Permission to Dance on Stage

รวมเอ็นดิ้งเมนต์ คอนเสิร์ต BTS Permission to Dance on Stage

BTS ศิลปินปรากฏการณ์ K-Pop ระดับโลก กลับมาพร้อมทัวร์คอนเสิร์ตซีรี่ส์ใหม่อย่างเป็นทางการในรอบ 2 ปี BTS Permission to Dance on Stage เปิดฉากที่โซลเป็นที่แรกในรูปแบบออนไลน์เป็นที่เรียบร้อยไปแล้วในวันนี้ 24 ตุลาคม 2021 และจะเปิดฉากทัวร์ในสหรัฐอเมริกา เริ่มที่นครลอสแองเจลิส ณ SoFi Stadium เป็นจำนวน 4 รอบในรูปแบบออฟไลน์ ตั้งแต่วันที่ 27-28 พฤศจิกายน และวันที่ 1-2 ธันวาคม 2021 โดยในรอบวันที่ 2 ธันวาคม จะมีถ่ายทอดสดรูปแบบออนไลน์ให้อาร์มี่ทั่วโลกได้รับชมไปพร้อม ๆ กัน (เวลาถ่ายทอดสดตรงกับวันที่ 3 ธันวาคม 2021 เวลา 10:30น. ไทย)

ต่อไปเป็นเอ็นดิ้งเมนต์จากคอนเสิร์ต BTS Permission to Dance on Stage ที่โซล


j-hope

พอ Seoul Olympic Stadium มันว่างเปล่า ใจผมก็รู้สึกว่างเปล่าไปด้วยเหมือนกันเลยครับ จริง ๆ แล้วเมื่อ 2 ปีที่แล้วก่อนจะเกิดสถานการณ์โรคระบาด ผมจำได้ว่าเราได้เจอทุกคนเป็นครั้งสุดท้ายที่ Seoul Olympic Stadium แห่งนี้ ตลอดการแสดงคอนเสิร์ต ผมนึกถึงแต่เรื่องนี้ตลอดเลยครับ ผมเลยเกิดความรู้สึกใหม่ ๆ มากมาย แตผมก็ยังคงคิดถึงช่วงเวลานั้นครับ จริง ๆ แล้วระหว่างที่เตรียมคอนเสิร์ตครั้งนี้ และระหว่างที่ทุกคนดูคอนเสิร์ตครั้งนี้ก็คงจะรู้สึกเหมือนกันว่าพวกเราจัดเซ็ตลิสต์ให้มีแต่การแสดง 7 คน เราตั้งใจจัดคอนเสิร์ตให้เป็นแบบนั้นครับ จริง ๆ แล้วพวกเราพยายามทำหลายสิ่งหลายอย่าง มีสิ่งที่ทำให้หนักใจก็หลายอย่าง และคำนึงถึงหลายอย่างว่าจะให้คอนเสิร์ตดำเนินไปอย่างไรดี ไม่รู้เหมือนกันนะครับว่าทุกคนจะมองยังไง แต่พวกเราก็พยายามกันมาก และพรั่งพรูจิตวิญญาณเพื่อแต่งแต้มคอนเสิร์ต Permission to Dance on Stage ครั้งนี้อย่างยิ่งเลย ขอขอบคุณแฟน ๆ ทุกคนมากมายที่ดูมาจนถึงตอนนี้นะครับ จริง ๆ แล้วตอนนี้ผมรู้สึกได้เลยว่าสถานการณ์ดีขึ้นมาก ๆ เลย เพราะฉะนั้นอีกไม่นานเราจะได้ไปพบกับทุกคน เหมือนกับในเนื้อเพลง Spring Day เลยครับ ขอให้ทุกคนอดใจรอกันอีกนิด ครับผม ก็คอยติดตามกันเยอะ ๆ ด้วยนะครับ ฤดูใบไม้ผลิของพวกเราใกล้จะมาถึงแล้วล่ะครับ ขอบคุณที่คอยส่งความรักและเป็นกำลังใจให้กันเสมอเลยนะครับ โพราเฮครับ!

Jimin: สวัสดีครับ จีมินเองครับ ผมตั้งใจทำให้มันออกมาดี แต่กลับทำให้ดีไปมากกว่านี้ไม่ได้ (j-hope: นายทำได้ดีแล้วนะ) ผมรู้สึกตึงเครียดขึ้นมาถึงหัวเลยครับ ที่นี่ในเวลานี้มันกว้างใหญ่มากจริง ๆ ครับ อย่างที่ทุกคนเองก็ทราบดีว่า Seoul Olympic Stadium มันกว้างใหญ่ขนาดไหน แต่พอไม่มีใครอยู่ตรงนี้ ผมจึงรู้สึกเหมือนตอนนี้เป็นการซ้อมยังไงยังงั้น แล้วก็ช่วยไม่ได้ที่พอหักโหมจนเกินไป เสียงผมตอนนี้เลยแหบซะแล้ว จริง ๆ แล้วพอไม่ได้เห็นทุกคนอยู่ต่อหน้า ก็ทำให้รู้ว่าเวลาไม่ได้เห็นหน้ากันเราพูดคุยกันเยอะเลย ตอนนี้ก็เลยไม่รู้จะพูดอะไรดีน่ะครับ แต่ก็เหมือนที่พี่โฮปพูดไว้ล่ะครับว่าคิดว่าใกล้จะได้เจอกันจริง ๆ ในเร็ว ๆ นี้แล้ว ไว้ถึงตอนนั้น เรามาพูดคุยในสิ่งต่าง ๆ ที่เรายังไม่ได้พูดคุยกันนะครับ รักษาสุขภาพด้วยนะครับทุกคน และขอให้มีความสุขครับ อากาศเริ่มเย็นลงแล้ว ใส่เสื้อผ้าให้ร่างกายอบอุ่นกันด้วยนะครับ วันนี้สนุกจริง ๆ ครับ ขอบคุณครับ

RM

พอตอนนี้ได้กล่าวเอ็นดิ้งเมนต์แล้วรู้สึกแปลก ๆ ยังไงก็ไม่รู้นะครับ อย่างแรกเลย ระหว่างที่เตรียมคอนเสิร์ตครั้งนี้จริง ๆ แล้วพวกเรารู้สึกเหนื่อยมากเลยครับ ถ้าถามว่าทำไมถึงรู้สึกแบบนั้นก็เพราะว่าเราไม่ได้เล่นคอนเสิร์ตมา 2 ปีแล้ว ผมคิดอยู่เรื่อย ๆ เลยว่าเราจะยังมีแรงขับเคลื่อนหลงเหลืออยู่ไหม ผมเองในฐานะคน ๆ หนึ่ง ในฐานะ RM และในฐานะเมมเบอร์ BTS เวลาจะตั้งใจทำอะไรให้เต็มที่มันก็ต้องอาศัยแรงขับเคลื่อน มันต้องมี Motivation ครับ แต่ผมกลับรู้สึกว่าสิ่งเหล่านั้นมันค่อย ๆ หายไปทีละน้อย และทั่วโลกก็เผชิญสถานการณ์แบบเดียวกัน ผมจึงเริ่มออกกำลังกาย เริ่มทำอะไรใหม่ ๆ หลายอย่างเพื่อเอาชนะสิ่งเหล่านั้นให้ได้ครับ แต่ผมก็รู้สึกว่าเกือบจะถึงลิมิตของตัวเองแล้ว ช่วงเวลาที่รู้สึกว่าตัวตนของผมคืออะไร และเหมือนจะลืมไปแล้วว่าผมเคยทำอะไร มันวกวนอยู่แบบนี้ ผมถึงรู้สึกหนักใจมาก ผมถึงได้รอคอยวันนี้มาก ๆ เพราะคิดว่าถ้าได้เล่นคอนเสิร์ตที่นี่ในวันนี้ ในสถานที่ที่เคยมีผู้ชมเต็ม 50,000 คน ผมคงจะได้รู้ว่าตัวตนของผมคืออะไร แต่ความจริงแล้ววันนี้แทฮยองเองกลับไม่ได้แสดงด้วยกัน แถมยังไม่มีทุกคนอยู่ตรงนี้อีก ผมก็เลยแอบเสียดายครับ แต่สิ่งที่ผมรู้สึกในวันนี้ก็ถือ ถ้าเราได้เจอกับทุกคนในคอนเสิร์ตรูปแบบออฟไลน์ล่ะก็ คงไม่ต้องอาศัยแรงขับเคลื่อนหรือ Motivation เท่าไหร่หรอกครับ แค่ได้เห็นหน้าทุกคน กระโดดโลดเต้นไปด้วยกัน ทำในสิ่งต่าง ๆ ที่เราเตรียมไว้ และสื่อใจถึงกันอย่างมีความสุข ผมคิดว่าแค่นี้มันก็เพียงพอแล้วครับ วันนี้เราเจอกันในรูปแบบออนไลน์ เมื่อวานเราถ่ายทำคลิปการซ้อมกันไปแล้วก็ตรวจดู รู้สึกเสียดายมากเลยครับ ด้วยความที่เป็นคอนเสิร์ตออนไลน์ ต่อให้เราใส่เอเนอร์จี้ไปยังไง มันก็ถ่ายทอดออกมาได้ไม่หมดอยู่ดี ดังนั้นนาน ๆ ทีพวกเราเองก็ใส่แรงให้โอเวอร์และรุนแรงขึ้น ซึ่งพวกเราก็หวังว่าเอเนอร์จี้นั้นจะถ่ายทอดไปถึงห้องของทุกคนนะครับ ถ้าได้เจอหน้ากันจริง ๆ มันจะต่างออกไปเลยครับ แล้วทุกคนเองก็มีหลายเพลงที่อยากดูกันอีก ไว้เจอหน้ากันจริง ๆ แล้วจะแสดงให้ได้ชมกันนะครับ จนกว่าจะถึงวันนั้น ทุกคนห้ามเหนื่อยล้าเด็ดขาดเลยนะครับ พวกเราจะรอคอยทุกคนอยู่ที่ Seoul Olympic Stadium แห่งนี้ครับ รักนะครับ Love you guys!

Jung Kook

จริง ๆ แล้วเมื่อตะกี้พวกเรายืนร้องเพลง Spring Day กันไปบนเวทีที่ว่างเปล่า และที่นั่งที่ว่างเปล่า พอได้มายืนบนเวทีที่ว่างเปล่าแล้วผมก็รู้สึกหนาวเหมือนกันครับ รู้สึกว่าน้ำตามันเอ่อขึ้นมาด้วย แต่ทุกคนเองก็คงผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมาเหมือนกัน เมื่อช่วงเวลาที่ยากลำบากอันแสนยาวนานผ่านเข้ามา มันก็ทำให้ผมเป็นผู้ใหญ่ขึ้นนิดนึงเหมือนกันครับ ผมถึงกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้ แต่ก็นะ ไม่รู้สิครับ (Jimin: ฉันขอปฏิเสธนะที่นายบอกว่ารู้สึกเป็นผู้ใหญ่) โอเค ผมยังไม่เป็นผู้ใหญ่ก็ได้ ปกติถ้ามีอาร์มี่อยู่ด้วยก็คงน้ำตาแตกไปแล้วล่ะครับ ถึงยังไงก็ตาม ผมคิดถึงช่วงเวลาแบบนั้นมากเลยล่ะครับ จริง ๆ แล้ววลีที่ว่า “หากใช้ชีวิตโดยไร้แพสชันก็ขอตายเสียดีกว่า” เป็นคติประจำใจที่ผมชื่นชอบ แล้วผมก็ใช้ชีวิตตามคตินี้มาโดยตลอด แต่ผมกลับรู้สึกว่าปณิธานที่เคยลุกโชนมันดับลงไป พอใช้ชีวิตยู่แบบนั้นมันเลยกลายเป็นว่าไม่ว่าจะทำอะไรก็ทำไปแบบไร้จิตวิญญาณ ไร้ความหมาย แต่แล้ววันนี้ เมื่อได้มายืนบนเวทีนี้ที่มีอาร์มี่ดูอยู่ไกล ๆ สิ่งที่ผมรู้สึกได้เลยก็คือ ผมไม่รู้เลยว่าแพสชันของผมมันอ่อนลง พอวันนี้ได้เล่นคอนเสิร์ตถึงได้รู้สึกว่ามันเป็นความรู้สึกแบบนี้นี่เอง ดังนั้นผมจึงคิดว่าพอผมทำการแสดงในวันนี้เสร็จแล้ว ก็จะต้องรีบไปอยู่ตรงหน้าทุกคนให้ได้เร็ว ๆ ครับ เพราะเราจะบินไปยังอีกฟากหนึ่งของโลก ไม่ว่าจะเป็นบราซิลหรือที่ไหนก็ตามครับ ขอให้ทุกคนอดทนรอกันอีกนิด แล้วให้พวกเราได้ทำการแสดงก็พอครับ การแสดงน่ะคือที่สุดแล้วครับ จริง ๆ นะครับ ทุกคน คิดถึงทุกคนมาก ๆ เลยครับ ยังไงก็ตาม หวังว่าคอนเสิร์ตวันนี้จะเป็นคอนเสิร์ตที่ดี และผมขออำลาตรงนี้ครับ ขอบคุณที่ทำให้เวลานี้เป็นช่วงเวลาที่แสนมีค่าสำหรับพวกเรานะครับ รักทุกคนเลยครับ

Jin

สวัสดีครับ จินเองครับ น่ารักใช่ไหมครับ? จริง ๆ แล้วคอนเสิร์ตครั้งนี้เหมือนเป็นของขวัญที่มอบให้อาร์มี่เลยครับ ด้วยเหตุนี้ในช่วงท้าย ซอกจินเองก็อยากจะมอบของขวัญให้ทุก ๆ คนเหมือนกันครับ จริง ๆ แล้วไม่ได้เตรียมมาแบบนี้หรอกครับ เผอิญเห็นว่าที่ห้องรับรองมีของ (โบว์สีเขียว) ที่น่ารักนี่ ก็เลยจัดซะหน่อยครับ ระหว่างทำการแสดงในวันนี้ เสียงผมแตกครับ ผมรู้สึกเกลียดเหตุการณ์นี้ และเกลียดตัวเองมาก ๆ เลย สมัยก่อนพงกเราเล่นคอนเสิร์ตเยอะ เวลาเราทัวร์คอนเสิร์ต เราก็มีกำลังอยู่ตัวอยู่กันประมาณนึง แต่พวกเราไม่ได้เล่นคอนเสิร์ตมานานแล้วครับ ต่อให้ออกกำลังกายเท่าไหร่ หรือฝึกซ้อมเท่าไหร่ ก็ปรับระดับความตื่นเต้นครึกครื้นที่หน้างานไม่ได้เสียที พอทำไม่ได้ เรี่ยวแรงที่เรามีในตอนนี้มันเลยไม่พอ และรู้สึกเสียดายกับสิ่งที่เกิดขึ้นนี้มากเลยครับ แน่นอนว่าแต่ก่อนก็เคยมีเหตุการณ์แบบนี้ แต่เอาเข้าจริง ๆ พออายุเข้า 30 ผมพูดเลยว่าร่างกายมันเจ็บออด ๆ แอด ๆ ขาก็ปวดเมื่อย แขนก็ปวดเมื่อย สิ่งที่ผมอยากจะพูดก็คือ ก่อนที่ร่างกายจะปวดเมื่อยไปมากกว่านี้ ผมอยากจะไปทำการแสดงคอนเสิร์ตให้เต็มที่ รักษาเรี่ยวแรงในตอนนั้นเอาไว้ และทำการแสดงดี ๆ ให้ทุกคนได้ชมกันครับ ทุกคนก็คงพูดเหมือนกันหมด แต่พวกเราอยากแวะเวียนไปหาทุกคนจริง ๆ ซึ่งพวกเราก็พยายามอย่างมากเพื่อให้ได้ทำอย่างที่ตั้งใจไว้ พวกเราลองผิดลองถูกกันด้วย แต่ถึงอย่างไรก็ตาม เริ่มจากคอนเสิร์ตที่อเมริกาในคราวนี้ หากมีโอกาสดี ๆ เข้ามาพวกเราก็จะไปแวะเวียนหาทุกคนมากยิ่งขึ้นครับ ทุกคนเองก็อดใจรอกันอีกหน่อยนะครับ ขอบคุณครับ

SUGA

ผมแอบลืมไปนิดนึงว่าเดิมทีทำอะไรยังไงกันบ้างในคอนเสิร์ต ปกติเราจะมีรูทีนกันนี่นา? ผมก็เลยไปหาคอนเสิร์ต Speak Yourself [The Final] มาดูอีกรอบนึง มันเหมือนฝันเลยนะครับ ที่คอนเสิร์ตเต็มทั้งสเตเดียม มาสก์ก็ไม่ต้องใส่ ทั้ง ๆ ที่มันผ่านมาแค่ 2 ปีเอง แต่ 2 ปีก่อนกับตอนนี้มันกลับต่างกันมากเลยครับ พอนาน ๆ ทีเราได้มาเล่นคอนเสิร์ตที่มีแต่การแสดง 7 คนบนเวที ผมเลยมีความรู้สึกว่าควรจะต้องทำให้ดีตั้งแต่เริ่มเลย แต่พอผ่าน 4 เพลงในช่วงแรก มันกลับไม่ใช่เล่น ๆ เลยครับ ความรู้สึกตลอด 2 ปีที่ลืมไปช่วงนึงมันรื้อฟื้นขึ้นมา แล้วก็สถานการณ์ทั่วโลกตอนนี้ก็ค่อย ๆ ดีขึ้นแล้วใช่ไหมล่ะครับ? ผมจึงเกิดความรู้สึกแวบขึ้นมาว่าคอนเสิร์ตครั้งหน้าคงจะได้มาทำการแสดงให้ทุกคนได้ดูที่ Seoul Olympic Stadium แห่งนี้ เพราะฉะนั้นถึงวันนี้ผมจะรู้สึกเสียดาย แต่ก็อย่าเสียดายไปเลยครับ ส่วนอาร์มี่ทุกคนทั่วโลกที่กำลังดูคอนเสิร์ตนี้ หวังว่าทุกคนจะมีความหวังว่าเราจะได้เจอกันในเร็ว ๆ นี้ พวกเรามาอดทนกันครับ ทุกคนครับ วันนี้ผมสนุกสนานมาก ๆ เลย หวังว่าทุกคนจะรู้สึกสนุกสนานเหมือนกัน แล้วมาเจอหน้ากันจริง ๆ ในเร็ว ๆ นี้นะครับ

V

ผมไม่ค่อยสนุกเลยครับ ค่อนข้างหงุดหงิดใจด้วยครับเพราะจู่ ๆ เข่าก็มาเป็นแบบนี้อีก ทั้ง ๆ ที่ตอนซ้อมคอนเสิร์ตผมรู้สึกว่าถ้าได้เล่นคอนเสิร์ตจริง ๆ ก็คงจะมีความสุขมาก ๆ แต่น่าเสียดายที่ผมกลับได้แต่นั่งอยู่ที่สเตจหลักดูเมมเบอร์เต้นกันอยู่ที่สเตจยื่น แค่นี้มันก็ทำให้ผมแอบรู้สึกเสียดายแล้วครับ ผมรู้สึกว่าผมมานั่งทำอะไรอยู่ตรงนี้กันนะ ตอนนี้ผมควรจะไปอยู่ตรงนั้นแท้ ๆ จิตใจมันว้าวุ่นไปหมดเลยครับ ก่อนคอนเสิร์ตนี้ผมยังคิดอยู่เลยว่าย้อมผมดีไหมนะ? หรือว่าจะลองติดแท็ททูที่ไม่ได้โชว์ให้ดูตอนเพลง ON ดีไหมนะ? ก็ประมาณนั้นล่ะครับ ไว้ครั้งหน้าผมจะดูแลสภาพร่างกายและจิตใจให้ดี และโชว์ภาพลักษณ์ที่ไม่ได้มีโอกาสแสดงให้เห็นครั้งนี้ในการแสดงทัวร์ที่เหลือให้จุใจ คงมีอาร์มี่หลายคนสังเกตเห็นว่าคอนเสิร์ตครั้งนี้ไม่มีการแสดงเดี่ยวเลย นั่นก็เพราะสิ่งที่พวกเราตั้งใจแสดงแต่การแสดงที่มีพวกเราทั้ง 7 คนตั้งแต่เริ่มต้นจนจบครับ ไว้ทัวร์ครั้งหน้าจะบรรจุการแสดงที่ขาดผมไปให้เต็มเปี่ยม และจะโชว์การแสดงที่มีพวกเราทั้ง 7 คนให้ได้เลยครับ ผมไม่ได้โกรธหรอกนะครับที่จู่ ๆ เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ผมมึนงงนิดหน่อย แต่ตอนนี้เราก็ยังมีเวลา เพราะฉะนั้นระหว่างนั้นผมจะดูแลตัวเองให้ดีครับ ถึงแม้พวกเราจะไม่ได้เห็นอาร์มี่ทุกคน แต่ก็ขอบคุณอาร์มี่ทุกคนจริง ๆ ที่ดูพวกเรานะครับ ปีหน้าจะมีโอกาสไหมไม่รู้ แต่ก็หวังว่าจะได้มาสร้างความทรงจำร่วมกันที่นี่อีกนะครับ แล้วก็ผมน่ะรักอาร์มี่ทุกคนเลยนะครับ ห้ามเจ็บป่วยกันนะฮะ รักนะครับ

ที่มา | คอนเสิร์ต BTS Permission to Dance on Stage ทาง Venewlive
แปลและเรียบเรียงจากเกาหลีเป็นไทยโดย CANDYCLOVER

DMCA.com Protection Status

ทาง CANDYCLOVER มีความยินดีหากผู้อ่านเล็งเห็นประโยชน์ของคอนเทนต์นี้ และต้องการนำไปประกอบเอกสารหรือสื่อทางการศึกษา เผยแพร่ต่อบนโซเชียลมีเดีย รวมถึงนำไปผลิตของที่ระลึก เช่น Giveaway สำหรับแจกฟรี มิใช่การจัดจำหน่าย

หากต้องการนำข้อมูลไปใช้อ้างอิง กรุณาติดต่อทางอีเมลล์ bts.candyclover@gmail.com และรอการตอบกลับที่ระบุว่าอนุญาตแล้วเท่านั้น ยกเว้นกรณีการนำข้อมูลที่ “แปล เรียบเรียง หรือจัดทำโดย CANDYCLOVER” ไปรีโพสต์ ทำซ้ำ ดัดแปลง แก้ไข นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ รีโพสต์บนแฟนเพจ เว็บไซต์ หรือเว็บบอร์ด ที่มิใช่แพลตฟอร์มของ CANDYCLOVER พร้อมใส่เครดิตเองโดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงนำไปเป็นคอนเทนต์ทางสื่อโทรทัศน์ หรือกระทำการใด ๆ ก็ตามที่เข้าข่ายแอบอ้างผลงาน หากพบเห็นจะดำเนินคดีทางกฎหมายให้ถึงที่สุด

หากท่านชื่นชอบคอนเทนต์ที่ CANDYCLOVER นำเสนอ สามารถให้การสนับสนุนพวกเราได้ง่าย ๆ เพียง 1.) ไม่สนับสนุนแอคเคาต์ที่แอบอ้างข้อมูลที่แปลโดย CANDYCLOVER 2.) รีพอร์ตแอคเคาต์ดังกล่าวผ่านระบบของแพลตฟอร์มที่ท่านพบเห็นโพสต์ที่เข้าข่าย โดยเลือกหัวข้อ “ละเมิดลิขสิทธิ์” ขอบคุณค่ะ

About the Author /

bts.candyclover@gmail.com

I go by the name Candy, a co-founder, admin, designer, translator, writer of and for CANDYCLOVER. I'm a graphic/UI designer and a self-taught Korean translator who's passionate about telling success stories of BTS in the form of mixed media from graphic to web-based experiences. Now, I'm also pursuing my career as a professional Korean translator. My recent book-length translation projects are: I AM BTS (TH Edition), BTS The Review (TH Edition) and more to come!