BTS

แฟนคลับชาวอเมริกันที่ไปดู BTS คือใครกัน

เพลง ‘DNA’ ของ BTS ขึ้นแพร่หลายในเวทีของงานประกาศรางวัล American Music Awards (AMAs) เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นภายใน 5 ปีหลังจาก Psy ขึ้นเวทีงานประกาศรางวัลดังกล่าวเมื่อปี 2012 ณ ขณะนั้นนับว่าเป็นที่ๆ ถูกคาดการณ์เอาไว้ว่าศิลปินเกาหลีคงไม่ได้มาขึ้นเวทีอีกในอนาคตอันใกล้

ฝั่ง AMAs เสนอให้ BTS ทำการแสดงร่วมกับศิลปินอเมริกาด้วยความเป็นกังวลเพราะ BTS เป็นศิลปินหน้าใหม่และเป็นศิลปินต่างชาติ แต่พวกเขา BTS ก็ยังยืนหยืดที่จะทำการแสดงเดี่ยว เสียงเชียร์ระงมภายในงานประกาศรางวัลคือสิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นถึงสิ่งที่พวกเขาเลือก ทัศนคติที่เป็นมิตรของศิลปินป๊อปอเมริกัน และการให้ความสนใจของสื่อหลัก คือส่วนที่สะท้อนศักยภาพทางธุรกิจและสถานะของ BTS ณ ปัจจุบัน หมวดหมู่ประเภท ‘ไอดอล’ K-Pop ที่คนอเมริกันทั่วไปไม่คุ้นชินได้กลายเป็นฐานรากที่สามารถยืนหยัดได้ด้วยตัวเองแล้ว

ณ จุดนี้ใครๆ ก็สามารถพูดถึงความสำเร็จของวงการ K-Pop ได้แล้ว ซึ่งนี่ไม่ใช่คำพูดที่ผิดเลย แม้ในความเป็นจริงผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายต่างมีข้อกังขากับแนวเพลง K-Pop มาตลอด 5 ปีที่ผ่านมา แต่อัตราการเติบโตที่รวดเร็วกับถูกแสดงออกมาให้เห็น การขึ้นสู่ชาร์ต Billboard 200 และ iTunes ของอัลบั้ม K-Pop จะไม่ใช่ภาพที่ไม่คุ้นตาอีกต่อไป

เพลง ‘As If It’s Your Last (마지막처럼)’ ของวง BlackPink ปรากฎในภาพยนต์เรื่อง Justice League ละครเวทีเรื่อง ‘K-Pop’ ของนักแต่งบทละครเวที Jason Kim ก็จะพรีเมียร์ในละครบรอดเวย์เป็นครั้งแรก ในกรุงแมนฮัตตันซึ่งเป็นเมืองหลวงของวัฒนธรรมอเมริกัน แบบแผนของ K-Pop และเรื่องราวความสำเร็จของเด็กเทรนได้กลายเป็นองค์ประกอบในละครบรอดเวย์เรื่องนี้ และการที่ละครเวทีเรื่องนี้ขายบัตรได้หมดเกลี้ยงก็เป็นสิ่งที่บอกเป็นนัยว่าจากนี้สถานะของวงการ K-Pop ได้เข้าสู่ขั้นใหม่แล้ว

อย่างไรก็ตามในขณะที่ผู้คนต่างกำลังถกเถียงถึงประเด็นเช่นว่า K-Pop เป็นที่รู้จักขนาดไหน สิ่งที่ยิ่งยิ่งใหญ่กว่ากลับกำลังเกิดขึ้นและสถานการณ์ก็กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว

ในงานเทศกาล K-Pop อย่างคอนเสิร์ต KCON แค่เฉพาะใน LA ในปีนี้ก็มีผู้ชมที่จ่ายเงินเพื่อมาดูคอนเสิร์ตกว่า 80,000 คน แม้ทุกๆ ปีจะมีไลน์อัพใหม่ แต่ผู้ชมก็ยังเพิ่มจำนวนมากขึ้นไม่ขาดสาย ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเราจะเห็นได้เลยว่ากลุ่มก้อนเชื้อชาติของแฟนคลับหลักๆ ของวงการ K-Pop ในอเมริกาไม่ได้มีศูนย์กลางอยู่ที่สังคมชาวเอเชียอีกต่อไป แต่กลับสับเปลี่ยนเป็นชาวยุโรปอเมริกัน, ลาติน, แอฟริกันอเมริกัน และอื่นๆ อย่างชัดเจน ซึ่งในทางเศรษฐกิจก็มีสถิติเปิดเผยออกมาเลยว่ามีแฟนๆ ที่อยู่ในระดับสูงกว่าชนชั้นกลางเพิ่มมากขึ้น ภาพชาวอเมริกันทั่วไปซึ่งไม่ใช่คนเกาหลีจ่ายเงินเป็นร้อยดอลลาร์เพื่อมารวมตัวดูอีเวนท์นี้ในอเมริกาเป็นตัวอย่างของ ‘ปรากฏการณ์’ ความนิยมที่วงการ K-Pop ได้สร้างขึ้น แต่การเติบโตในเชิงปริมาณนี้ไม่อาจอธิบายสถานะของวงการ K-Pop ณ ปัจจุบันได้อย่างสมบูรณ์แบบ  พูดง่ายๆ ว่านั่นเป็นความสำเร็จของ BTS เอง ความนิยมและพลังการปะทุที่ใกล้เคียงกับ ‘ปรากฎการณ์’ ของพวกเขาในตอนนี้ต้องอาศัยการวิเคราะห์เกี่ยวกับจุดที่ฉีกแนวที่ไม่อาจเติบโตขึ้นได้ด้วยการเติบโตของ K-Pop เพียงอย่างเดียว



สิ่งที่มีหมายความหมายจากความสำเร็จของ BTS คือแทนที่พวกเขาจะวางกลยุทธ์ทั่วไปเพื่อแสวงหาประโยชน์จากการเจาะตลาดอเมริกาเหนือซึ่งถือเป็นด่านสุดท้ายของตลาดเพลงทั่วโลกโดยเฉพาะกับวงการ K-Pop พวกเขากลับประสบความสำเร็จจากการครองใจคนทั่วไปเอาไว้อยู่หมัดจากจุดต่ำสุดด้วยการใช้เสน่ห์ที่มีความเป็นสากลของเพลง, เสน่ห์ของตัวบุคคล และการสื่อสารกับฐานแฟนคลับเป็นเครื่องมือ

การเจาะตลาดอเมริกาและความสำเร็จของ BTS ผู้ที่แทบจะไม่ได้รับการสนับสนุนเต็มรูปแบบในเครือข่ายที่มีสังกัดใหญ่, โปรโมเตอร์ และสถานีโทรทัศน์เป็นตัวแทน เป็นประหนึ่งแบบจำลองใหม่ของวงการ K-Pop เองเลยทีเดียว พวกเขากำลังสร้างพลังสนับสนุนที่แข็งแกร่งภายในอเมริกาโดยไม่มีเพลงที่อัดเป็นภาษาอังกฤษสักเพลงเดียว Billboard และบรรดาสื่อหลักต่างตื่นตากับกระแสตอบรับเช่นนี้และกำลังรับมือกับสถานการณ์อย่างรวดเร็ว ซึ่งก่อนที่เกาหลีจะละทิ้งอคติที่มีต่อเพลงของไอดอลไปได้ เรากลับมีความรู้สึกราวกับอเมริกาที่เป็นเมืองหลวงของวงการเพลงป๊อปที่แท้จริงเตรียมเปิดรับ ‘BTS’ ผู้ลอยลำเป็นป๊อปสตาร์ระดับโลกมาจากเกาหลีสู่การเป็นหน้าตาใหม่ของไอดอล

ที่พิเศษไปกว่านั้น พลังของฐานแฟนคลับคือส่วนที่โดดเด่นสะดุดตา หลังงาน K-CON ปี 2014 ฐานแฟนคลับ A.R.M.Y ของ BTS ที่เพิ่มขึ้นอย่างระเบิดระเบ้อมีความเหนียวแน่นและมีความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่ง พวกเขา BTS ไม่ได้เป็นของแฟนคลับในเกาหลีหรือของสังคมชาวเกาหลีและเอเชียในอเมริกาอีกต่อไป แต่พวกเขากลับขยับขยายและรวบรวมเชื้อชาติ, สัญชาติ และถิ่นกำเนิดที่หลากหลายเป็นหนึ่งเดียวโดยมีโซเชียลมีเดียเป็นสื่อกลาง สิ่งนี้กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำลายกำแพงทางภาษาและอาณาเขตซึ่งเป็นข้อจำกัดที่มีมาแต่เดิมต่อการแพร่หลายไปทั่วโลกของเพลงเกาหลี

นี่เป็นสาเหตุว่า AMAs ไม่ใช่จุดสูงสุดของการตีตลาดอเมริกาของ BTS แต่มีแนวโน้มเป็นจุดเริ่มต้น เป็นเพราะฐานแฟนคลับในอเมริกาที่ก้าวข้ามเชื้อชาติและเผ่าพันธุ์ซึ่งรวมตัวกันโดยมีจุดศูนย์กลางเป็น A.R.M.Y ในตอนนี้กำลังตื่นตัวต่ออิทธพิลของพวกเขา พวกเขาแฟนคลับโปรโมท BTS ผ่านโซเชียลมีเดียด้วยความสมัครใจ ความเคลื่อนไหวที่กระตือรือร้นของพวกเขาก็เป็นแบบแผนที่แปลกใหม่ในตลาดเพลงอเมริกา และเป็นตลาดที่มีเสน่ห์ซึ่งสื่อที่มีอยู่เดิมไม่เคยรู้จักมาก่อน

วงการ K-Pop ไม่ได้เป็นเพียง ‘กระแสเกาหลี’ ที่มีทั้งศิลปินและฐานแฟนคลับ แต่เป็นการเปลี่ยนผ่านสู่วัฒนธรรมย่อยที่มีศูนย์กลางอยู่ที่วัฒนธรรมเฉพาะบุคคล และยังเคลื่อนตัวไปข้างหน้าจากการปรากฎขึ้นของต้นแบบใหม่ๆ อีกด้วย ในระหว่างที่หลายๆ คนไล่ตามการมาถึงของยุคใหม่ได้ไม่ทัน วงการ K-Pop ก็ยิ่งใหญ่ขึ้นและหลากหลายมากขึ้นกว่าที่เราคิดเสียอีก

 

ที่มา | นิตยสารออนไลน์ Ize
แปลจากเกาหลีเป็นไทยโดย CANDYCLOVER