หากได้เห็น BTS ในงาน Billboard ล่ะก็…ประเด็นข้อโต้แย้งที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้มีความหมายอะไรเลย

ที่นี่คือพรมชมพู (Pink Carpet)’ งาน Billboard Music Awards ค่ะ

นี่คือจุดเข้างาน Billboard Music Awards

บิล-บอร์ด (Billboard) ไม่ใช่ที่ๆ เราจะไปสัมผัสประสบการณ์กันได้ง่ายๆ เลยค่ะ ก็มันใช่งานประกาศรางวัลธรรมดาๆ ซะที่ไหนล่ะค่ะ เอาจริงๆ Dispatch เองก็ยังไม่อยากจะเชื่อเลยค่ะ

“ที่ Billboard อ่ะนะ? เอาไงอ่ะ? เป็นไปได้หรอเนี่ย?” (Dispatch)

พอมันยากที่จะเชื่อ ก็ต้องไปดูให้เห็นกับตาค่ะ ตั้งแต่ไหนแต่ไรเขาว่ากันว่า ‘ถ้าได้เห็นกับตาก็จะเชื่อเอง’ เราเลยไปเยือนนครลาสเวกัสเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาค่ะ

เราจะบอกเล่าสิ่งที่เห็นกับตา ณ ตอนนั้นนะคะ ก่อนอื่นเลยคือสิ่งที่เราได้ยินกับหู คำพูดของโฆษก Billboard นี่น่าประทับใจจริงๆ ค่ะ

“Billboard คือชื่อเสียงอันยิ่งใหญ่ที่สุดของอเมริกา ไม่ใช่ที่ๆ ใครจะโดนเรียกตัว ไม่ใช่ที่ใครๆ จะได้ไป”

เรียกว่า ‘บิลบูม’ ได้เลยค่ะ แต่สิ่งหนึ่งในความภาคภูมิใจนั้นคือมันยอดเยี่ยมจริงๆ ล่ะค่ะ ก็นะ ก็ความฝันของศิลปินทั่วโลกก็คือการติดชาร์ต Billboard นี่… ก็เห็นกันชัดๆ อยู่แล้วนี่คะ

นี่คือคอมเม้นท์คำตอบของคำถามว่า “BTS ได้ได้รับเชิญมาได้ยังไง” ค่ะ

แน่อยู่แล้วว่าพลังการให้ความรักของชาวอเมริกานั้นถือว่าสุดยอดที่สุดแล้วทั่วโลก เพราะงั้นอีกสิ่งที่สำคัญกว่าคือสิ่งที่เราได้เห็นค่ะ ถ้าไปที่ ’พรมชมพู’ ก็คงสัมผัสถึงความนิยมของพวกเขากันได้เลยใช่มั้ยล่ะคะ?

และต่อจากตรงนี้คือช่วงเดินพรมชมพูค่ะ

ที่ T-Mobile Arena น่ะ

คือโลกของ ‘อาร์มี่’ เลยล่ะค่ะ

แฟนคลับมากหน้าหลายตา

ต่างส่งเสียงเชียร์ BTS

ขอบคุณนะครับ

นี่ของจริงเลยนะคะ 80% นี่แฟนคลับ BTS ทั้งนั้น แฟนที่เห็นด้านหลัง V ส่วนใหญ่นี่ ‘อาร์มี่’ หมดเลยค่ะ พวกเขาไม่ได้มาเยือนที่นี่เพื่อมาดูงาน Billboard กันหรอก เขามาที่นี่เพื่อดู BTS กันต่างหากค่ะ

ฉันนี่จำตอนรายงานข่าวชิ้นนี้ให้กองบรรณาธิการได้เลยว่า

(ขำๆ นะ) “Billboard ไม่ได้ช่วย BTS ไว้หรอก BTS ต่างหากที่ช่วย Billboard เอาไว้” 

เมื่อวันที่ 7 ที่ผ่านมา BTS ตกเป็นประเด็นฉาว นั่นก็คือเหตุการณ์ขู่กรรโชกต้นสังกัดโดยชายคนหนึ่ง (นาย A นามสมมติ) ว่าตน “มีข้อมูลการทำการตลาดโดยมิชอบอยู่ ส่งเงิน 300 ล้านมาซะ” นั่นเองค่ะ

ศาลได้สั่งฟ้องชายคนนี้ตามความผิดฐานข่มขู่ (และกรรโชกทรัพย์) และสั่งตัดสินจำคุก 1 ปี ศาลกล่าว “การใช้ความลับของลูกค้ามีโทษที่ตามมาร้ายแรง” และสั่งตัดสินให้จำคุก

‘แรงปะทุ’ นั้นนำไปผิดที่ผิดทาง ก็ไม่ต่างอะไรกับที่ Billboard พูด

เกิดการตั้งข้อสงสัยกันว่า “BTS ไม่ได้ได้รางวัลมาจากการเอื้อประโยชน์ทางการตลาดหรอกหรอ”

เป็นไปได้ด้วยหรอคะ? คำตอบคือเป็นไปไม่ได้เลยค่ะ

(ในภาพ : ผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Billboard ประเมิณจากการที่แฟนคลับมีปฏิสัมพันธ์กับเพลง, ตลอดจนยอดขายอัลบั้มและยอดขายดิจิตอล, ยอดการออกอากาศผ่านรายการวิทยุ, ยอดสตรีม, การทัวร์คอนเสิร์ต และการมีปฏิสัมพันธ์ในโซเชียล (Social Engagement) ซึ่งบันทึกผลโดยพาร์ทเนอร์ด้านข้อมูลของ Billboard อย่าง Nielsen Music และ Next Big Sound โดยรางวัลวัดผลในรอบ 12 ปีสิ้นสุดที่เดือนมีนาคมปี 2017 Billboard เป็นชาร์ตที่เชื่อถือได้ในการจัดอันดับความนิยมของศิลปิน, เพลงและอัลบั้ม, และที่สุดแห่งเกณฑ์วัดความสำเร็จในด้านดนตรี มาตั้งแต่ปี 1940)

ก่อนอื่นเลย ช่วงเวลาที่นาย A มาทำการตลาดวง BTS คือปี 2015 ค่ะ

อ้างอิงจาก Billboard การคัดเลือกผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล ‘Billboard Music Awards’ ปี 2017 นั้นมาจากเดือนมีนาคมปี 2016 ถึงเดือนมีนาคมปี 2017 แค่ช่วงระยะเวลาก็ไม่ตรงกันแล้วค่ะ

ต่อจากนั้น Billboard ก็จะคัดเลือกผู้ชนะโดยมีพื้นฐานจากยอดขายอัลบั้ม, ยอดขายดิจิตอล, ยอดสตรีม, ยอดออกอากาศทางวิทยุ และการแสดงคอนเสิร์ต เป็นต้น

แต่การตลาดที่ตัวนาย A ใช้คืออะไรนั้นก็ไม่ได้มีเปิดเผยไว้อย่างชัดเจนเหมือนกัน

นาย A ใช้คำว่า มิชอบด้วยกฎกมาย, ฝั่งศาลมองว่าเป็น การเอื้อประโยชน์หรือทางลัด, ส่วนต้นสังกัดอธิบายว่า การเอื้อประโยชน์นั้นหมายถึงการทำการตลาดไวรัลออนไลน์โดยทั่วไป

ถ้าจะให้อธิบายเรื่อง ‘การตลาดไวรัล’ เพิ่มอีกหน่อยล่ะก็ มันก็วิธีนี้เนี่ยแหละค่ะ ก็คือการโพสท์ถ้อยคำชื่นชมปากต่อปากอย่าง ‘อัลบั้มนี้สุดยอด’ หรือ (พวกเขาเป็น) ‘ศิลปินที่ฉันเชื่อที่จะฟังของฉัน’

สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องมือที่ใช้กันมานานในอุตสาหกรรมบันเทิง ไม่ใช่แค่ในวงการเพลงเท่านั้น ในวงการหนังหรือวงการแฟชั่นนั้นรุนแรงยิ่งกว่านี้อีกค่ะ ขนาดคนดังบางคนยังทำการตลาดไวรัลของตัวเองเลยด้วยซ้ำค่ะ

ไม่รู้เหมือนกันนะคะว่า ‘Big Hit’ ใช้การตลาดแบบไหน แต่ไม่ว่าการตลาดนั้นจะเป็นการตลาดแบบไหน คุณก็ซื้อ Billboard ไม่ได้หรอกค่ะ ก็เห็นๆ กันอยู่ว่าพาร์ทเนอร์ด้านการเก็บสถิติข้อมูลของ Billboard คือ ‘Nielsen’ นี่คะ

BTS ได้ครองอันดับ 1 สาขา Social Artist ประจำปี 2017 ค่ะ

เมื่อวันที่ 6 พ.ค. (ก่อนปิดโหวต 15 วัน) คะแนนโหวตของ BTS มีมากกว่า 1 ร้อยล้านทวีต ในขณะที่ Justin Bieber มีเพียง 13 ล้านทวีตเท่านั้นค่ะ

ให้บอกผลคะแนนสิ้นสุดกันเลยดีมั้ยคะ? BTS บันทึกสถิติที่ 3 ร้อยล้านทวีตค่า ส่วน Bieber หยุดที่ 23 ล้านทวีต ทิ้งห่างกันไปกว่า 10 เท่าเลยค่ะ

การชนะรางวัล Billboard ของ BTS ไม่ใช่คุณสมบัติที่จะมาเหยียดหยามกันได้หรอกนะคะ เพราะมันคือผลสำเร็จที่การตลาดก็ทำไม่ได้ และเงินก็ซื้อมาไม่ได้ค่ะ

เขียนตามที่เห็นและรู้สึกจากนครลาสเวกัส คิมซูจี นักข่าวจาก ’Dispatch’ รายงาน

 

ที่มา | Dispatch
แปลจากเกาหลีเป็นไทยโดย CANDYCLOVER