โรคซึมเศร้า

RM และ SUGA พูดคุยถึงปัญหาสุขภาพจิต, โรคซึมเศร้า และสิ่งที่เชื่อมต่อพวกเขากับแฟนๆ

การเป็นดาวดังอาจเป็นอาชีพในฝัน แต่ศิลปินที่ได้เป็นดาวดังก็ยังคงดิ้นรนกับความจริงต่างๆ อย่างความเศร้า โรคซึมเศร้า ความเหงา และปัญหาต่างๆ เฉกเช่นเดียวกับแฟนๆ ของพวกเขาเอง 

BTS ได้มีโอกาสยกเรื่องราวความรู้สึกที่คนส่วนใหญ่เคยสัมผัสในช่วงหนึ่งของชีวิต อย่าง ความเศร้า ความเหงา ความเห็นคุณค่าในตัวเองต่ำ ออกมาเปิดเผย ทั้งผ่านเนื้อเพลงและผ่านภารกิจที่พวกเขาสนับสนุน เช่น แคมเปญ Love Myself (ที่พวกเขาได้นำเสนอที่เวทีประชุมสหประชาชาติว่าด้วยเยาวชนคนรุ่นใหม่ เมื่อเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา) และการร่วมมือในโครงการ #ENDviolence กับ UNICEF

“ถ้าพูดถึงโรคซึมเศร้าเหมือนมันเป็นโรคหวัดทั่วไป มันก็จะกลายเป็นอะไรที่เรายอมรับได้มากขึ้นว่ามันก็คือโรคทั่วๆ ไปเหมือนหวัดนี่เอง”

ระหว่างการสัมภาษณ์ พวกเขาเองมีท่าทีจริงจังเมื่อพูดถึงประเด็นสุขภาพจิต ทางเราได้ถามคำถามไปว่ามันยากหรือง่ายขึ้นหรือไม่ในการที่จะบอกเล่าบาดแผลในใจของตัวเองออกมาผ่านเพลงหรือบนโซเชียลในฐานะคนดัง

SUGA ตอบอย่างแน่วแน่ “เรารู้สึกว่าคนที่มีแพลทฟอร์มไว้บอกเล่าเรื่องพวกนี้ควรจะพูดออกมามากกว่านี้ เพราะเขาบอกว่า โรคซึมเศร้า คือสิ่งที่เราได้รับการวินิจฉัยจากการไปโรงพยาบาล แต่เราไม่มีทางรู้จริงๆ ว่าเราเป็นจนกว่าหมอจะคุยกับเรา”

“ผมเลยนึกถึงทั้งตัวเราและคนดังคนอื่นๆ ถ้าเขาพูดถึงเรื่องพวกนี้ออกมาอย่างเปิดเผย ถ้าเขาพูดถึง โรคซึมเศร้า เหมือนมันเป็นโรคหวัดทั่วไป มันก็จะกลายเป็นอะไรที่เรายอมรับได้มากขึ้นว่ามันก็คือโรคทั่วๆ ไปเหมือนหวัดนี่เอง ผมมองว่าศิลปินหรือคนดังที่มีอิทธิพลควรเปิดเผยปัญหาพวกนี้ออกมา” 

RM เสริม “นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เรามีคอนเซ็ปต์ Love Yourself ขึ้นมา เราไม่อยากมานั่งอบรมสั่งสอนว่า ‘ทำนี่ ทำนั่นสิ’ เพราะมันไม่ใช่วิธีส่งสารต่อแบบที่เราอยากทำ ยกตัวอย่างอย่างเช่น แอนนาจากนิวยอร์ก หรือมาร์คจากริโอ หรือผม หรือคุณ หน้าตาเราก็ไม่เหมือนกันแล้ว เชื้อชาติก็ต่าง พ่อแม่และพื้นเพก็ต่าง อากาศก็คนละอย่างกัน อะไรก็แล้วแต่ เราต่างกันหมดทุกอย่าง เราเกิดมามีชีวิตคนละแบบ เราเลยเลือกอะไรเหมือนๆ กันไม่ได้ เราจึงคิดว่าความรัก ความหมายจริงๆ ของความรัก มันเริ่มจากการที่เรารักตัวเราเองและยอมรับในคำดูถูกถากถางกับโชคชะตาที่เรามีมาตั้งแต่ต้น แทนที่เราจะมานั่งสั่งนั่งอบรม เราจึงยึดมั่นกับการรักตัวเราเอง ผมถึงได้พูดเปิดตอนกล่าวสปีชที่ U.N. ว่า ‘ผมเป็นเพียงคนธรรมดาๆ คนนึงจากเมืองที่อยู่ไม่ไกลจากโซลในประเทศเกาหลี’ ไงล่ะครับ” 

สำหรับตัววง ดนตรีก็เป็นการส่งสารอย่างหนึ่งเหมือนกัน ซึ่งมันเป็นไปในทางเดียวกัน SUGA กล่าว “อิทธิพลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพวกเรา ที่มาของพละกำลัง การเยียวยา และความสุขที่เราได้รับมาก็คือแฟนๆ เราเลยมีสิ่งเหล่านี้อยู่ในใจเวลาเราทำเพลงเสมอ และผมเองก็คิดว่าแฟนๆ ของเราได้รับพลังและความสุขแบบเดียวกันเช่นเดียวกัน” 

ที่มา | Entertainment Weekly
แปลจากอังกฤษเป็นโทยโดย CANDYCLOVER

Comments

What's on Instagram