RAPMONSTER (12 ก.ย. 2015) : เส้นทางอายุ 22

ข้อความวันนี้ยาวหน่อยนะครับ

ปี 2009 ตอนอายุสิบหก ตอนได้ฟังเพลงเส้นทางอายุยี่สิบสองของคุณพี่ยุนฮาแล้วก็คิดว่าตอนผมอายุยี่สิบสองมันจะเป็นยังไงกันนะ ผมเคยทั้งกระวนกระวายใจและวาดฝันไว้ต่างๆ นานา ตัวผมระหว่างนั้นก็แค่คิดเอาไว้เลาๆ ว่าคงเข้ามหาวิทยาลัยที่ดีๆ หน่อย แล้วก็ไปทำงานพิเศษเหมือนคนอื่นเขา สะสมแต้มการทำงานไปหรือไม่ก็เข้ากรมล่ะมั้ง ไม่ได้คาดหวังถึงชีวิตที่พิเศษไปกว่าคนอื่นๆ เลยครับ

แม้ระหว่างที่ผมเสาะหาและสู้เพื่อความเชื่อของตัวผมเอง และพบว่าการใช้ชีวิตที่เป็นนายตัวเองจะสำคัญมากก็ตาม อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญคือการที่เราไม่สามารถใช้ชีวิตแค่เพียงหมุนเวียนไปเฉยๆ ในแต่ละวันเหมือนกับโลกที่เราอาศัยอยู่ได้ การหมุนเวียนไปของโลกมันเป็นเรื่องที่เราควบคุมไม่ได้ (แต่ชีวิตของเรา เราสามารถควบคุม, เปลี่ยนแปลง หรือทำให้ดีขึ้นได้) จะชอบหรือไม่ชอบก็ตาม พวกเราก็เป็นส่วนหนึ่งในโลกที่เราอาศัยอยู่ การหมุนเวียนนั้น ในขณะเดียวกันมันก็คือการเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นอยู่ตลอดเวลา เดี๋ยวนี้ผมถึงคิดแบบนี้ ในโลกนี้มีอะไรอีกตั้งหลายอย่างที่อยู่เหนือวิสัยของเรา มันก็คือสิ่งที่เราต้องปล่อยผ่านไปในความฝันเหมือนกับโชคชะตา

ช่วงนี้ใครๆ ก็พูดกับผมเหมือนกัน มีคนอีกมากมายครับที่อยากจะใช้ชีวิตอย่างสวยหรูเลยกระเสือกกระสนมาทั้งชีวิตตั้งแต่เด็กแต่กลับยังไม่ไปถึงจุดนั้นได้ เพราะฉะนั้นเราควรจะรับรู้เอาไว้ แม้จะรู้สึกขอบคุณตัวผมเอง แต่ก็แอบเสียดายเหมือนกันนะครับที่ผมไม่ใช่ประเภทที่ฝันจะใช้ชีวิตที่พิเศษไปกว่าใครๆ แต่ ณ ตอนนี้ผมก็ยังไม่ไปถึงจุดนั้นหรอกครับ ผมก็แค่ประสบกับอะไรหลายอย่างที่ต่างออกไปหน่อยเทียบกับคนอื่น มันเป็นเพียงหนทางเดียวที่จะใช้ชีวิตต่อไปในขณะที่ต้องยอมเสียอีกหลายสิ่งไป เส้นทางเหล่านั้นที่เต็มไปด้วยขวากหนาม คับแคบ และขรุขระที่ผู้คนไม่ไปถึงได้อย่างงายดาย ถึงแม้ผมจะเคยต้องการแต่ก็ไม่ได้ต้องการมันอีกแล้ว ตัวผมก็เดินมาได้ในเส้นทางอายุยี่สิบสองของผมแบบนั้นล่ะครับ

ผมมีเรื่องที่กังวลอยู่มากมายมาตั้งแต่เด็กๆ แล้วครับ แต่ในโลกอันคับแคบของผมก็จำไม่ค่อยได้เท่าไหร่แล้วว่าผมคิดอะไรจุกจิกมากมายขนาดนั้น ผมเติบโตมากับการได้ยินคำว่าเด็กที่มีความสามารถมากว่าเด็กวัยเดียวกันอยู่บ่อยจริงๆ ถึงตอนนี้มันจะเลือนลางก็เถอะนะ ความคิดที่อยู่ในมือเราตอนนี้ หากเวลาผ่านไปมันก็คงจะเป็นจริงขึ้นมาได้ใช่มั้ยครับ หรือบางทีเราอาจจะไปไขว่คว้าความคิดอีกอย่างหนึ่งมั้ย จริงๆ แล้วผมอยากจะชอบกาลเวลาจริงๆ เวลาเหล่านี้ที่ผ่านไปอย่างไม่สามารถควบคุมได้เหมือนกับเม็ดทราย

ถึงอย่างนั้นแล้ว ถึงผมจะมีความกังวล มีอุปสรรคขวากหนาม และสัตว์ประหลาดมากมาย แต่ผมก็โคตรชอบชีวิตของผมที่ต่างจากคนส่วนใหญ่อยู่หน่อยเหมือนกัน การมีอิทธิพลต่อทั้งคนดีและไม่ดีมากมายและความรู้สึกที่อยากจะสร้างความประทับใจให้ได้ตั้งแต่เด็กนั้น เป็นแสงสว่างสำหรับตัวผมที่อยากจะได้รับการยอมรับมาตลอดครับ บางทีผมก็คิดแบบนั้นนะ ถึงไม่ใช่ดนตรีหรือไอดอล ก็จะไม่โหยหาที่จะเป็นที่สนใจของคนอื่นมั้ยนะ และท้ายที่สุดแล้วจะไม่ไปเดินทางนั้นมั้ยนะ

แต่ก็น่าสนใจนะครับที่คนที่บอกว่าชอบในตัวผมและตัวหนังสือพวกนั้นที่ส่งมาถึงผมก็มีคนที่เหมือนกับผมอยู่มากเลยเหมือนกัน ใช่แล้วครับ ผมก็คนเหมือนกัน ถึงจะเห็นว่าส่องสว่างแค่ไหนยังไงก็ติดอยู่ในจุดที่ต่ำสุดในความเป็นจริงด้วยเหมือนกัน อยากเป็นคนพิเศษแต่ก็อยากเป็นธรรมดาทั่วๆ ไป พอต้องเดียวดายแล้วก็ไม่อยากอยู่คนเดียว แม้กำลังเคว้งคว้างแต่ก็เป็นคนหนึ่งที่โหยหาความมั่นคง ก็เป็นคนแบบนั้น พอรู้สึกว่าเดียวดายมาตลอดแล้ว ก็ว่า อ๋อ ก็คงมีคนเป็นแบบผมเยอะเหมือนกัน เลยคิดว่าทุกคนก็คงใช้ชีวิตแบบนั้นเหมือนกันครับ พวกเราทุกคนก็เป็นฝุ่นละอองนี่ครับ บางทีเป็นอย่างนี้มันก็ดีเหมือนกันเนอะ

เพราะพวกคุณทุกคนที่กำลังอ่านข้อความนี้อยู่ ผมถึงได้มีชีวิตรอดในป่าดงอันอันตรายนี้ได้ ผมว่าผมโชคดีนะครับที่ยังมีชีวิตรอดอยู่ เกือบทุกคนที่อาจต้องตายหรือเสียเลือดในที่แห่งนี้ แต่ผมเชื่อมั่นในความสามารถของผมอยู่ครึ่งนึงนะครับ ครึ่งนึงนั้นคือโชค อีกครึ่งนึงก็คือพวกคุณ พวกคุณเป็นเหมือนพรเลยนะครับ

วันเกิดครั้งนี้ที่เข้าสู่อายุยี่สิบสอง แม้ว่ามันอาจจะไม่ใช่วันที่สลักสำคัญอะไร แต่ด้วยตัววันเองแล้วมันกลับพิเศษสำหรับผมจริงๆ ผมก็ไม่แน่ใจว่าทำไมเหมือนกัน ถึงพรที่ผมขอจะสมหวังหรือเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาก็ตามแต่ผมก็รู้สึกว่าทุกช่วงเวลาคือการเปลี่ยนแปลง ปัจจุบันคือจุดจบของอดีตเสมอ อนาคตคือความต่อเนื่องของปัจจุบัน ต่อให้เดินไปเท่าไหร่ก็เหมือนอยู่แต่ในทรงกระบอกอะไรบางอย่างที่ทอดยาวออกไปเสมอ

อ้อ ใช่แล้ว วันอาทิตย์หน้าผมมีแสดงนะครับ เป็นการแสดงในรอบเกือบ 6 ปีที่ผมจะได้แรพอย่างเต็มที่ด้วยเพลงของผมเอง ไม่น่าเชื่อเลยเนอะ แต่มันเป็นความจริงครับ เมื่อเดือนสิงหาคมปี 2009 เป็นครั้งสุดท้ายที่ผมแสดงโดยใช้ชื่อรันช์รันดา ที่ผ่านมาผมอยู่อย่างมีบังทันโซนยอนดันมาเติมเต็มตัวผมและก็สูญเสียตัวผมไปด้วยในเวลาเดียวกัน ไม่ว่าจะมีคนมากี่คนผมก็จะทำให้เต็มที่ เพื่อที่ว่าจะได้ไม่ทำให้ใครก็ตามต้องรู้สึกเสียดาย ผมเตรียมตัวที่จะทำให้ดีที่สุด นึกถึงเมื่อ 8 ปีที่แล้วที่คนดูข้างหน้าตะโกนชื่อผมจนสุดเสียงแล้วตื่นเต้นมากๆ เลย เพราะฉะนั้นวันเกิดครั้งนี้ก็ค่อนข้างพิเศษเหมือนกันนะครับ ช่วงหัวเลี้ยวจากรันช์รันดาเด็กมัธยมต้นในปี 2009 สู่แรพมอนสเตอร์ในปี 2015 ผมกำลังยื่นอยู่ในจุดนั้นครับ

ตัวผมนั้น ถึงจะเสียดายแต่ก็ไม่เสียใจ ก็โลกของผมตอนอายุยี่สิบสองเองนั่นแหละ ถึงมันจะใช่หรือไม่ใช่ ทุกๆ สิ่งไม่มีอะไรสำคัญ สิ่งที่ไม่สำคัญคือทุกสิ่ง ผมว่าผมมันไม่ต่างอะไรกับกลุ่มก้อนใหญ่ก้อนหนึ่งที่ไม่ลงรอยกับจักรวาลนี้

แต่ถ้าเรามีตาชั่งที่สามารถวัดใจของใครก็ตามได้แล้วละก็ ตอนนี้ผมอยากจะพูดว่าเข็มตาชั่งของผมมันเอนเอียงมาอยู่ในฝั่งของความสุขอยู่หน่อยเลยครับ ก็เลยจะทำให้ดีขึ้น ก็เลยจะผูกเชือกรองเท้า และก็จะยิ้ม ถ้ารักผมแล้ว ไม่ว่าเมื่อไหร่ผมก็คงเป็นแบบนั้นเหมือนกัน ไม่รู้ว่าเป็นแบบนั้นอยู่แล้วหรือเปล่า แม้จะเผชิญหน้าอยู่แต่กับตัวเอง

เส้นทางอายุยี่สิบสองของคุณเป็นยังไง เป็นแบบไหนบ้างครับ ผมไม่ขอให้คุณเป็นอย่างใครอื่นแต่ขอให้คุณเป็นคนที่พูดเพียงไม่กี่คำก็ทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นได้นะครับ ใช่ครับ ผมว่าทางนี้เป็นทางที่ดีอยู่นะ และผมก็โคตรชอบเส้นทางอายุยี่สิบสองของผมเลย โชคดีจริงๆ

ขอบคุณที่ร่วมทางนี้มากับผมนะฮะ

ผมว่าความรู้สึกนี้มันยิ่งใหญ่ยิ่งกว่าอะไรในโลกนี้เลย

Love you all

– นัมจุน

ที่มา | แฟนคาเฟ่
แปลจากเกาหลีเป็นไทยโดย CANDYCLOVER

Comments

What's on Instagram