BTS

4 สาเหตุสำคัญที่ทำให้ ‘บังทันโซนยอนดัน’ (BTS) กลายเป็น ‘เทรนด์โซนยอนดัน’

หยาดเหงื่อ, เลือด และน้ำตา นำพา ‘บังทันโซนยอนดัน’ (BTS) สู่ความสำเร็จ

เมื่อเดือนกรกฎาคม บังทันโซนยอนดัน หรือ BTS เป็นหนึ่งในรายชื่อ ‘10 ศิลปินที่ต้องฟัง’ เผยแพร่โดยนิตยสารเพลงป็อปจากอเมริกาอย่าง ‘Rolling Stone’ และเมื่อเร็วๆ นี้พวกเขายังได้ครองอันดับ 44 ในบทความ ‘เพลงแบบไหนที่ชาวอเมริกันชื่นชอบที่สุด? 50 แผนที่ลงรายละเอียดตำแหน่งที่ตั้งของเหล่าแฟนคลับ’ โดยนิตยสาร The New York Times ในขณะที่ Lady Gaga อยู่อันดับที่ 45 ทำให้พวกเขาได้รับความสนใจถึงที่สาเหตุที่มาสู่ความนิยม

เมื่อเดือนมิถุนายนปี 2013 พวกเขา BTS เดบิวต์ด้วยเพลง ‘No More Dream’ ที่เขวี้ยงคำถามว่า ‘ฝันของแกคืออะไร?’ สู่เหล่าวัยรุ่นจนได้รับรางวัลศิลปินหน้าใหม่ยอดเยี่ยม และได้ที่ 1 ในรายการเพลงครั้งแรกด้วยเพลงที่ทำให้ประจักษ์ถึงภาพวัยรุ่นในจุดคับขันอย่างเพลง ‘I NEED YOU’ ในปี 2015 และคว้ารางวัลแดซังด้วยเพลง แสดงให้เห็นเลยถึงการเจริญเติบโตทีละก้าวของพวกเขาเอง

สาเหตุที่มาสู่ความนิยมของ BTS มีอยู่ 4 ข้อด้วยกัน

1. ความสามารถ

BTS ใช้เพลงที่แต่งเองบรรจุลงในอัลบั้มและแต่งแต้มการแสดง ความสามารถทางดนตรีของพวกเขาเผยให้เห็นจากการที่พวกเขาใส่เพลงของตัวเองลงในอัลบั้ม พวกเขาไม่ได้ร้องเพลงรักธรรมดาๆ แต่ร้องเพลงเกี่ยวกับชีวประวัติของตัวเองผ่านเนื้อเพลงจริงใจที่มีเนื้อหาวิพากษ์วิจารณ์สังคม และพวกเขายังทำลายอคติในการเป็น ‘ไอดอลแรพเปอร์’ ด้วยการทำแทรค ‘Cypher’ และ ‘Skit’ ที่พบเห็นได้ในเพลงฮิปฮอปของแท้

หากเป็น BTS ละก็พลาดไม่ได้เลยกับการเต้นกลุ่ม ขณะดูคลิปการแสดงของพวกเขา ไม่ว่าจะกดหยุดที่จุดไหน เมมเบอร์ทุกคนก็เต้นอยู่ในท่าเดียวกัน

2. การเล่าเรื่องอันหนักแน่น

อัลบั้มแต่ละอัลบั้มไม่ได้เป็นเรื่องราวคนละเรื่อง แต่กลับเป็นเรื่องราวเรื่องเดียวที่ต่อเนื่องกัน เรื่องราวของพวกเขามีอยู่ใน ไตรภาคโรงเรียนที่อัดแน่นด้วยความคิดขบถต่อสังคมอย่าง No More Dream, N.O และ Boy In Luv; ซีรี่ส์ฮวายังยอนฮวา (화양연화) ช่วงเวลาที่สวยงามที่สุดของชีวิตที่มีเรื่องราวของวัยรุ่นอย่าง I NEED YOU, Butterfly, RUN, YOUNG FOREVER และ FIRE (불타오르네); ไปจนถึง WINGS ‘Blood Sweat & Tears (피 땀 눈물)’

ทั้งเนื้อเพลงของเพลงและกระทั่งพร็อพเล็กๆ แต่ละชิ้นใน MV ก็มีความหมายอันเป็นสัญลักษณ์แสดงโลกทัศน์ของ BTS เหล่าแฟนๆ ตีความ ก่อนจะเผยแพร่สมมติฐานต่างๆ นั้นต่อไป

MV เพลง ‘Blood Sweat & Tears (피 땀 눈물)’ คือหนึ่งในตัวอย่างที่กล่าวมา

ใน MV นี้ สีเป็นสัญลักษณ์แสดงคุณงามความดีกับความชั่วร้าย และประจักษ์ให้เห็นถึงตัวตนของเด็กหนุ่มที่ลุ่มหลงในสิ่งล่อตาล่อใจ ในช่วงต้นของ MV สิ่งที่จินกำลังมองคือภาพ ‘เทวดาตกสวรรค์ (The Fall of a Rebel Angel)’ ซึ่งเป็นภาพการต่อสู่ระหว่างเหล่าเทวดาดีและเหล่าเทวดาชั่ว ภาพนี้ทะลุทะลวงเนื้อหาทั้งหมดของ MV

ส่วนในช่วงครึ่งหลัง รอยแผลเสมือนปีกที่ร่วงหลุดปรากฎขึ้นที่แผ่นหลังของวี แสดงให้เห็นว่าวีนี่เองที่เป็นเทวดาชั่วร้าย นัยน์ตาสีฟ้าในฉากหลังสีดำเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงวีที่มีตัวตนเป็นปีศาจโดยสมบูรณ์แบบ และเรื่องราวก็ดำเนินมาถึงจุดไคลแมกซ์ ในตอนสุดท้าย พวกเขากระเทาะเปลือกออกบ่งบอกถึงการเกิดใหม่ และเรื่องราวก็จบลง

MV ที่ถูกสร้างขึ้นจากการใส่ใจในเนื้อเพลงแต่ละท่อน กระทั่งพร็อพแต่ละชิ้น ทำให้พวกเขาแปลกแยกจากแบบแผนที่ไอดอลที่มีอยู่ในวงการเคยทดลองทำ สิ่งเหล่านี้เองเป็นสิ่งที่เล่าเรื่องในแบบฉบับ BTS ออกมาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3. คอนเทนท์แบบ ‘ฮเยจา*โซนยอนดัน’

คลิปวิดีโอที่ต้นสังกัดอัพโหลดลงชาแนลของ BTS มีมากกว่า 1,500 คลิป คลิปวิดีโอเหล่านี้มีทั้งคลิปไดอารี่อย่าง ‘BANGTAN LOG’, MV, เบื้องหลังการถ่ายทำงานประกาศรางวัลอย่าง ‘BANGTAN Episode’ และภาพพวกเขาที่ห้องรับรองในรายการเพลงอย่าง ‘BANGTAN BOMB’ เป็นต้น

บังทันโซนยอนดัน

คอนเทนท์เหล่านี้มีภาพลักษณ์ของ BTS ที่แตกต่างจากเวลาที่เห็นพวกเขาบนเวทีกับนอกกล้อง เราไม่ได้เห็น BTS จากเพียงรายการวาไรตี้และซีรี่ส์ แต่พวกเขายังทำให้แฟนเพลงทั่วโลกหลงใหลผ่านชาแนลใน YouTube อีกด้วย

และเมมเบอร์ใน BTS ก็ไม่ได้ต่างคนต่างสื่อสารกับแฟนเพลง แต่เมมเบอร์ทั้งวงกลับใช้ทวิตเตอร์แอคเคาท์เดียวส่งข่าวให้แฟนๆ ได้รับรู้ พวกเขาเปิดเผยชีวิตประจำวันและเซลฟี่ แชร์เพลงที่กำลังฟังและเรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ แต่ละอย่างกับแฟนๆ

พวกเขากระตือรือร้นในการใช้โซเชียลมีเดียเพื่อสื่อสารกับแฟนๆ ในเกาหลีและต่างประเทศ ทำให้ฐานแฟนคลับยิ่งเหนียวแน่น

*คำว่า 혜자 /ฮเย-จา/ เป็นแสลง แปลว่า อุดมสมบูรณ์, อัดแน่น, ท่วมท้น, ล้นหลาม มาจากข้าวกล่องชื่อดังในร้านสะดวกซื้อยี่ห้อคิมฮเยจา (김혜자) ที่อัดแน่นด้วยอาหารภายใน

4. ความรักสุดรุนแรงต่อแฟนคลับ

ชื่อหนึ่งที่ BTS ไม่เคยพลาดที่จะเอ่ยถึงเมื่อชนะที่ 1 ในรายการเพลงและเมื่อได้รับรางวัลจากงานประกาศรางวัลแต่ละงาน ก็คือ ‘อาร์มี่’ ชื่อแฟนคลับของพวกเขานั่นเอง

บังทันโซนยอนดัน

เมื่อ BTS ขึ้นเวทีเพื่อรับรางวัล ‘สาขาศิลปินแห่งปี (Artist of the Year)’ จากงาน MAMA ในปี 2016 แรพมอนสเตอร์ไม่แม้แต่จะปาดน้ำตา แต่กลับโห่ร้องชื่อ ‘อาร์มี่’ ออกมาในทันที เขาแสดงคำขอบคุณต่ออาร์มี่เป็นอย่างแรกก่อนประธานและสตาฟของต้นสังกัด พอรับรางวัลแล้วก็ยิ้มแย้ม แต่จองกุกที่ขึ้นเวทีมาหลังจากนั้นไม่นานก็เริ่มร้องไห้ ภายหลังจองกุกอธิบายว่าพอเขาสบตากับเหล่า ‘อาร์มี่’ ต่อมน้ำตาก็พรั่งพรู

ในตอนกล่าวรับรางวัล Top Social Artist จากงาน Billboard อเมริกาก็เช่นกัน BTS เอ่ยคำว่า ‘อาร์มี่’ ออกมาก่อนเป็นอย่างแรก และยังบอกอีกว่า “รางวัลนี้เป็นของทุกๆ คนทั่วโลกที่สาดส่องความรักและแสงสว่างมายังพวกเรา” นี่ไม่ใช่ความสัมพันธ์ฝ่ายเดียว แต่พวกเขากลับรู้จักที่จะขอบคุณแฟนๆ อย่างสม่ำเสมอและแสดงให้เห็นถึงสเน่ห์ของพวกเขาที่ให้ความเชื่อมั่นว่าจะไม่ทิ้งแฟนๆ ไปไหน

ในแง่หนึ่ง การชนะรางวัลของ BTS ทำให้เกิดข้อถกเถียงในแนวโน้มที่ตีความได้ว่าพวกเขาได้รับการยอมรับในฐานะวง ‘BTS’ เองมากกว่าในฐานะ ‘K-Pop’ ส่วนในแง่ของแฟนคลับ แฟนคลับอดไม่ได้ที่จะตั้งตารออย่างมีความสุขต่อวันพรุ่งนี้และภาพลักษณ์ที่พวกเขา BTS ไอดอลจากค่ายเล็กๆ ที่ในอดีตเคยถูกขนามนามว่า ‘ไอดอลคาบช้อนดิน’ จะแสดงให้เห็นต่อไป

 

ที่มา | Asia Business Daily
แปลจากเกาหลีเป็นไทยโดย CANDYCLOVER