RAPMONSTER Footprints

RAPMONSTER Footprints : Amateur → Producer – สัมภาษณ์ Xportsnews

RAPMONSTER Footprints : จากมือสมัครเล่น สู่การเป็นโปรดิวเซอร์

 

◆ BTS ไม่ได้โด่งดังแค่ในประเทศ แต่ในต่างประเทศก็ล้นหลามมากทีเดียว รู้สึกถึงความโด่งดังมั้ยคะ?

พอได้ออกต่างประเทศไปก็รู้ครับ เวลาเล่นคอนเสิร์ตใหญ่ๆ พาร์ทเนอร์เราเล่าให้ฟังว่า ‘แปปเดียวบัตรก็โซลด์เอาท์’ รู้สึกตื่นเต้นมากครับ เวลาเราไปแสดงคอนเสิร์ตเห็นแฟนๆ ต่างชาติชื่นชอบก็คิดว่าเหมือนเราได้บุญเลยครับ รู้สึกขอบคุณที่มีเดียมีการใช้งานที่แอคทีฟมากในยุคนี้ ทำให้เราได้เห็นอะไรมากมาย ทำให้เราเข้าถึงง่าย เป็นเรื่องดีเลยครับ

คิดว่าเคล็ดลับของความโด่งดังในต่างประเทศคืออะไรคะ?

คิดว่าการที่พวกเราเต็มที่กับงานที่เราทำคงจะมีส่วนมากเลยล่ะครับ พวกเราตั้งใจทำเพลงกันทุกเวลา แล้วก็คิดว่าเราต้องทำออกมาให้ดี เป็นครั้งแรกเลยที่ได้ทั้งร้อง, เต้น และทำการแสดงอย่างเต็มที่ จากสิ่งเหล่านั้นถ้ามีอะไรที่เพิ่มขึ้นมาก็คือหลายๆ คนเดี๋ยวนี้ไม่ได้ชอบแค่การแสดงในวงการ K-POP แต่ชอบคนด้วย และผมคิดว่า น่าจะนับรวมความรักความห่วงใยแบบพี่น้องในหมู่พวกเราด้วยครับ เข้าไปดูคลิปหลายๆ คลิปในโซเชียลแล้วผมรู้สึกใกล้ชิด (กับแฟนคลับ) มากกว่าแค่ในฐานะศิลปินกับแฟนคลับอีกครับ

ถ้าพูดถึงแรพมอนสเตอร์แล้ว นับได้เลยว่าเป็นไอดอลที่ทำงานโปรดิวซ์เพลง โอกาสที่ทำให้ได้เริ่มจับงานโปรดิวซ์คืออะไรคะ

คอนเซ็ปต์ที่ใช้เรียกงานโปรดิวซ์มันกำกวมครับ ในสถานการณ์นี้มีทั้งคนที่ใช้คำว่าโปรดิวซ์ก็มี คนที่ไม่ใช้ก็มีครับ ผมคิดว่าถ้าทำงานโปรดิวซ์จะต้องรู้จักงาน Arrangement (เรียบเรียงดนตรี) ครับ งาน Arrangement ต้องรู้จักเครื่องดนตรี มันเป็นงานโปรดิวซ์องค์ประกอบของดนตรีที่จะมาเป็นแบคกราวด์เมโลดี้ (ทำนอง) ต่างจากสร้างเมโลดี้ขึ้นมาโดยสิ้นเชิงครับ เดี๋ยวนี้ทุกคนบอกว่าทำงานได้ดี ผมก็รู้สึกถึงขีดจำกัดของตัวเอง เริ่มงานมายังไม่ถึงปีเลยครับ จับคีย์บอร์ดมาไม่ถึงปี มันเลยยังยากอยู่มากเลยครับ ผมไม่คล่องกัลการรับมือกับเครื่องจักรเลยกำลังเรียนรู้อยู่ ผมอยากเขียนเพลงมาตลอด การเขียนเพลง.. ผมอยากเขียนเมโลดี้ครับ ผมเขียนเพลงด้วยตัวเองมาได้ 5 ปีแล้ว เริ่มจริงจรังมาตั้งแต่ปลายปี 2012 ผมไม่ได้อยากแค่แรพ แต่อยากร้องเพลงด้วย ผมอยากทำเพลงของผม อยากจะเปิดกว้างความคิดของตัวเองเลยเขียนเมโลดี้เองมาตลอด เซนซิทีฟกับเทรนด์ด้วย ความโลภก็มากด้วยเหมือนกัน

ก่อนหน้านี้เคยปล่อยมิกซ์เทป ข้อความที่อยากสื่อผ่านมิกซ์เทปนั้นคืออะไรคะ?

ในตอนนั้นผมแค่อยากทำ (มิกซ์เทป) ออกมามากกว่าสื่อข้อความ แอบมีความโกรธอะไรบางอย่าง ไม่รู้ว่าเพื่อตัวผมเอง หรือเพื่อโลก ผมคิดแค่ว่าผมควรจะเล่าเรื่องของตัวเองครับ พอมาฟังอีกทีไม่รู้เหมือนกันว่ามันคือเรื่องอะไร ผมแค่คิดเกี่ยวกับตัวตนของผมเอง ผมยังขาดอะไรอีกหลายอย่างเพราะตอนนั้นผมยังเรียบเรียงเพลงไม่เป็น ผมจะเล่าเรื่องตัวเองแต่มันก็มีข้อจำกัด การต้องทำเพลงที่อยู่เหนือหลุมพรางของคนอื่นมันก็มีข้อจำกัด เป็นมิกซ์เทปที่หลากอารมณ์ที่ทั้งรักทั้งชังจริงๆ ครับ

เวลาทำเพลง, เขียนเนื้อเพลง ส่วนใหญ่ได้แรงบันดาลใจมาจากไหนคะ?

ได้แรงบันดาลใจตอนไม่ได้เขียนเพลงครับ คิ๓ดอยู่เรื่อยเลยครับว่าไปแม่น้ำฮันไม่ก็เลิกงานแล้วควรจะทำอะไรดี บางทีเวลาดูหนังก็คิดจะใช้ไดอะล็อคหรือฉากในหนัง(มาทำเพลง)ดีมั้ย จดไว้เยอะเลยล่ะครับ แต่ถึงจดไว้ 100 ประโยค แต่ที่เอามาใช้จริงๆ ก็แค่ 3-4 อันเท่านั้นล่ะครับ

ในบรรดาเพลงที่ทำมาจนถึงตอนนี้ ติดเพลงไหนที่สุดคะ?

ในบรรดาเพลงของ BTS ผมโปรดิวซ์เพลง Young Forever เป็นเพลงแรก ได้โปรดิวซ์จริงๆ จังๆ ครั้งแรกและออกมาสู่โลกก็เลยติดเพลงนี้มากครับ เพลง Dilemma ของ Homme ที่ผมเพิ่งทำเมื่อเร็วๆ นี้ก็เป็นเพลงแรกที่ผมเขียนให้คนอื่น ต่อไปคิดว่าคงจะติดมากเหมือนกันครับ สิ่งแรกเริ่มมันมีความหมายเสมอนี่ครับ

มีข้อแตกต่างระหว่างในฐานะไอดอลกับโปรดิวเซอร์มั้ยคะ?

ผมคิดว่ามันเป็นส่วนที่ไอดอลกับโปรดิวเซอร์มีส่วนรวมกันได้พอดีมากกว่ามีข้อแตกต่างซะอีกครับ ตอนนี้เป็นไอดอล มีคนที่ทำงานโปรดิวซ์เก่งๆ เยอะแยะไป แต่มีสิ่งหนึ่งที่ต่างออกไปจากตอนที่ผมทำอัลบั้ม BTS ในฐานะโปรดิวเซอร์, ตอนทำเพลง Homme, ตอนทำเพลงของผมครับ เหมือนเป็นตัวตนที่ต่างออกไป มันค่อนข้างกำกวมครับ ตอนผมทำเพลงของผมเองผมไม่สนใจอะไร แค่เป็นไปตามความรู้สึกเท่านั้น ตอนทำเพลง BTS ผมจะคิดถึงตอนที่มีคนหลายคนฟัง ต้องได้รับความรักจากคนส่วนใหญ่และเป็นไอดอลด้วย ต้องทั้งร้องและฟังไปด้วยเลยไปตามความรู้สึกอย่างเดียวไม่ได้ครับ ต้องนึกถึงทั้งตลาด ทั้งเทรนด์อย่างเชี่ยวชาญ แล้วเพลงที่ให้คนอื่นฟังเป็นสิ่งที่ให้คนอื่น ผมคิดถึงความแตกต่างของสิ่งที่ผมอยากทำกับคนอื่นๆ บ่อยมาก 3 สิ่งนั้นมันต่างกันมันเลยไม่ง่ายที่จะเปลี่ยนครับ

ระหว่างทำเพลง ส่วนที่สำคัญที่สุดคืออะไรคะ?

– สำหรับผมๆ มองว่าเมโลดี้กับเนื้อเพลงมันสะท้อนถึงกัน แน่นอนว่าตอนทำเพลงในฐานะบังทันก็จะนึกถึงตอนที่มีคนมากมายฟังเพลงที่เราทำ ถ้าตัวผมเองไม่โอเค ต่อให้ได้รับความรักมากมายผมก็ยังรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องใหญ่ ส่วนตัวเวลาผมครุ่นคิดเกี่ยวกับเพลง ผมคิดว่ามันสำคัญมากๆ ถ้าเพลงกับเนื้อเพลง, เมโลดี้, เครื่องดนตรี มันสะท้องถึงกัน ความพอใจของตัวเองก็เหมือนกันครับ

มีความเชื่อเกี่ยวกับดนตรีที่ยึดแนวทางเอาไว้บ้างมั้ยคะ

– ‘การไม่มีความเชื่อ’ เป็นความเชื่อของผมครับ ในทางเทคนิคแล้วมันมีกฎเกณฑ์ของดนตรีอยู่ครับ แต่ความเชื่อของผมคือไม่ยึดติดกับอะไรพวกนั้น ถ้าเลือกไม่ทำตามกฎ อะไรๆ มันอาจจะชัดเจนขึ้น พอทำเพลงออกมาอย่างที่ตัวเองต้องการผมพบว่าสิ่งที่ผมทำอาจจะสร้างเรื่องราวหรือกฎเกณฑ์หลายอย่างให้กับคนอื่นได้ แม้จะไม่รู้ก็ตามว่าถ้ายึดแนวทางอีกทางแล้วตอนนี้จะทำงานโปรดิวซ์ไปได้เท่าไหร่ แต่หากเวลายิ่งสั่งสมไปก็อาจจะติดแหงก (อยู่กับกฎเกณฑ์) ได้ ผมถึงได้เลี่ยงทางนั้นครับ

มีคนที่อยากทำเพลงให้เองเป็นของขวัญเลยมั้ยคะ?

– ในฐานะโปรดิวเซอร์ การได้ทำเพลงให้กับนักร้องที่มีความสามารถเป็นสิ่งที่เป็นเกียรติมากเลยใช่มั้ยล่ะครับ แต่ผมยังไม่เคยคิดครับ ผมโชคดีที่ได้เขียนเพลงให้ Homme ยังไม่เคยได้ลองทำงานอื่นๆ เลยไม่รู่ว่าขีดความสามารถในฐานะโปรดิวเซอร์จะมีมากน้อยขนาดไหนครับ ผมมีคนที่อยากจะร่วม Collab ด้วย คนที่มีเสียงกังวานที่ผมชอบบอกว่าเสียงผมต่ำ ผมชอบเสียงโซปราโนสูงๆ หรือไม่ก็โทนเสียงบางๆ ครับ ส่วนตัวผมชอบนักร้องผู้หญิงเยอะแยะเลย ยุนฮา อีโซรา คิมยุนอา ฯลฯ ผมอยากร่วมงานกับคนที่มีอารมณ์เศร้าๆ ดูสักครั้ง จะฟีทเจอริ่งหรือทำเพลงด้วยกันก็แล้วแต่ อยากจะลองทำงานด้วยกันดูครับ

ต่อไปอยากทำเพลงแบบไหนคะ?

– อยากทำเพลงที่ทำให้ตระหนักถึงสิ่งที่ไม่เคยตระหนักมาก่อนเหมือนในซีรี่ส์เรื่อง ‘Dear my friends’ ครับ เรื่อง ‘Dear my friends’ สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับตัวผม ได้รู้สึกด้วยว่า ‘ผู้ใหญ่ก็เคยเป็นวัยรุ่น’ แต่ก็ทำให้ผมรู้สึกสิ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อนด้วย ผมอยากทำเพลงแบบนั้นล่ะครับ

ความฝันหรือเป้าหมายปลายทางสูงสุดคืออะไรคะ?

– เป้าหมายของผมคือทำเพลงที่จะคงอยู่ในเพลย์ลิสต์ชีวิตของใครสักคนให้ได้สักเพลงครับ

ช่วยกล่าวอวยพรครบรอบ 9 ปี Xportsnews หน่อยค่ะ

– เรื่องที่ผมอยากเล่าคือผมเขียนเพลงมาได้ 10 ปีแล้ว อัดแรพออกมาครั้งแรกเมื่อเดือนกรกฎาคมปี 2007 ผมก็แรพมาได้ 9 ปี ปีหน้าในตอนนี้ก็คงจะได้รู้ละครับว่าความรู้สึกของการแรพมันเป็นอย่างงี้เอง พ่อผมก็บอกว่า ‘ไม่ว่จจะทำอะไรเดี๋ยว 10 ปีก็รู้เอง เดี๋ยวจะรู้เองว่ามันคืออะไร’  Xportsnews ก็ 10 ปีแล้ว ผมคิดว่าคนในองค์กรก็คงจะรู้แล้วล่ะครับว่ามันรู้สึกยังไง ตอนนี้ก็ราวๆ นั้นแล้วยิ่งยินดีด้วยเลยครับ ขอให้ Xportsnews อยู่ไปจนถึงปีที่ 90 เลยครับ!

 

ที่มา | สัมภาษณ์ Xportsnews เดือนกันยายน 2016
แปลจากเกาหลีเป็นไทยโดย CANDYCLOVER

Comments

What's on Instagram