PTD on Stage – Seoul

รวมเอ็นดิ้งเมนต์ คอนเสิร์ต BTS Permission to Dance on Stage – Seoul ตลอด 3 วัน

BTS ศิลปินปรากฏการณ์ K-Pop ระดับโลก หวนคืนสู่เวทีคอนเสิร์ตอย่างเต็มรูปแบบกับทัวร์คอนเสิร์ตซีรีส์ Permission to Dance on Stage ที่ได้เปิดการแสดงครั้งแรกในรูปแบบออนไลน์ไปเมื่อปลายเดือนตุลาคมปี 2021 ต่อด้วยทัวร์คอนเสิร์ตในซีรี่ส์เดียวกันที่สนามกีฬา SoFi Stadium นครลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน ถึงต้นเดือนธันวาคมปี 2021 ก่อนที่จะประกาศหยุดพักผ่อนมาจนถึงต้นปี 2022 ครั้งนี้พวกเขากลับมาอีกครั้งอย่างเป็นทางการที่โซล เกาหลีใต้ ในรอบ 2 ปีครึ่งกับ คอนเสิร์ต PTD on Stage – Seoul (BTS Permission to Dance on Stage – Seoul) ให้แฟน ๆ อาร์มี่ชาวเกาหลีได้หายคิดถึง

คอนเสิร์ต PTD on Stage – Seoul จัดขึ้นทั้งหมด 3 รอบ เริ่มตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 10 มีนาคม และวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 12-13 มีนาคม ความพิเศษของคอนเสิร์ตซีรี่ส์นี้ที่โซลคือการ Live Viewing หรือการถ่ายทอดสดคอนเสิร์ตในรอบวันที่ 12 มีนาคม เวลา 16:00น. ทางโรงภาพยนตร์กว่า 75 ประเทศทั่วโลก และการถ่ายทอดสดผ่านสตรีมออนไลน์ในรอบวันที่ 10 มีนาคม เวลา 17:00น. และ 13 มีนาคม เวลา 16:00น.

ยังไม่ทันถึงวันคอนเสิร์ต พวกเขา BTS ก็ได้สร้างปรากฏการณ์จำหน่ายบัตรชมคอนเสิร์ตรอบ Live Viewing ในเกาหลีใต้ หมดเกลี้ยงในเวลาไม่กี่นาที จากรายงานเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ระบุว่าบัตรรอบ Live Viewing ในเกาหลีใต้ถูกจำหน่ายไปแล้วกว่า 36,000 ใบ สร้างรายได้ราว 1,764 ล้านวอน หรือประมาณ 47.81 ล้านบาท แน่นอนว่าสถิติต่าง ๆ จาก BTS จะไม่หมดลงเพียงเท่านี้ พวกเขาจะสร้างสถิติใด ๆ ขึ้นอีกนั้น รอติดตามการรายงานกันได้เลย

(อัปเดต 14 มี.ค.) ล่าสุด Trafalgar ผู้จัดจำหน่ายการถ่ายทอดสดคอนเสิร์ต PTD on Stage – Seoul เปิดเผยยอดจำหน่ายบัตรเข้าชมกับสื่ออเมริกา พบว่าทำรายได้ไปกว่า 6.9 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 230 ล้านบาท) ในอเมริกาเหนือ ซึ่งเข้าฉายไปในโรงภาพยนตร์กว่า 800 แห่ง ส่งผลให้การถ่ายทอดสดคอนเสิร์ตของ BTS ครั้งนี้กลายเป็นภาพยนตร์ถ่ายทอดสด (Event Cinema) ที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาล อีกทั้งยังทำรายได้จากทั่วโลกไปกว่า 32.6 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 1,087 ล้านบาท (ตัวเลขนี้ยังไม่ใช่ยอดรวมสุทธิ)

นอกจากนั้น Big Hit Music ยังได้เปิดเผยตัวเลขผู้เข้าชมคอนเสิร์ตครั้งนี้กับสื่อเกาหลี พบว่าตลอดทั้ง 3 วัน (10 และ 12-13 มีนาคม) มีผู้ชมจากทั่วโลกถึง 2,465,000 ราย เป็นผู้ชมทางออนไลน์ในวันที่ 10, 13 มีนาคม จำนวน 1,020,000 รายจาก 109 ประเทศ, ผู้ชมรอบถ่ายสดทางโรงภาพยนตร์ในวันที่ 12 มีนาคม จำนวน 1,400,000 รายจากโรงภาพยนตร์ทั้งหมด 3,711 แห่งใน 75 ประเทศ และผู้ชมหน้างานที่สนามกีฬา Seoul Jamsil Olympic Stadium กรุงโซล เกาหลีใต้ ในวันที่ 10, 12-13 มีนาคม จำนวน 45,000 ราย

Photo Courtesy of Big Hit Music
Photo Courtesy of Big Hit Music
Photo Courtesy of Big Hit Music
Photo Courtesy of Big Hit Music

ต่อไปเป็นเอ็นดิ้งเมนต์จากคอนเสิร์ต BTS PTD on Stage – Seoul


DAY 1 (พฤหัสบดีที่ 10 มี.ค. 2022)

Jung Kook: อันดับแรกเลย เราห่างหายกันไป 2 ปีครึ่ง แต่ความรู้สึกจริง ๆ เหมือนเกือบ 23 ปีเลย อ่า จริง ๆ นะฮะ ผมรู้สึกลำบากมาก ๆ เพราะว่าไม่ได้เจอกันเลย จริง ๆ แล้วพอได้กำหนดการวันจัดคอนเสิร์ต ผมกังวลมาตั้งแต่ 2 สัปดาห์ที่แล้วเลยว่าจะพูดเอ็นดิ้งเมนต์ยังไงดี ก่อนจะนอนผมก็นอนไม่หลับเพราะเอ็นดิ้งเมนต์ ผมก็เลยลองจำลองเหตุการณ์อยู่คนเดียว ผมเองก็อยากจะพูดอะไรดี ๆ เท่ ๆ เหมือนอาจารย์ใหญ่ (RM) บ้าง พอพลิกไปพลิกมาแล้วก็หัวเราะ ฮ่อ ๆ ๆ อยู่กับตัวเอง แล้วก็คิดว่าฉันน่ะคงพูดอะไรยาว ๆ ไม่ได้หรอก ก็เลยล้มเลิกไป ผมก็เลยจะบอกกับทุกคนตรง ๆ แทนว่าผมคิดถึงทุกคนมาก ๆ และมีความสุขในช่วงเวลานี้มาก ๆ เลย ถึงแม้ว่าจะไม่เห็นสีหน้าหรือได้ยินเสียงของทุกคนในตอนนี้ แต่ก็หวังว่าช่วงเวลานี้ทุกคนจะมีความสุขเพราะพวกเรานะครับ ตอนนี้อากาศหนาว ยังไงก็ระวังเป็นหวัดกันด้วยนะครับ วันนี้ผมมีความสุขมาก ๆ เลย ในอนาคตต่อไปก็หวังว่าพวกเราจะได้สร้างวันเวลาที่มีความสุขมากขึ้นกันอีกเยอะ ๆ ครับ จากนี้ไปคือจุดเริ่มต้นครับ!

Photo Courtesy of Big Hit Music

Jimin: สวัสดีครับ ผมนักเรียนชั้นม.5/2 เลขที่ 15 ครับ ครับก็นั่นแหลพครับ นานมาแล้วนะครับที่เราไม่ได้เจอกัน จริง ๆ แล้วในระหว่างช่วงที่ผ่านมา ผมคิดว่าผมรู้ดีเลยว่าเราต่างรอคอยกันมามากขนาดไหน รู้สึกเสียดายต่อกันมากขนาดไหน และคิดถึงกันมากขนาดไหน เมื่อกี้ตอนที่ซ้อมซาวด์เช็กตอนแรก ผมรู้สึกแปลกไปจริง ๆ ครับ พอได้เจอทุกคนมันทำให้ผมรู้สึกว่า เราได้กลับมาบ้าน ได้กลับมาบ้านเกิดแล้วจริง ๆ อุตส่าห์ซาบซึ้งอยู่แต่แล้วก็ขึ้นเวทีด้วยความรู้สึกกังวลว่าจะทำยังไงดี เพราะทุกคนส่งเสียงไม่ได้ ลุกขึ้นยืนก็ไม่ได้ แต่พอเห็นทุกคน (กระหน่ำหวด Clapper) ตรงหน้าแล้วผมก็เบาใจเลยครับ เมื่อกี้ผมได้เดินไปดูตรงนู้นตรงนี้ แล้วก็ไปดูที่ชั้น 2 มาด้วย ผมได้รับเอเนอร์จี้ของทุกคนมาอย่างดี ความรู้สึกเสียดายและเหน็ดเหนื่อยมันเลยหายไปเป็นปลิดทิ้ง วันนี้ผมก็รู้สึกดีมาก ๆ เลยครับที่ได้มาใช้เวลาดี ๆ ร่วมกัน โอเคกันใช่ไหมครับ? จากนี้ก็คงจะเหน็ดเหนื่อยน้อยลงบ้าง ผมรู้สึกเหมือนได้เจอเพื่อนที่ไม่ได้เจอมานานเลยครับ (Jung Kook: ผมก็รู้สึกเหมือนกันเลย เหมือนจบงานก็ต้องไปซดโซจูกันสักหน่อยอะไรงี้) ก็นั่นแหละครับ วันนี้ผมขอบคุณจากใจเลยครับที่มากัน อากาศหนาวมากแต่ก็อุตส่าห์มากัน ขอบคุณมาก ๆ เลยนะครับ ในอนาคตข้างหน้าพวกเราก็จะเต็มที่กันต่อไปครับ ขอบคุณครับ ใครจะพรีเซนต์ต่อครับ?

V: ผมครับ วันนี้เราจะเล่นแบบนี้กันนะครับ แปลกใหม่ดีครับ สวัสดีครับ วันนี้ฝุ่นเลวร้ายมากครับ ผมก็เลยกังวลมาก ๆ ตอนนี้มีทั้งอาร์มี่ที่ดูอยู่ที่บ้านและคนที่อยู่หน้างานที่นี่ด้วย ผมไอค่อนข้างเยอะแต่ผมไม่ได้ติดนะครับ เพื่อไม่ให้เข้าใจผิดกันไป ผมก็เลยอยากให้เข้าใจว่าผมค่อนข้างแพ้ฝุ่นครับ แล้วก็ก่อนอื่นเลย ครั้งนี้เป็นคอนเสิร์ตในรอบ 2 ปีครึ่ง จริง ๆ ก็ตั้งความหวังเอาไว้เยอะ ผมตั้งใจไว้ว่าครั้งนี้จะสนุกสนานร่าเริงเต็มที่ แล้วก็ได้เล่นอย่างสนุกสนานจริง ๆ ทุกคนล่ะรู้สึกยังไงบ้างครับ? พอได้ยินเสียงปรบมือแทนเสียงเชียร์แล้ว.. ผมก็เลยมีเป้าหมายว่าครั้งหน้าจะต้องได้ยินเสียงของอาร์มี่จริง ๆ ให้ได้ครับ! ครับผม เรายังเหลือวันพรุ่งนี้กับวันมะรืนใช่ไหมครับ (Jung Kook: ไม่ใช่พรุ่งนี้นะ มะรืนกับอีกสามวันถัดไปครับ) พวกเรามาสร้างความทรงจำที่มีความสุขกันนะฮะ ขอบคุณครับ

Photo Courtesy of Big Hit Music

j-hope: ทุกคนสบายดีกันใช่ไหมฮะ? ถ้าสบายดีปรบมือให้ผม 1 ทีครับ ถ้าไม่สบายปรบ 2 ทีครับ 1 2 3! (อาร์มี่ปรบมือ 1 ที) โอ้ ทุกคนสบายดีกันสินะครับ ผมนึกว่าจะมีคนปรบ 2 ทีเสียอีก พร้อมเพรียงกันจริง ๆ โล่งใจเลยครับ ความจริงแล้วผมพูดไม่ได้ว่าผมสบายดีขนาดนั้นครับทุกคน ตลอด 2 ปีครึ่ง ผมได้แต่คิดว่าเมื่อไหร่มันจะจบลงไปสักที แล้วก็คิดถึงทุกคนมาก ๆ ระหว่างที่คิดถึงก็ได้แต่รอคอยต่อไปเรื่อย ๆ นี่ล่ะครับ ผมก็เลยยิ่งพูดไม่ได้ว่าผมสบายดีขนาดนั้น ผมได้จัดการกับความรู้สึกของตัวเอง ความจริงแล้วในระหว่าง 2 ปีที่ผ่านมา เราได้บอกให้อาร์มี่ทุกคนรู้ถึงสภาพความเป็นอยู่ แล้วก็ทำนู่นทำนี่กัน ได้จัดคอนเสิร์ตออนไลน์ ได้ทำอะไรหลายต่อหลายอย่าง ได้สร้างสีสันบนเวทีด้วยตัวเราเองโดยที่ไม่มีผู้ชม พวกเราก็ใช้ชีวิตกันมาอย่างเต็มที่ แต่จริง ๆ แล้วมันหนักหนามากเลยครับ เราลำบากมากจริง ๆ มันเป็นช่วงเวลาที่ทำให้เรารู้สึกเลยว่า ในการเป็นศิลปิน การแสดงคอนเสิร์ตจะสมบูรณ์ได้ก็ต่อเมื่อมีศิลปินและผู้ชมทุกคนอยู่ในที่เดียวกัน และคอนเสิร์ตถึงจะเหมือนคอนเสิร์ตได้ครับ ที่ทุกคนมากันในวันนี้ช่วยให้ผมได้จัดการกับความรู้สึกของตัวเองอย่างสมบูรณ์และหมดจดเลย ผมคิดถึงทุกคนมาก ๆ และโหยหาทุกคนมาก ๆ ครับ ถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูดได้ไม่หมดเลย ขอขอบคุณแฟน ๆ ที่มากันในวันนี้นะครับ ผมได้รับพลังมาจากทุกคนแล้วและจะเล่นคอนเสิร์ตที่เหลือให้เต็มที่เลยครับ ขอบคุณจริง ๆ ครับ คอนเสิร์ตรอบแรกในวันนี้มีความหมายกับผมมาก ๆ และผมก็หวังว่าช่วงเวลานี้จะมีความหมายกับทุกคนที่มาเช่นกันนะครับ ขอบคุณมาก ๆ เลยครับ

Photo Courtesy of Big Hit Music

SUGA: ทุกคนครับ พวกเราได้กลับมาที่ Jamsil Olympic Stadium อีกครั้งในรอบ 2 ปีครึ่งครับทุกคน ตอนที่แต่งเพลง Telepathy (잠시) ผมขอให้อดใจรออีกเดี๋ยวเดียวเท่านั้น แต่ระยะเวลาก็ปาไป 2 ปีครึ่ง พวกเราเองก็เลยรู้สึกเสียใจเหมือนกันครับ ตอนจะได้เจอกันอีกครั้ง ก็อยากจะกระโดดโลดเต้นไปกับทุกคนใน Jamsil Olympic Stadium ที่มีผู้ชมเต็มทุกที่นั่งแท้ ๆ พอไม่มีโอกาสได้ทำแบบนั้นก็เสียใจและเสียดายอยู่เหมือนกัน แต่ทุกคนก็สนุกสนานกันใช่ไหมครับ? สนุกกันรึเปล่าครับ? เดี๋ยวยังไงก็คงจะมีวันที่ดีกว่าครับ ใช่ไหมครับ? ไม่ว่าเมื่อไหร่ พวกเราก็จะขึ้นเวทีมาหาคำตอบครับทุกคน วันนี้ขอบคุณมากจริง ๆ ที่มาสนุกกันนะครับ ขอบคุณคนที่ดูทางออนไลน์อยู่ด้วยครับ ขอบคุณทุกคนนะครับ รักนะครับ

Jin: สวัสดีครับ จินเองครับ ผมอยากพรีเซนต์มาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว ได้พรีเซนต์สักทีครับ ทุกคน พวกเราเตรียมคอนเสิร์ตนี้กันมาเยอะมากเลยครับ แม้จะเป็นคิวชีตที่ทำการแสดงมาก่อนเมื่อคราวที่แล้วที่อเมริกา พอพวกเราบอกว่าจะเล่นคอนเสิร์ตที่เกาหลีอีก พวกเราก็เลยได้ประชุมทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์ที่บริษัทอยู่หลายครั้ง เมมเบอร์เองก็กังวลกันด้วย หลังจากที่พูดคุยกันว่าควรจะเปลี่ยนคิวชีตหรือควรจะเอาอีกหลาย ๆ ส่วนมาเพิ่มด้วยดี เราก็รวบรวมความเห็นมาได้ว่าอาร์มี่เกาหลียังไม่ได้ดูการแสดงตามคิวชีตนี้เต็ม ๆ ตา เพราะฉะนั้นคงไม่เข้าท่าถ้าจะเปลี่ยนแปลงอะไรเยอะ ก็เลยได้ทำการแสดงออกมาแบบนี้ การแสดงวันนี้ถูกใจทุกคนไหมครับ? ผมเองก็อยากลองบ้าง ถ้าทุกคนถูกใจขอให้ปรบมือหนึ่งทีครับ ยังไงก็ตามวันนี้อากาศค่อนข้างหนาว ผมก็เลยกังวลมาก ๆ แต่พอได้เห็นว่าอาร์มี่หลาย ๆ คนก็ใส่เสื้อผ้ากันมาอย่างหนา ผมก็เลยโล่งอกครับ ไว้เราซ้อมแล้วจะมาบอกนะครับว่าสภาพอากาศเป็นยังไง ทุกคนก็ระวังสุขภาพกันด้วยนะครับ ขอบคุณที่มาครับ

RM: มันไม่ง่ายเลยใช่ไหมครับ? ไอ้การ Untact การลดการสัมผัสที่น่าเบื่อหน่ายนี้ก็มาถึงจุดสิ้นสุดแล้วล่ะครับ ไม่รู้สิครับ การได้เห็นผู้คน ได้รับเอเนอร์จี้ ได้กระโดดโลดเต้นไปด้วยกัน การได้สื่อสาร รักก็ได้พูดว่ารักออกมา ช่วง Untact มันเป็นสิ่งที่เราเลี่ยงไม่ได้ แต่มันก็ทำให้ 2 ปีที่ผ่านมาลำบากมากจริง ๆ ครับ แต่ครั้งนี้พวกเราก็ตัดสินใจและกลับขึ้นมาบนเวที ถ้าจะบอกว่าไม่รู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมก็คงจะโกหกใช่ไหมล่ะครับ การแสดงคอนเสิร์ตมันเหมือนกับจิตวิญญาณของเรา เราจึงรู้สึกเจ็บใจที่ไม่ได้เจอทุก ๆ คน และอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีข้อจำกัด ดังนั้นตอนที่จะขึ้นมาเล่นคอนเสิร์ตครั้งนี้ เราจึงตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะมาเติมเต็มที่ว่างที่ยังเหลืออยู่ครับ ถึงอย่างไรแล้ว พวกเราก็ได้ลองทำดู ก็ดีกว่าการเล่นคอนเสิร์ตที่ไม่มีผู้ชมตั้งเยอะ ผมคิดว่ามันเป็นก้าวที่สำคัญมาก ๆ เลยครับ แล้วเมื่อกี้ที่ได้ร้องเพลง Home ก็รู้สึกมีความหมายมากจริง ๆ ครับ พวกเราอยากร้องเพลง Home กันมาก ๆ เพราะเราได้กลับมาบ้านแล้วจริง ๆ ที่นี่น่ะเป็นบ้านเกิดที่แท้จริงของพวกเราไม่ใช่เหรอครับ แค่ได้เจอกับทุกคน ผมก็มีความสุขมากแล้วครับ ในวันข้างหน้าเราก็จะได้บอกกับลูกชาย ลูกสาวเราด้วยว่าในอดีตเคยมีคอนเสิร์ตแบบนี้ด้วยนะ แบบ “เชื่อไหมล่ะว่าตอนนั้นฉันกระโดดก็ไม่ได้ ทำได้แค่ปรบมืออย่างเดียว?” ยังไงก็ขอบคุณนะครับที่มาสนุกสนานร่วมกันในคอนเสิร์ตครั้งประวัติศาสตร์ในวันนี้

วันนี้อากาศก็หนาวมาก ๆ เลย ขอให้กลับบ้านไปอย่างอบอุ่นแล้วก็อาบน้ำนะครับ พวกเราเองก็จะไม่ย่อท้อจนกว่าวันที่ยืนส่งเสียงเชียร์ จนกว่าวันที่จะได้เจอกันด้วยภาพลักษณ์ที่ดียิ่งขึ้นจะมาถึง วันนี้เป็นวันที่ผมมีความสุขมาก ๆ ที่ได้รักษาสัญญาว่าจะรอคอยทุกคนที่ Olympic Stadium เพราะฉะนั้นผมก็จะขอส่งเพลงสุดท้ายใส่ความรู้สึกในใจในวันนี้ถึงทุก ๆ คน ทั้งอาร์มี่ทุกคนที่มารวมตัวกันในที่แห่งเดียวเช่นนี้ และอาร์มี่ทุกคนที่กำลังดูอยู่ครับ เพลงนี้สมบูรณ์ได้ก็เพราะมีทุกคนอยู่เหมือนที่ผ่านมาเสมอครับ หวังว่าทุกคนจะเต้นในพื้นที่ของแต่ละคนด้วยกายและใจนะครับ ขอบคุณครับ และนี่ก็คือบังทันโซนยอนดันครับ


DAY 2 (เสาร์ที่ 12 มี.ค. 2022)

j-hope: โอเค เอาล่ะ ทุกคน ก่อนอื่นก็ปรบมือกันหน่อยครับ วันนี้ก็เป็นวันที่สอง จริง ๆ ที่ฝนตกวันนี้ผมว่ามันก็เป็นวันที่มีความหมายไม่ต่างไปจากวันแรกและวันสุดท้ายเลยครับ การเล่นคอนเสิร์ตกลางสายฝน จะว่ายังไงดี มันก็ได้กลายเป็นความทรงจำที่มีคุณค่าด้วยไงครับ ผมน่ะมีความสุขมากเลย ผมรู้สึกภูมิใจ ซาบซึ้ง มีความสุข และสนุกมากเลยครับ ซึ่งก็เป็นเพราะทุกคนเลย ยังไงก็ตาม ขอขอบคุณทุกคนมาก ๆ เลยนะครับ อาร์มี่ทุกคนที่มาวันนี้ ขอบคุณที่มาส่งแรงเชียร์และเสียงเชียร์กันในวันสุดสัปดาห์ อ่า ส่งเสียงเชียร์กันไม่ได้นี่นา เอาเป็นว่าขอบคุณที่ปรบมือให้นะครับ รักนะครับทุกคน ขอบคุณครับ

Jimin: ถึงพวกเราจะกังวลว่าทุกคนจะเป็นหวัดกัน แต่มันเป็นความทรงจำด้วยไม่ใช่หรอกหรอครับ? แต่ยังไงก็เถอะ คอนเสิร์ตสนุกมากเลยนะครับเนี่ย เดี๋ยวนี้เวลาได้เจอทุกคน มันไม่ใช่ความรู้สึกที่เศร้าแล้ว พอได้เจอกันอย่างสนุกสนานแบบนี้ก็เลย… (Jung Kook: เหมือนเพื่อนเลยเนอะ เหมือนเพื่อน!) อ่า ครับ แน่นอนว่าเพราะทุกคนเป็นผู้ชมหนึ่งเดียวที่เรามี เราถึงคิดว่าจะต้องตอบแทนแรงซัพพอร์ตที่ทุกคนให้มา แล้วช่วงเวลาที่อยู่กับพวกเราในวันนี้มันได้เป็นสิ่งที่ตอบแทนไปยังทุกคนไหมครับ? ทำไมจีมีนี่ถึงกระอักกระอ่วนอย่างนี้เนี่ย? ยังไงก็ตาม ผมขอขอบคุณมาก ๆ ถึงวันนี้จะส่งเสียงไม่ได้ แต่ครั้งหน้าที่มา แน่นอนว่าวันที่เราจะได้ทักทายกันด้วยเสียงจะมาถึงอย่างแน่นอน เพราะฉะนั้นช่วยอดใจรอกันอีกนิด วันนี้ก็รักและขอบคุณมาก ๆ เลยครับ

RM: พี (비 ฝน ออกเสียง /พี/)… ก็บีทีเอส (비티엣 ออกเสียง /พีทีเอส/) ใช่ไหมล่ะฮะ ครั้งนี้ก็เลยเป็นคอนเสิร์ตที่พิเศษสมกับชื่อเล่นของเราพอดีเลยครับ ขอบคุณนะครับที่มาคอนเสิร์ตวันนี้ ผมคิดว่าพอเป็นคอนเสิร์ตรอบกลาง ๆ (วันที่ 2) ก็จะมีหลาย ๆ คนเลยที่รู้สึกเสียดาย คอนเสิร์ตวันแรกก็จะรู้สึกตื่นเต้นกันเพราะเป็นวันแรก พอคอนเสิร์ตวันสุดท้ายก็จะซาบซึ้งและร้องไห้กัน ดังนั้นจึงอาจจะมีหลายคนที่คิดว่าคอนเสิร์ตรอบกลาง ๆ มันแอบคลุมเครือ แต่ผมว่าสิ่งที่พิเศษมาก ๆ ในวันนี้นั้น อันดับแรกคือการที่มีแต่ทุกคนที่อยู่ที่นี่ และคนที่อยู่ในโรงภาพยนตร์เท่านั้นที่ได้เห็นพวกเรา เพราะคอนเสิร์ตวันนี้ไม่มีสตรีมออนไลน์ แล้วก็เหนือสิ่งอื่นใด พรุ่งนี้ทราบมาว่าในเวลาเดียวกันนี้ฝนจะไม่ตกครับ มันก็คือเอฟเฟกต์ของเวทีอย่างหนึ่งที่เราได้เพลิดเพลินไปพร้อมกับทุกคนในวันนี้เท่านั้นใช่ไหมล่ะครับ? เหนือสิ่งอื่นใดแล้ว พวกเราทั้งรู้สึกกลัวและรู้สึกตื่นเต้นกับคอนเสิร์ตทั้งสามรอบนี้ แต่พวกเราก็เอาชนะความน่าสะพรึงกลัวนั้นไปได้เพราะทุก ๆ คนที่รู้ว่าจะสนุกสนานกันยังไง พวกเราได้เล่นกันอย่างสนุกสนานเพราะทุกคนเลยครับ วันนี้กลับบ้านไปก็อาบน้ำอุ่น ๆ หรือถ้ามีอ่างอาบน้ำก็แช่น้ำก่อนนอน แล้วก็ขอให้นอนหลับให้สบายนะครับ พวกเราจะทั้งร้องทั้งเต้นกันให้สุดเหวี่ยงจนจบเลยครับ ขอบคุณครับ

Photo Courtesy of Big Hit Music

Jung Kook: เย้… (j-hope: จองกุก ร้อง Rain สักท่อนหน่อยเร็ว) เสียงของเธอที่เฉียดผ่าน… เอ้ยนี่มันเพลง Still With You นี่ 5555 (j-hope: สีเข้ม ๆ ของฝน…) สีเข้ม ๆ ของฝนที่โปรยปรายลงมาเหนือชัมชิล… (เปลี่ยนเนื้อเพลงจากโซลเป็นสนามกีฬาชัมชิล) ทุกคนคือผม.. คือไงอ่ะ.. อะไรแล้วนะ ว่าไงนะ? ผมร้องเพลงอะไรเนี่ย? 555 ผมได้ลงคลิปสั้น ๆ หลังจบคอนเสิร์ตวันที่ 10 ไป ไหนคนที่จะไม่ได้เอาเสื้อกันฝนมาถ้าไม่ใช่เพราะผมให้ปรบมือกันหน่อยครับ ผมเป็นคนบอกเองครับ ผมเอง ผมนึกถึงอาร์มี่ทุกคนขนาดนี้ยังไงล่ะฮะ ผมน่ะรักทุกคนครับ ทำไมครับ? ทำไมครับ? พอฝนตกก็เลยแอบร้องไห้กันเพราะหวั่นไหวหรอฮะ? ตอนนี้โชกเพราะฝนไปหมดเลย ทุกคนครับ ผมรู้สึกดีมากเลยที่วันนี้ฝนตก เพราะว่าวิววันนั้นมันเลยสวยงามมากเลย แล้วเมื่อกี้นี้นัมจุนฮยองก็พูดถึงคอนเสิร์ตวันแรก กับคอนเสิร์ตวันสุดท้ายว่าจะร้องไห้กันเพราะเป็นรอบสุดท้ายใช่ไหมครับ แต่สำหรับผม ผมชอบความสุดเหวี่ยงในคอนเสิร์ตรอบสองที่สุดเลยครับ ผมเป็นแบบนี้มาตลอดเลยนะ มีแต่คนที่มาวันนี้เท่านั้นนะครับที่รู้ ผมแอบบอกเลยนะฮะเนี่ย วันนี้ฝนตกจนจบงานเลย แต่ก็ขอบคุณนะครับที่อุตส่าห์อยู่กับที่กัน แล้วก็จะขอบคุณมากเลยครับถ้าสนุกสุดเหวี่ยงกันไปจนจบงาน ส่วนคอนเสิร์ตรอบที่เหลือพวกเราก็จะตั้งใจเต็มที่ครับ ขอบคุณครับ

Jin: อันดับแรก ผมอยากขอบคุณอาร์มี่ทุกคนมาก ๆ เลยครับ ถ้าผมเป็นคนที่ดูคอนเสิร์ตนี้ ผมคงกลับบ้านไปแล้ว เวลาตากฝนมันทั้งหนาวแล้วก็ทำให้เป็นหวัดใช่ไหมล่ะครับ แต่ว่าอาร์มี่ของเรามีความรักให้กับพวกเราอย่างล้นหลาม (Jung Kook: แล้วถ้าเกิดอาร์มี่ของเราทำการแสดง แล้วฝนตกลงมาจะกลับบ้านรึเปล่าครับ?) ผมหมายความว่าอาร์มี่ทุกคนเป็นคนสำคัญยิ่งกว่าผมต่างหากครับ ผมขอขอบคุณอาร์มี่ของเราทุกคนที่ยังอยู่กับที่แม้ว่าฝนจะตกนะครับ ก็นะ ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรอีกแล้วล่ะครับ รักนะครับ

SUGA: ครับผม ผมจำได้ว่าเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ทันทีที่เราขึ้นรถกลับหลังจากเล่นคอนเสิร์ตที่นี่จบปุ๊บฝนก็ตก วันนี้อากาศไม่ค่อยหนาวมากเท่าไหร่ ก็เลยยิ่งดีดกันสุด ๆ ทั้ง ๆ ที่ตากฝนกัน แต่การเล่นคอนเสิร์ตกลางฝนเนี่ยเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ยากกว่าที่คิดเหมือนกันนะครับ ปีนี้พวกเราก็เป็นศิลปินมา 10 ปีแล้ว แต่ก็ไม่เคยมาถึงขั้นนี้ แทบจะนับนิ้วได้เลย แต่พอเป็นคราวที่ฝนตกทีไร ก็เหมือนจะกลายเป็นคอนเสิร์ตครั้งที่น่าจดจำทุกครั้งไป แล้วไหนวันนี้ก็ดีดกันสุดเหวี่ยงอีก ซึ่งถ้าทุก ๆ คนได้ลุกขึ้นยืนส่งเสียงเชียร์กันในวันแบบนี้ แม้แต่ทุกคนเองก็คงจะปวดเนื้อปวดตัวกันในวันรุ่งขึ้น มันก็น่าเสียดายนะครับ แต่พวกเราก็กระโดดโลดเต้นแทนทุกคนไปประมาณ 4 เท่าได้ เพราะฉะนั้นก็หวังว่าความตั้งใจของเราจะถ่ายทอดไปถึงทุกคนนะครับ ยังไงก็ตาม ขอบคุณมาก ๆ เลยนะครับที่สนุกสนานกันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย อา พูดตามตรง ผมประทับใจเลยล่ะครับ ยังไงก็เถอะ พรุ่งนี้ก็มีคอนเสิร์ตอีกครับ ยังไงเราก็จะจัดคอนเสิร์ตกันไปอีกใน 5 ปี 10 ปีข้างหน้าอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นไม่ต้องรู้สึกเสียดายอะไรมากนะครับ ขอบคุณที่มาสนุกกันครับ รักนะครับ

Photo Courtesy of Big Hit Music

V: อันดับแรกเลย ผมอยากจะส่งทุกคนกลับบ้านไว ๆ เพราะฝนตกแบบนี้ แต่เพราะว่าครั้งนี้ก็เป็นคอนเสิร์ตของพวกเราในรอบ 2 ปีครึ่ง ก็เลยมีอะไรอยากจะพูดมากมายน่ะครับ พวกเราคิดถึงอาร์มี่มาก ๆ เลย ผมมีสิ่งที่อยากทำเฉพาะวันนี้อยู่ครับ […] เอาล่ะทุกคนพร้อมปรบมือกันไหมครับ? ทุกคนคงรู้ว่าต้องทำยังไงกันอยู่แล้วแหละ มาซ้อมกันก่อนนะครับ ปรบมือหนึ่งครั้ง (แปะ) ปรบมือสองครั้ง (แปะ ๆ) เอาล่ะนะฮะ แท ฮัน มิน กุก (ปรบจังหวะ 1 2 1 2 1) แท ฮัน มิน กุก (1 2 1 2 1)* วันนี้พวกเราได้มาเล่นคอนเสิร์ตที่ประเทศของเรา ที่โซลแห่งนี้ในรอบ 2 ปีครึ่งครับทุกคน เราคิดถึงทุกคนมาก ๆ อยากแสดงคอนเสิร์ตไว ๆ แต่เพราะไอ้ฝนนี่… เราถึงได้สร้างความทรงจำดี ๆ ยังไงล่ะครับ รักและขอบคุณนะครับ รักนะฮะ

* จังหวะปรบมือเชียร์ทีมของเกาหลีใต้ (대한민국 /แทฮันมินกุก/ สาธารณรัฐเกาหลี, เกาหลีใต้)


DAY 3 (อาทิตย์ที่ 13 มี.ค. 2022)

j-hope: ครับ ทุกคน คอนเสิร์ตรอบที่ 3 ก็กำลังจะจบลงไปด้วยดีแล้วล่ะครับ ความจริงแล้วผมก็ยังไม่ค่อยแน่ใจเลยครับว่าตัวเองรู้สึกยังไง ว่าพอคอนเสิร์ตจบลงไปแล้วจะรู้สึกยังไง ผมยังสับสนอยู่เลยครับ ความจริงแล้วก่อนจะเข้ามา ผมก็นั่งนึกระหว่างวอร์มอัปว่าตอนเอ็นดิ้งวันนี้ควรพูดอะไรดี ข้าง ๆ ก็มีลีดเดอร์นัมจุน ระหว่างที่กำลังยืดกล้ามเนื้อคอ ผมก็คิดว่าคงพูดอะไรใหญ่โตเหมือนเพื่อนคนนี้เขาไม่ได้ ก็เลยล้มเลิกความคิดไปทั้งหมด ตอนนั้นผมคิดซะว่ารับหน้าที่นี้ด้วยตัวเองแล้วกัน แล้วก็ตั้งใจวอร์มอัปน่องต่อไปครับ พอมาคิด ๆ ดูแล้ว สิ่งที่ผมรู้สึกตอนนี้และสิ่งที่ผมอยากจะพูดตอนนี้ก็คือ ผมรู้สึกว่าผมได้ปลดปล่อยลมหายใจออกมาอย่างเบาใจ ความจริงแล้วตลอดช่วงเวลา 2 ปีครึ่งที่ไม่ได้พบเจอทุกคนหลังจากมีสถานการณ์โควิดที่ไม่คาดฝัน เราไม่ได้เจอหน้าทุก ๆ คน แต่เราก็ดิ้นรนลองทำอะไรต่อมิอะไรหลายอย่าง จริง ๆ แล้วผมคิดอยู่บ่อย ๆ เลยว่าเมื่อไหร่จะได้เจอทุกคน แล้วก็มีช่วงที่รู้สึกถดถอยอยู่เหมือนกัน แต่พอได้แสดงคอนเสิร์ตรอบที่ 3 ก็ทำให้ผมรู้สึกเบาใจ ตอนที่สูดลมหายใจเข้าออก มันเหมือนกับว่าความเบาใจได้ช่วยประคองผมเอาไว้ ผมรู้สึกว่าถึงอย่างไรแล้วก็ได้เจอทุกคนนะ แม้ว่าสถานที่จัดคอนเสิร์ตจะไม่ได้เต็มทุกที่นั่งอย่างสมบูรณ์แบบ แม้ว่าคอนเสิร์ตนี้ผู้ชมจะส่งเสียงเชียร์ไม่ได้ แต่ถึงอย่างไรแล้ว ความเบาใจต่อการได้เจอกับทุกคนก็ช่วยโอบอุ้มผมเอาไว้อย่างมากเลยครับ ดังนั้นคอนเสิร์ตรอบที่ 3 ที่โซลครั้งนี้จึงมีความหมายลึกซึ้งต่อผมมาก ๆ เลยครับ ไม่รู้ว่าจะปิดท้ายอย่างสะอิดสะเอียดหรือเปล่านะครับ แต่เพราะผมอยากไม่อยากจะลืมความรุ่มร้อนและบรรยากาศนี้ ผมก็จะขอปิดท้ายด้วยการสูดหายใจให้เต็มปอดสักหนึ่งทีครับ วันนี้ฝุ่นก็ไม่ค่อยเยอะด้วยนี่ครับ อากาศก็ดี มาสูดหายใจให้เต็มปอดกันครับ (สูดหายใจ) อา รู้สึกดีจัง ขอบคุณนะครับ ทุกคน ผมอยากขอบคุณแฟน ๆ ทุกคนที่มากันในวันนี้ครับ รักนะครับ

Jung Kook: ได้พูดก่อนแล้วรู้สึกสบายใจจังเลยครับ เพราะพอพูดคนสุดท้ายมันรู้สึกกดดันน่ะครับ ทุกคนครับ วันนี้เป็นคอนเสิร์ตรอบสุดท้ายแล้วใช่ไหมครับ? ผมไม่ได้จะพูดอะไรใหญ่โตหรอกครับ ผมมีสิ่งที่อยากจะหยิบยกขึ้นมาถามทุกคนที่เป็นเหมือนครอบครัวของผมมาตลอดครับ หลังจากผ่านมา 2 ปีครึ่งที่มีสถานการณ์ COVID-19 เกิดขึ้น ผมไม่รู้ว่าชีวิตแต่ละคนเป็นอย่างไรบ้าง แต่ถึงยังไงแล้ว ผมเชื่อว่าเราก็คงจะลำบากกันมามาก ดังนั้นผมจึงอยากถามว่าทุกคนลำบากกันมามากขนาดไหน โอเคกันไหม ‘ลำบากกันมามากเลยใช่ไหมครับทุกคน?’ พวกผมเองก็ลำบากกันมามากเลยครับ เราไม่ได้เจอกับอาร์มี่ทุกคนเลย พวกผมจะพูดว่ายังไงดีล่ะ จะเรียกว่าเป็นสายสัมพันธ์ถึงกันได้ไหมนะ? พวกเรามีสายสัมพันธ์นี้เป็นรูปเป็นร่างมาตั้งแต่ตอนเดบิวต์ เราถึงอดทนกันมาได้แม้จะต้องห่างกันไปบ้าง ผมจึงรู้สึกขอบคุณมาก ๆ เลยครับ สุดท้ายเราก็ได้มาเจอกันอีกครั้งเช่นนี้หลังจากผ่านไป 2 ปีครึ่ง แม้จะไม่มีเสียงเชียร์ แต่เราก็มีรอยยิ้มกันใช่ไหมล่ะครับ ผมไม่รู้ว่าในอนาคตจะมีอะไรเกิดขึ้นกับพวกผมและทุกคน แต่ผมถึงยังไงก็กล้าคาดเดาว่าจะมีวันที่เรามีรอยยิ้มในอนาคตกันอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเมื่อก่อน ตอนนี้ หรือในอนาคต ผมก็หวังว่าเราจะได้สร้างความทรงจำดี ๆ ร่วมกันเยอะ ๆ เหมือนเพื่อน เหมือนครอบครัวนะครับ ขอบคุณอาร์มี่ทุกคนที่มากันวันนี้มาก ๆ เลยครับ รักนะครับ

Jimin: ครับ ผมจีมินเองครับ วันนี้ทุกคนมีช่วงเวลาที่ดีกันหรือเปล่าครับ? ครับ พวกเราก็ได้มาพบกับทุกคนในรอบ 2 ปีครึ่ง ความจริงแล้วตลอด 3 วันที่ได้เจอทุกคนครั้งนี้ มันก็ไม่ได้แต่เรื่องดีไปเสียทีเดียวหรอกครับ เพราะอย่างที่ทุกคนรู้นั่นแหละครับว่าเราต่างมีอะไรที่อยากถามไถ่กัน อยากแบ่งปันเรื่องราว อยากร้องเพลง อยากผ่อนคลายความรู้สึก แต่มันก็น่าเจ็บใจที่ทำไม่ได้ครับ จริง ๆ แล้วตอนคอนเสิร์ตวันแรกจบลงไป พอกลับไปด้านหลังเวที เมมเบอร์เองก็รู้สึกเจ็บใจกันมาก ๆ เลยล่ะครับ และบอกว่าไม่อยากทำการแสดงในรูปแบบนี้อีก เพราะเราเจ็บใจมาก ๆ ที่ทุกคนที่อยู่ตรงหน้าลุกขึ้นยืนไม่ได้ และทำได้แค่หันหัวไปมา ถึงจะพูดแบบนี้แต่มันก็ไม่ใช่สถานการณ์ที่เราจะไปอารมณ์เสียกับใครได้หรอกครับ แต่เราก็ไม่อยากจะเผชิญสิ่งเหล่านี้อีก ตลอดช่วงที่ผ่านมานั้นพวกเราเองก็รู้สึกเคว้งคว้างอยู่เหมือนกัน แล้วก็ได้ดื่มกัน เสียน้ำตาและปลดปล่อยกันไป แล้วเราก็เหนียวแน่นขึ้นอีกครั้งจนอดทนรอมาจนถึงขนาดนี้ได้ ผมอยากจะแบ่งปันเรื่องราวแบบนี้ น่าเสียดายที่เราแบ่งปันเรื่องราวกันอย่างสบายใจอย่างแต่ก่อนไม่ได้ แต่พวกเราก็ได้รับเอเนอร์จี้ที่ทุกคนมอบให้มาตลอด 3 วัน ผมจึงรู้สึกขอบคุณมาก ๆ เลยครับ ก่อนหน้านี้เราพูดอยู่เรื่อย ๆ ว่าครั้งหน้าก็จะได้ทำแบบนี้ แต่ถึงยังไง การได้เจอกันมันก็คือสิ่งที่มีความหมายครับ ผมจึงรู้สึกขอบคุณกับการที่เราได้เจอกันครั้งนี้ สำหรับครั้งหน้าก็หวังว่าเราจะได้ร้องเพลง หัวเราะ และพูดคุยกันให้ได้เลยครับ ผมขอขอบคุณสำหรับครั้งนี้จากใจจริง ผมไม่ได้โกหกนะครับทุกคน พวกเรารู้สึกขอบคุณมากจริง ๆ ที่ทุกคนยังสนับสนุนเรา และรอคอยให้พวกเรากลับมาเล่นคอนเสิร์ตที่เกาหลีในรอบ 2 ปี แล้วผมกันครั้งหน้าด้วยภาพลักษณ์ เพลง และการแสดงที่ดียิ่งขึ้นนะครับ

Photo Courtesy of Big Hit Music

Jin: สวัสดีครับทุกคน? จินเองครับ เป็นเพราะอาร์มี่ทุกคนของเราทำสิ่งเหล่านี้ให้ คราวนี้ผมเองก็เลย… ใครหาวอ่ะ? (Jung Kook: อาจารย์ใหญ่หาวครับ) เฮ้ย นายหัวเหลืองน่ะ แกกลับบ้านไปเลยนะ (RM: ขอโทษครับผม) โอเค ไปยืนยกมือสำนึกผิดตรงนั้นไป (ต่อ) เพราะอาร์มี่ทุกคนทำสิ่งเหล่านี้ให้พวกเรา คราวนี้ผมก็เลยขอให้ทีมงานช่วยทำสิ่งนี้ขึ้นมา (ที่คาดผม ด้านหน้าเขียนคำว่า ARMY ด้านหลังมีหัวใจสีม่วง 3 ดวง) แค่ได้ทำอะไรแบบนี้ผมก็รู้สึกดีและภูมิใจมาก ๆ ความตั้งใจของผมคืออยากจะบอกกับทุกคนว่า ผมเองก็เป็นแฟนคลับของอาร์มี่ทุกคน ผมรักอาร์มี่ของเราทุกคน ว่ากันตามตรง ผมไปรวบรวมความเห็นมาจากทีมงาน ผมก็อยากจะขอบคุณทีมงานของเราที่ช่วยออกความเห็นด้วยครับ ด้านหน้าเขียนคำว่าอาร์มี่ ส่วนด้านหลังมีหัวใจด้วยครับ รักนะอาร์มี่ ผมจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้ความรักที่ผมมีเปลี่ยนแปลงไปครับ วันนี้อากาศหนาว อาร์มี่ของเราก็คงลำบากกันแย่เลย ระหว่างทางกลับบ้านขอให้ปลอดภัยและอบอุ่นนะครับ อาร์มี่ครับ รักนะครับ

Photo Courtesy of Big Hit Music

V: ฮยอง (SUGA) จะพูดก่อนไหมครับ? (SUGA: นายพูดก่อนเลย Jin: นัมจุนหาวอีกแล้ว!! เกินไปแล้วอ่า เกินไป๊ V: เฮ่ย.. เฮ่ย.. พอเลยนะ Jung Kook: น้ำตาเอ่อแล้วนั่นอ่ะ ฮยองลุกขึ้นมาเลยนะ! RM: ผมไม่ได้นอนครับ SUGA: นัมจุนไปยืนข้างหลังเลย Jin: เฮ่ย ไปยืนยกมือข้างหลังนู่นเลย Jimin: เคยเห็นอะไรแบบนี้ระหว่างคอนเสิร์ตไหมครับ? V: ยกมือขึ้นเลยนะ โอเค ยกมือขึ้นมา Jung Kook: ไม่ปล่อยไปเพราะเป็นลีดเดอร์หรอกนะครับ)

เอาล่ะครับทุกคน ผมกังวลอยู่มากเลยว่าจะพูดอะไรดี จะพูดอย่างนั้นดีหรือว่าอย่างนี้ดี ผมมีสิ่งที่อยากจะพูดอยู่ในหัวมากมาย แต่ผมเรียบเรียงบางอย่างที่ผมอยากจะพูดออกมาไม่ถูก.. เฮ่ย คิมนัมจุน นาย ห้ามนั่งนะ ยืนขึ้นมา อย่าส่งเสียงครับทุกคน ที่นี่เป็นคอนเสิร์ตในความเงียบครับ ยังไงก็ตามแต่ เข้าใจที่ผมจะสื่อใช่ไหมครับ แบบมีอะไรอยากจะพูดมากมายแต่เรียบเรียงไม่ถูก ถ้าเข้าใจก็ปรบมือหนึ่งทีครับ อ่า แปปนึงนะ… (หัวเราะ) ดังนั้นพอผมลองคิดดูแล้ว… ระหว่างที่ผมค่อย ๆ ผ่อนคลายร่างกายระหว่างแช่น้ำเมื่อวาน ผมหยิบหนังสือเล่มนึงมาอ่านครับ ผมตั้งใจว่าจะลองหาอะไรมาพูดกับทุกคน ผมก็เลยอ่านกลอน จริง ๆ คือผมอ่านกลอนในหนังสือเล่มนั้นแล้วก็หลับไปครับ.. ผมก็เลยจะบอกชื่อหนังสือแทน เพราะมันก็เป็นสิ่งที่ผมอยากบอกทุกคนครับ ‘จงรักเหมือนไม่เคยถูกรัก (한번도 사랑받지 않은 것처럼 사랑하라)’ เพราะฉะนั้นผมก็จะรักทุกคนเหมือนไม่เคยถูกรักครับ อ่า รักนะฮะ…ครับ (มาจากหนังสือชื่อ ‘사랑해라 한번도 상처받지 않은 것처럼’ จงรักเหมือนไม่เคยได้รับความเจ็บปวดเลยสักครั้ง)

SUGA: ก่อนหน้านี้คนอื่นพูดไปแล้ว เพราะฉะนั้นผมจะพูดให้กระชับแล้วกันนะครับ ตอนสถานการณ์โควิดเริ่มขึ้น พวกเรารู้สึกลำบากในช่วงแรก ๆ ครับ แต่ก็มีความหวังอยู่นิดนึงว่าเดี๋ยวอีกไม่กี่เดือนหลังจากนั้นก็คงเล่นคอนเสิร์ตได้ แต่แล้วก็ผ่านมา 2 ปีครึ่งครับทุกคน พวกเราลองทำอะไรหลาย ๆ อย่างเพื่อทุกคนแต่มันก็ยากกว่าที่คิด โดยเฉพาะการเช่าสนามกีฬา Seoul Jamsil Olympic Stadium ครั้งนี้ ก็มีความยุ่งยากแม้กระทั่งการให้คน 15,000 คนเข้ามาในสถานที่ เพราะเราเข้าใจว่าที่นี่คือสนามกีฬากลางแจ้ง แต่จริง ๆ แล้วเหมือนว่ามันจะเป็นสนามกีฬาในร่ม เราก็เลยเปิดที่นั่งชั้น 3 ไม่ได้ครับ ผมคิดว่าครั้งหน้าที่เราจะได้ทำให้สถานที่จัดแห่งนี้เต็มทุกที่นั่ง ให้ทุกคนได้ลุกขึ้นส่งเสียงเชียร์และร้องเต้นไปด้วยกัน จนต้องกลับบ้านไปแช่น้ำก่อนนอนด้วยความเหนื่อยล้าคงอยู่ไม่ไกลแล้วล่ะครับ ทุกคนเองก็รู้สึกอย่างเดียวกันใช่ไหมครับ? ไม่ใช่ผมรู้สึกอยู่คนเดียวใช่ไหมครับ? ขอบคุณที่เตรียมตัวมาอย่างเต็มที่ และสนุกสนานกันอย่างเต็มที่นะครับ พวกเราก็สนุกมาก ๆ เลยครับตลอด 3 วันที่ผ่านมา ไว้เจอกันอีกเร็ว ๆ นี้ครับทุกคน รักและขอบคุณนะครับ!

RM: ผมขอโทษด้วยนะครับที่ผมหาว เป็นความผิดของผมเองครับ ที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ผมคิดว่ามันคือความรู้ใจกัน ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน แต่ผมกลับรู้สึกว่าตัวเองบกพร่อง ผมแสดงมาตั้งแต่อายุ 15 แม้จะมีคนดูเพียง 2-3 คนก็ไม่เคยมีสักครั้งที่ไม่มีเสียงเชียร์ และไม่เคยทำการแสดงที่คนดูลุกขึ้นไม่ได้ ผมจึงรู้สึกแย่มาก ๆ ระหว่างซ้อมและกลัวจนนอนหลับไม่เต็มอิ่มครับ นั่นก็เป็นเพราะต่อให้แสดงออกมา 100%, 200% จากภาพลักษณ์ที่นำเสนอหลังจากห่างหายไปนาน ผมก็ยังรู้สึกว่ามันยังไม่พอ และผมก็กลัวที่สุดเลยครับว่าจะแสดงออกมาได้ไม่ถึง 50%, 30%, 20% เสียด้วยซ้ำไป ผมจึงรู้สึกเหนื่อยมาก ๆ เลยครับ แต่พอได้เห็นเพื่อน ๆ ผมก็รู้สึกว่าเขาดีกว่าผมอีก… ท่าทีที่เป็นมืออาชีพ ท่าทีที่พยายามมองหาแง่ดี… ผมเป็นคนที่เซนซิทีฟและมองหาแต่สิ่งไม่ดีเวลามีอะไรเกิดขึ้นน่ะครับ พอได้เห็นเพื่อน ๆ พวกนี้มีพลังบวกอยู่ข้าง ๆ ผม พวกผมถึงได้ทำได้ครับ ถึงอย่างไร เราก็เคยอยู่ในจุดต่ำสุดมาแล้ว เพราะเราโดนช่วงชิงอิสระไป จึงไม่มีอะไรแย่สำหรับเราไปกว่านี้แล้วครับ (BTS: แต่มันก็เป็นสิ่งที่ดีนะ) กลับกันมันก็เรื่องดีและมองว่าไม่ว่าจะเป็นอะไรเราก็ทำได้ครับ ผมหวังว่าพอมันผ่านไปจริง ๆ คอนเสิร์ตครั้งนี้ที่มีผู้ชม 15,000 คนมานั่งปรับมืออยู่ใน Seoul Jamsil Olympic Stadium จะอยู่ในความทรงจำของเราประหนึ่งมางาน Open Concert (열린음악회 ของช่อง KBS) อะไรแบบนี้ครับ ผมอยากจดจำสิ่งเหล่านี้ไว้เป็นประสบการณ์ดี ๆ ที่ผมมีโอกาสได้สัมผัสและได้ทดสอบตัวเองครับ

ยังไงก็ตามแต่ ผมรู้สึกขอบคุณมาก ๆ จากใจเลยครับที่คอนเสิร์ตเสร็จสมบูรณ์ลงไปโดยไม่มีเหตุร้ายอะไรตลอดทั้ง 3 วัน ซึ่งก็เป็นเพราะคนที่ดูทางออนไลน์ ในโรงภาพยนตร์ และทุกคนที่มาท่ามกลางอากาศหนาวเลยครับ หวังว่าทุกคนจะรับรู้ว่าที่เรามายืนในที่แห่งนี้ได้ก็เพราะพวกเราหมายมั่นว่าจะมาเจอทุกคนให้ได้แม้ในยามที่มีข้อจำกัดนะครับ พวกเราคิดถึงทุกคนมากจริง ๆ ครับ รักนะครับ คอนเสิร์ตที่เหมือนกับปาฏิหาริย์ตลอดทั้ง 3 วันก็กำลังจะจบลงไปแล้ว ก็เหมือนกับตอนคอนเสิร์ตออนไลน์เมื่อ 5 เดือนก่อนที่เราบอกว่าจะรอคอยทุกคนอยู่ที่ Seoul Jamsil Olympic Stadium แห่งนี้เสมอนั่นแหละครับว่าหลังจากนี้อีก 1 เดือน 1 ปี หรือในอนาคตที่ยาวนานกว่านั้น เราก็จะรอคอยทุกคนเสมอครับ ตอนนั้น พวกเราก็จะทำเต็มที่เหมือนอย่างวันนี้ เพราะฉะนั้นหวังว่าจะมาพบกันให้ได้นะครับ สำหรับเพลงสุดท้ายของคอนเสิร์ตนี้ ขอให้ทุกคนปล่อยใจเต้นไปพร้อมกับพวกเราจากพื้นที่ของแต่ละคน จากที่ ๆ ทุกคนอยู่ในตอนนี้กันครับ


แปลและเรียบเรียงจากเกาหลีเป็นไทยโดย CANDYCLOVER

DMCA.com Protection Status

ทาง CANDYCLOVER มีความยินดีหากผู้อ่านเล็งเห็นประโยชน์ของคอนเทนต์นี้ และต้องการนำไปประกอบเอกสารหรือสื่อทางการศึกษา เผยแพร่ต่อบนโซเชียลมีเดีย รวมถึงนำไปผลิตของที่ระลึก เช่น Giveaway สำหรับแจกฟรี มิใช่การจัดจำหน่าย

หากต้องการนำข้อมูลไปใช้อ้างอิง กรุณาติดต่อทางอีเมลล์ bts.candyclover@gmail.com และรอการตอบกลับที่ระบุว่าอนุญาตแล้วเท่านั้น ยกเว้นกรณีการนำข้อมูลที่ “แปล เรียบเรียง หรือจัดทำโดย CANDYCLOVER” ไปรีโพสต์ ทำซ้ำ ดัดแปลง แก้ไข นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ รีโพสต์บนแฟนเพจ เว็บไซต์ หรือเว็บบอร์ด ที่มิใช่แพลตฟอร์มของ CANDYCLOVER พร้อมใส่เครดิตเองโดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงนำไปเป็นคอนเทนต์ทางสื่อโทรทัศน์ หรือกระทำการใด ๆ ก็ตามที่เข้าข่ายแอบอ้างผลงาน หากพบเห็นจะดำเนินคดีทางกฎหมายให้ถึงที่สุด

หากท่านชื่นชอบคอนเทนต์ที่ CANDYCLOVER นำเสนอ สามารถให้การสนับสนุนพวกเราได้ง่าย ๆ เพียง 1.) ไม่สนับสนุนแอคเคาต์ที่แอบอ้างข้อมูลที่แปลโดย CANDYCLOVER 2.) รีพอร์ตแอคเคาต์ดังกล่าวผ่านระบบของแพลตฟอร์มที่ท่านพบเห็นโพสต์ที่เข้าข่าย โดยเลือกหัวข้อ “ละเมิดลิขสิทธิ์” ขอบคุณค่ะ

About the Author /

bts.candyclover@gmail.com

I go by the name Candy, a co-founder, admin, designer, translator, writer of and for CANDYCLOVER. I'm a graphic/UI designer and a self-taught Korean translator who's passionate about telling success stories of BTS in the form of mixed media from graphic to web-based experiences. Now, I'm also pursuing my career as a professional Korean translator. My recent book-length translation projects are: I AM BTS (TH Edition), BTS The Review (TH Edition) and more to come!