ผู้เข้าชิงรางวัล GRAMMY ครั้งแรก

พบกับ BTS ผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล GRAMMY ครั้งแรก

ก่อนหน้างานประกาศรางวัล GRAMMY ครั้งที่ 63 ที่ใกล้เข้ามา GRAMMY คว้าตัว BTS มาพูดคุยถึงความสำคัญของการเป็น ผู้เข้าชิงรางวัล GRAMMY, การเป็นตัวแทนประเทศเกาหลี และการเป็นศิลปิน K-Pop บนเวทีระดับโลก

พวกคุณคาดหวังกับการแสดงในงาน GRAMMY Awards ไว้อย่างไร? พวกคุณคิดอะไรกันอยู่ในขณะที่วันงานใกล้เข้ามาถึง?
V: ในขณะที่งานประกาศรางวัลกำลังใกล้เข้ามาถึง ความตื่นเต้นและความคาดหวังก็เพิ่มมากขึ้นครับ ผมยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพวกเราเป็น ผู้เข้าชิงรางวัล GRAMMY และจะได้ขึ้นแสดง ถ้าได้รับรางวัลก็คงจะยิ่งน่าทึ่งมากขึ้นไปอีกครับ

“Dynamite” เป็นเพลงที่ช่วยเพิ่มสีสันในชีวิตให้กับเหล่าแฟนๆ ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก กระนั้น ด้วยแก่นแท้ที่เป็นธรรมชาติถึงทำให้พวกคุณได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล GRAMMY เป็นครั้งแรก พวกคุณรู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้? สิ่งเหล่านี้ได้แสดงให้เห็นถึงหัวใจหลักของ BTS หรือไม่?
Jin: หัวใจหลักของวง BTS คือการนำเสนอเรื่องราวของพวกเราผ่านดนตรีอย่างถ่องแท้ ซึ่ง “Dynamite” ก็เป็นไปตามแนวทางนั้น มันเป็นเพลงที่มอบพลังให้กับเรา อีกทั้งยังเป็นเพลงที่รวบรวมสารที่พวกเราต้องการจะสื่อกับแฟนๆ เราเชื่อว่าความจริงใจเป็นสิ่งที่สังเกตเห็นได้เสมอครับ

การได้เป็น ผู้เข้าชิงรางวัล GRAMMY ครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงครั้งแรกสำหรับ BTS แต่เป็นครั้งแรกสำหรับศิลปินกลุ่ม K-Pop ด้วย มีศิลปินมากมายที่นับถือในตัวพวกคุณจากความสำเร็จของพวกคุณในอุตสาหกรรมเพลงฝั่งตะวันตก การที่ศิลปินรุ่นน้องมากมายมองว่าพวกคุณเป็นผู้ที่ปูทางในต่างประเทศให้กับศิลปินเกาหลีมีความหมายต่อพวกคุณอย่างไร? พวกคุณรู้สึกอย่างไรที่ได้เป็นตัวแทนประเทศเกาหลีในระดับโลก?
Jung Kook: พวกเรารู้สึกตื้นตันที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นตัวแทนของประเทศเกาหลี พวกเรารู้สึกขอบคุณต่อแรงซัพพอร์ตและความสนใจที่พวกเราได้รับมา ไม่ใช่แค่จากแฟนๆ ของเรา แต่จากเพื่อนๆ ในแวดวงนี้ด้วยเช่นกัน พวกเราจะทุ่มเทแรงกายแรงใจมากยิ่งขึ้นเพื่อนำเสนอเพลงและการแสดงที่ดียิ่งขึ้นต่อไปครับ และการได้เป็นศิลปิน K-Pop รายแรกที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล GRAMMY ก็เป็นเกียรติอย่างน่าเหลือเชื่อ ซึ่งพวกเราก็หวังว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นเพียงจุดเริ่มต้น การชนะรางวัลจะมีความหมายไม่ใช่แค่กับพวกเรา แต่กับผู้คนมากมายที่ต้องการสร้างความหลากหลายในงานเพลงให้สำเร็จลุล่วงด้วยครับ

จนถึงปัจจุบัน อัลบั้ม BE เป็นโปรเจกต์ที่บอกเล่าเรื่องส่วนตัวของพวกคุณมากที่สุด ซึ่งพวกคุณทุกคนล้วนมีส่วนลงมือสร้างสรรค์ผลงานชิ้นนี้ขึ้นเพื่ออาร์มี่ เพราะเหตุใดพวกคุณถึงตัดสินใจถ่ายทอดความอึดอัดคับข้องใจเกี่ยวกับสถานการณ์โรคระบาดออกมาผ่านอัลบั้มนี้?
Jimin: พวกเรารู้สึกว่าเราจำเป็นต้องบอกให้คนอื่นรู้ว่าพวกเราเองก็รู้สึกแบบเดียวกัน และแสดงให้พวกเขาเห็นว่าพวกเรารักษาความสม่ำเสมอในชีวิตประจำวันที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างกระทันหันมากๆ อย่างไร เพราะชีวิตยังคงต้องดำเนินต่อไปนั่นเองครับ สิ่งที่พวกเราทำได้คือการทำเพลงและทำการแสดง พวกเราจึงสร้างสรรค์อัลบั้ม BE ขึ้นด้วยความหวังว่าจะผู้คนจะเข้าใจและได้รับการปลอบโยนจากเพลงของพวกเรา

พวกคุณฆ่าเวลาไปอย่างไรในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา? พวกคุณมีเป้าหมายที่จะทำอะไรเมื่อสถานการณ์โรคระบาดยุติลง?
j-hope: พวกเรากำลังทำเพลงกันอยู่ครับ และผมคิดว่าผมพูดแทนพวกเราทุกคนได้เลยว่า สิ่งแรกที่เราอยากจะทำหลังจากที่สถานการณ์โรคระบาดยุติลงก็คือการทัวร์คอนเสิร์ต และการทำการแสดงต่อหน้าแฟนๆ ของพวกเรา ผมอยากจะมองเข้าไปในดวงตาของพวกเขาและตะโกนออกมาว่า “ผมรักพวกคุณนะอาร์มี่!”

คนทั่วไปอาจรู้จักพวกคุณในฐานะไอดอล K-Pop แต่ผลงานเพลงของพวกคุณก็ได้ก้าวข้ามพรมแดนเหล่านั้นไปแล้ว ฐานแฟนคลับของพวกคุณเองก็มีความหลากหลาย ซึ่งถึงขั้นรวมถึงประธานาธิบดีเกาหลีใต้ด้วย คุณคิดอย่างไรต่อสิ่งที่บ่งบอกผลงานเพลงของคุณว่าเป็นเพลง K-Pop คุณจะบรรยายตัวเองในฐานะศิลปินด้วยคำพูดของคุณเองว่าอย่างไร?
RM: K-Pop เป็นคำที่ใช้อ้างอิงถึงเพลงเกาหลีที่เป็นที่นิยม แต่ถึงจุดหนึ่ง คำๆ นี้มันกลายเป็นแนวเพลงด้วยตัวมันเอง ความจริงแล้วมันเป็นอะไรที่ค่อนข้างยากที่จะให้คำจำกัดความว่าแนว K-Pop เป็นแนวเพลงแบบไหน ถ้าให้พูดตามตรง พวกเราก็แค่รู้สึกขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง และมีความสุขที่ได้แสดงผลงานเพลงและการแสดงแก่แฟนๆ และได้รับความรักกลับมามากมาย ถ้าจะให้บรรยายตัวเอง พวกเราก็เป็นเพียงแค่เด็กหนุ่มธรรมดาๆ 7 คนที่มาจากเกาหลีนี่แหละครับ

บ่อยครั้งที่พวกคุณเป็นศิลปินจากฟากฝั่งเอเชียตะวันออกเพียงกลุ่มเดียวในงานประกาศรางวัลใหญ่ๆ หรือในวงสนทนาที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมเพลงป็อปกระแสหลัก พวกคุณรู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ พวกคุณอยากให้ความสำเร็จของพวกคุณเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติทางดนตรีสำหรับผู้อื่นอย่างไร?
SUGA: พวกเราเห็นความเคลื่อนไหวในเรื่องของ “ความหลากหลาย” ในอุตสาหกรรมเพลงรอบโลก เราหวังว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและดำเนินต่อไปครับ มีศิลปินเคียงข้างพวกเรามากมายในเกาหลีที่ทำผลงานเพลงดีๆ ออกมา ซึ่งผมมั่นใจว่าในสเกลระดับโลกยิ่งมีมากกว่านี้อีกครับ ผมหวังว่าพวกเราจะมีส่วนสำคัญในการช่วยเหลือให้ผู้คนได้สัมผัสกับดนตรีที่หลากหลาย และทำให้ศิลปินจำนวนมากขึ้นเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้นครับ

ในความเห็นของคุณ เพลงไหนหรืออัลบั้มไหนในผลงานเพลงของคุณที่คุณอยากจะมอบรางวัล GRAMMY ให้? สำหรับคนที่ยังไม่เคยลองฟังทุกผลงานเพลงของคุณ ผลงานเก่าๆ ผลงานไหนที่คุณภูมิใจที่สุด และสาเหตุคืออะไร?
RM: ผลอยากแนะนำอัลบั้ม LOVE YOURSELF 轉 ‘TEAR’ ที่ปล่อยออกมาในปี 2018 เพราะมันเป็นอัลบั้มที่ยอดเยี่ยมที่ปล่อยออกมาในช่วงเวลาที่ยากลำบากครับ ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วเพลง “Spring Day” เป็นเพลงที่มีความหมายที่สุดสำหรับผมครับ

ก้าวต่อไปของ BTS ในปี 2021 คืออะไร? กำลังทำผลงานเพลงชิ้นใหม่หรือโปรเจกต์โซโล่อะไรอยู่ไหม?
RM: ก็เหมือนกับเพลง “Dynamite” ครับ พวกเราหวังที่จะถ่ายทอดถ้อยความแห่งความหวังและการปลอบโยนอีกครั้งในช่วงเวลาที่สถานการณ์โรคระบาดยังไม่คลี่คลายลง ซึ่งแน่นอนว่าจะถ่ายทอดออกมาผ่านผลงานเพลงและการแสดงที่ยอดเยี่ยมครับ
Jin: พวกเรากำลังทุ่มเททำงานอย่างหนักเพื่อปล่อยผลงานเพลงชิ้นถัดไป คอยติดตามว่าจะมีอะไรปล่อยออกมาต่อไปกันด้วยนะครับ
SUGA: พวกผมหวังว่าสถานการณ์จะดีขึ้นพอให้เราทัวร์คอนเสิร์ตในปี 2021 ได้ หวังว่าจะตั้งตารอกันนะครับ
Jimin: ด้วยสถานการณ์ ณ ปัจจุบัน ผมพูดไม่ได้เต็มปากว่าเราจะได้พบกับแฟนๆ กันตัวเป็นๆ แต่เราเองก็พยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้ได้ใกล้ชิดกับพวกเขามากขึ้น ไม่ว่าจะผ่านอัลบั้มหรือคอนเทนต์อื่นๆ
V: ผมหวังว่าพวกเราจะเป็นสายลมที่สัมผัสผู้คนด้วยการปลอบโยนและความเข้าใจครับ
Jung Kook: ในปี 2021 เราจะได้ไปยืนอยู่บนเวที GRAMMY เพื่อทำในสิ่งที่พวกเราทำได้และแสดงความเป็นตัวเราในรูปแบบที่ดีที่สุดให้ทุกคนได้เห็น เราอยากแสดงให้เห็นถึงความสามารถรอบด้านในด้านดนตรีมากขึ้นเช่นกันครับ

ที่มา | GRAMMY
แปลจากภาษาอังกฤษเป็นไทยโดย CANDYCLOVER