ดังกล่าวผ่านระบบของแพลตฟอร์มที่ท่านพบเห็นโพสต์ที่เข้าข่าย โดยเลือกหัวข้อ “ละเมิดลิขสิทธิ์” ขอบคุณค่ะ

About the Author /

bts.candyclover@gmail.com

I go by the name Candy, a co-founder, admin, designer, translator, writer of and for CANDYCLOVER. I'm a graphic/UI designer and a self-taught Korean translator who's passionate about telling success stories of BTS in the form of mixed media from graphic to web-based experiences. Now, I'm also pursuing my career as a professional Korean translator. My recent book-length translation projects are: I AM BTS (TH Edition), BTS The Review (TH Edition) and more to come!