BTS เพลง ‘피 땀 눈물’ ความสำเร็จของยุคดิจิตอล

ผลลัพธ์จาก ‘WINGS’ อัลบั้มเต็มอัลบั้มที่ 2 ของ BTS และเพลง 눈물มาจากความสำเร็จของยุคดิจิตอล สาเหตุของความนิยมคือ

▶ผมคิดว่ามันเป็นผลจากการสื่อสารที่เหมาะเจาะกับยุคดิจิตอล มันเกิดจากความพยายามที่จะสื่อสารกับแฟนๆ ผ่านคอนเทนท์ที่หลากหลาย จนมันแผ่ขยายเป็นวงกว้างแบบ Ripple Effect (ไวรัล) เราสร้างคอนเท้นท์และอัพลง Youtube ให้เห็นการเติบโตของ BTS ตั้งแต่เดบิวต์จนถึงตอนนี้ ความคิดความรู้สึกในแต่ละวันของเมมเบอร์ก็ปรากฎให้เห็นผ่านโซเชียล มันเป็นวิธีที่ทำให้สื่อสารกับแฟนๆ ได้เพราะเป็นยุคที่ใช้มือถือได้สะดวกกว่าแต่ก่อน ด้วยเหตุนี้หลายๆ คนถึงได้รู้สึกใกล้ชิดและเข้าถึงเพลงของ BTS และแน่นอนว่าด้วยความพยายามอันไม่มีที่สิ้นสุดที่จะโชว์ให้เห็นเพลงและการแสดงที่ดีที่มีหนุนหลังอยู่ทำให้ทุกอย่างมันส่งผลสำเร็จ

ในเพลง 눈물ใส่กระแส Billboard ลงไปในคอนเซ็ปต์ด้วยหรือเปล่า?

▶ ‘피 땀 눈물’ เป็นเพลงที่ใส่อารมณ์ความเป็น BTS ลงไปในแนวเพลง Moombahton Trap ที่ทันสมัยและเป็นที่นิยมที่สุดทั่วโลก เราทำเพลงด้วยความตั้งใจที่จะให้คนมากมายสนุกไปกับการฟังและความตั้งใจที่จะรักษาไว้ซึ่งตัวตนด้านดนตรีของ BTS ความพยายามที่จะทำเพลงดีๆ มันคงส่งผลออกมาเป็นผลลัพธ์บนชาร์ต Billboard ผมอยากขอบคุณแฟนๆ ทั่วโลกเลยครับ

โรงเรียน, วัยรุ่น ตามด้วยคอนเซปต์สิ่งเย้ายวนมีทั้งความรู้สึกของการสร้างสรรค์เนื้อเพลง, ความแข็งแกร่ง, และความเหนียวแน่น ในเนื้อเพลงมีทั้ง ปีก, จิตวิญญาณ, พิษภัย ฯลฯ ช่วยบรรยายให้ฟังหน่อยครับ 

▶ คอนเซ็ปต์ของ ’WINGS’ คือ ‘Boy Meets Evil’ เป็นการประสบกับปีศาจ (Evil) ในรูปแบบของ ‘สิ่งเย้ายวน‘ เรื่องราวเกี่ยวกับโลกของเด็กที่ตัวตนหยุดลงในปัจจุบันและโลกของ ‘ศีลธรรมความดี’ ที่ถูกทำลาย เราใส่ใจทุกๆ รายละเอียด ทั้ง Short Film, MV, รูปถ่ายปกอัลบั้ม, เพลงไตเติ้ล ‘피 땀 눈물’ ฯลฯ และทุกอย่างที่ประกอบเป็นอัลบั้มเพื่อนำเสนอคอนเซ็ปต์ของอัลบั้มได้อย่างแท้จริง เราเผยให้เห็น ‘ปีก’ อันเป็นองค์ประกอบที่มีความหมายอย่างต่อเนื่องทั้งใน Short Film และ MV เพลง ‘피 땀 눈물’ เพื่อจะสื่อสารองค์ประกอบที่ใช้เล่าเรื่องออกมาให้ดี ไม่ใช่แค่เพียงพร็อพเท่านั้น ทำนอง ท่าเต้น เสื้อผ้าหน้าผมเองก็ต้องหนักแน่นเพื่อสื่อสารความละโมบของเด็กที่ประสบสิ่งยั่วยวนให้เขากับเนื้อเพลง พอองค์ประกอบแต่ละอย่างมารวมกันแล้วจึงจะสามารถวาดภาพความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของ ‘สิ่งเย้ายวน’ ออกมาได้

ผลตอบรับของท่อน원해 많이 많이(วอนเฮ มานี มานี)’ เป็นอย่างไร?

▶ เพลงทั้งเพลงเป็นพาร์ทที่ผสมผสานกันอย่างหนักแน่นระหว่างบีทที่เป็นเอกลักษณ์ของแนวเพลง Moombahton Trap กับ ‘ความสนุกสนาน’ ของ BTS จังหวะที่ช้าในเพลงเร่งความเร็วขึ้นอย่างรวดเร็วและซาวด์ของ Moombahton Trap ปะทุขึ้นพร้อมกันกับเมื่อพาร์ทท่าเต้นที่เต้นเปี่ยมไปด้วยพลังที่คุมการแสดงทั้งหมดเอาไว้อยู่หมัดโดดเด่นขึ้นมา เป็นเพราะเราทำงานอย่างหนักตอนทำเพลง จนทำให้มันกลายเป็น ‘คิลลิ่งพาร์ท’ ที่โดนหู โดนตาคนมากมาย ผมพอใจมากกับกระแสตอบรับที่ดีที่ทั้งแฟนในประเทศ คนส่วนใหญ่ และแน่นอนว่ากระทั่งชาว Youtube ในต่างประเทศถึงกับร้องคลอตามเพลงได้

มีแฟนต่างชาติจำนวนมากเลยที่ซื้ออัลบั้ม การตอบรับของเมมเบอร์เป็นอย่างไร? สาเหตุของความนิยมในประเทศกับต่างประเทศต่างกันมั้ย

▶ ผมไม่ทราบรายละเอียดสัดส่วนการซื้ออัลบั้มของแฟนๆ ทั้งในและต่างประเทศหรอกครับ แต่แค่ซื้ออัลบั้มที่พวกเราตั้งใจสร้างสรรค์มันขึ้นมาก็เป็นสิ่งที่ต้องขอบคุณจริงๆ ครับ แม้แต่ยอดขายในต่างประเทศเองก็สูงขึ้นมากเมื่อเทียบกันเมื่อก่อนหน้านี้ ผมรู้สึกขอบคุณเป็นอย่างมากขนาดที่ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาบรรยายเลยครับ

การพูดคุยบนโซเชียลกับแฟนต่างชาติมีความหมายมาก สื่อสารบนโซเชียลกันยังไง ยกตัวอย่างคาแรกเตอร์เมมเบอร์แต่ละคนเวลาพูดคุยกับแฟนๆ อธิบายให้ฟังหน่อยครับ 

▶เมมเบอร์แชร์ชีวิตประจำวันของพวกเขากับแฟนๆ เหมือนกับที่คนปกติอัพเรื่องราวในชีวิตประจำวันของตัวเองในโซเชียล อย่างเช่น ลีดเดอร์ Rap Monster ที่ติดแท็ค ‘#RMusic’ แนะนำเพลงที่ชอบ,  Jimin ที่อัพเซลฟี่ทักทายแฟนๆ ว่าเดี๋ยวจะกลับมาทุกๆ ครั้งที่มีตารางงานไปต่างประเทศ แล้วยัง Jin ที่อัดคลิปอวดน้องหมา กับ     J-Hope ที่อัพรูปรีวิวเที่ยวนิทรรศการ บอกเล่าเรื่องราวเล็กๆ น้อยๆ กัน นอกจากนี้เมมเบอร์ทุกคนยังบอกเล่าเรื่องราวที่อยู่ในใจแต่ละคนและส่งคำขอบคุณหลังได้รางวัลที่ 1 รายการเพลงผ่านโซเชียลด้วย การใช้โซเชียลโดยเป็นเรื่องปกติและสื่อสารกับแฟนๆ จากอีกฟากโลกทำให้คนหนุ่มสาวทั่วโลกหลงสเน่ห์ความง่ายๆ สบายๆ และความจริงใจที่ BTS มี

ช่วยอธิบายในส่วนแผนการทำงานของ BTS โดยเฉพาะรูปแบบซีรี่ส์ของการเล่าเรื่อง สิ่งนี้ผสมผสานกับความชอบของคนส่วนใหญ่ได้ยังไง

▶BTS สื่อสารกับคนวันเดียวกันผ่านดนตรีมาตั้งแต่เดบิวต์ พวกเขาแสดงออกและสื่อสารเรื่องราว 3 ตอนเกี่ยวกับความฝัน, ความรัก และความสุข ซึ่งเป็นเรื่องที่คนวัย 10 ปีขึ้นไปสนใจที่สุด หลังจากนั้นระหว่างที่เติบโตขึ้น BTS ก็สื่อสารเรื่องราว 2 ตอนเกี่ยวกับความสวยงาม, ความวิตกกังวล และความเคว้งคว้างของวัยรุ่น BTS ขับร้องเรื่องราวที่มีแต่เด็กในวัยนั้นๆ บอกเล่าได้ออกมาเป็นเพลงด้วยเสียงของพวกเขา และสื่อสารออกมาผ่านรูปแบบอัลบั้มซีรี่ส์ การบอกเล่าเรื่องราวปัจจุบันอย่างเป็นธรรมชาติตามการเติบโตของเมมเบอร์และการทำให้คนหนุ่มสาวรู้สึกคล้อยตามมีส่วนทำให้พวกเขาเป็นที่นิยม มัน ไม่ใช่ความรักที่อยู่ไกลจากโลกแห่งความเป็นจริง แต่เป็นผลจากการสื่อสารกับคนทั้งโลกผ่านความวิตกกังวลทั้งหลายที่ไม่ว่าใครๆ ก็มี .

สองอัลบั้มก่อนหน้าของ BTS อัลบั้ม 화양연화 pt.1, 2 ก็ยอดเยี่ยมมาก การพัฒนาและความก้าวหน้าด้านดนตรีในอนาคตสำหรับการวางแผนการทำงานคืออะไร?

▶BTS ที่เคยร้องเพลงเกี่ยวกับคนวัย 10 ปี กับวัยรุ่นที่เคว้งคว้าง นำเสนอภาพลักษณ์ที่หวั่นไหวของพวกเขาเมื่อเผชิญหน้ากับสิ่งเย้ายวนผ่านอัลบั้ม WINGS อัลบั้มเต็มอัลบั้มที่ 2 นี้ เมื่อมองจากบริบทใหญ่ๆ แล้วคิดว่าการทำงานด้านดนตรีในอนาคตก็คงจะเหมือนกันกับตอนนี้ การสื่อสารเรื่องของตัวพวกเขาเองอย่างต่อเนื่องผ่านดนตรี และการพะวงเกี่ยวกับเรื่องราวทั้งหลายที่ไม่ว่าใครที่อยู่ในวัยนั้นๆ ก็คล้อยตามได้ ผมคิดว่าผมไม่สามารถที่จะสรุปการพัฒนาและความก้าวหน้าด้านดนตรีในอนาคตของสมาชิกวง BTS ได้ด้วยคำๆ เดียว ในอัลบั้มต่อๆ ไปเด็กๆ พวกนี้จะเติบโตไปอย่างไรอีกนั้น ขอเพียงความสนใจและแรงซัพพอร์ตให้พวกเขาด้วยครับ

กระแสฟีเวอร์เกาหลี K-Pop ผ่านมาอย่างยาวนานมากคุณคาดเดาว่ามันจะไปทางไหน บทบาท, จุดเปลี่ยนและการพัฒนาเพลงของไอดอลจะเป็นไปยังไง 

▶ผมคิดกระแสฟีเวอร์เกาหลีจาก K-Pop โชกโชนมากในโซนเอเชีย ตั้งแต่ฟิลิปปินส์ จีน รวมไปถึงญี่ปุ่น ในระดับนึงเลยครับ เดี๋ยวนี้การแสดงของ K-Pop ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในเอเชีย แต่ถึงขั้นที่มีอิทธิผลกับทั่วโลกแล้ว  จำนวนของแชแนลทั้งใน Youtube และ Twitter ที่สามารถติดตามการแสดง K-Pop ได้มีกระจัดกระจายไปทั่วโลก ส่งผลให้คนที่อาศัยอยู่อีกฟากโลกสามารถฟังเพลงที่ BTS ปล่อยได้ทันที การแสดงของ K-Pop ขยับขยายไปทั่วโลกและเพลงของไอดอลเป็นประหนึ่งผู้บุกเบิก เพลง ‘피 땀 눈물’ ของ BTS ถูกเปิดตามรายการวิทยุและรายการ TV ในแต่ละประเทศทั่วโลก ทั้งสิงคโปร์ สเปน ตูนิเซีย แคนาดากับอาร์เจนตินา รวมถึงอเมริกา ผมคิดว่าอีกไม่นานแนวเพลงป๊อปเกาหลีจะกลายเป็นอีกแนวเพลงหนึ่งได้ในตลาดเพลงเหมือนกับแนวเพลงละติน ผมคิดว่า K-Pop เป็นงานที่จะต้องหาทางออกให้ได้จากการเป็นแนวเพลงอิสระและไปสู่การเป็นแนวเพลงกระแสหลัก

ได้รับแรงบันดาลใจด้านดนตรีจากที่ไหน?

▶ไม่ว่าที่ไหนก็แรงบันดาลใจด้านดนตรีอยู่ครับ แต่สิ่งเหล่านั้นไม่ใช่สิ่งที่จะแปรเปลี่ยนเป็นแรงบันดาลใจได้ในทันที การมีทัศนคติที่เปิดกว้างนั้นสำคัญมาก การดูข่าวหรือฟังวิทยุ หนังหรือการ์ตูน หรือกระทั่งการคุยกับผู้คนก็ช่วยในการทำเพลงได้ เพื่อหาแรงบันดาลใจเราจึงออกจากสตูดิโอมาด้วยความกังวลใจอย่างไม่จบสิ้นและทำงานเพลงกับคนหลายคนมาอย่างต่อเนื่อง การจะเป็นโปรดิวเซอร์ที่ดีต้องไม่ขังตัวเองอยู่กับที่ๆ เดียว และตัองพยายามใช้ชีวิตอย่างขยันขันแข็งเสมอ

 

ที่มา | Herald
แปลจากเกาหลีเป็นไทยโดย CANDYCLOVER

 

Comments

What's on Instagram
Web Analytics