โปรดิวเซอร์ บังชีฮยอก ”BTS ไม่ใช่ทั้ง ‘ดวง’ และ ‘ปาฏิหารย์’ เลยครับ” – สัมภาษณ์ Xportsnews

BTS ได้รับผลตอบรับที่ดีจากเพลง  ‘ 눈물

ถึงผมจะไม่ได้คิดว่าผลตอบรับที่ดีของ WINGS อัลบั้มเต็มอัลบั้มที่ 2 จะเป็นเรื่องตายตัว แต่ผมก็ไม่คิดว่ามันมาจากดวงเลยครับ เมมเบอร์ทุกคนค่อยๆ เดินมาตลอดทีละก้าวๆ ในที่สุดผลลัพธ์จากการพัฒนาอย่างต่อเนื่องก็ค่อยๆ ปรากฎแก่สายตาคนส่วนใหญ่แล้วละครับ พวกเขาจะคอยแสดงภาพลักษณ์ที่พยายามและพัฒนาขึ้น อยากขอบคุณหลายๆ คนที่มอบความรัก และความสนใจมากมายมาให้พวกเราครับ

เรื่องราวเบื้องหลังที่วางแผนไว้สำหรับวง BTS, อะไรคือสิ่งที่คุณให้ความสำคัญ

ลีดเดอร์ Rap Monster คือโอกาสที่ทำให้ผมได้เริ่มวางแผนทำวง BTS พอได้ดูการแรพของ Rap Monster แล้วทำให้ผมเกิดความคิดว่าจะต้องปั้นวงฮิปฮอปขึ้นมา แล้วก็ได้รวบรวมเมมเบอร์ปัจจุบันลงไป ยิ่งนานวันไป วงนี้ไม่ได้เป็นเพียงไอดอลที่ทำเพลงฮิปฮอปธรรมดาๆ แต่ผมคิดว่าเมมเบอร์ทุกคนน่าจะมีโอกาสบอกเล่าเรื่องราวของตัวเองได้ด้วย ความคิดพวกนี้สะท้อนผ่านเพลงของ BTS มาตลอด ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรกับตอนนี้เลยครับ ผมหวังให้พวกเขาจะเป็นวงที่มีอิสระในการแต่งเพลง เขียนเนื้อเพลง ทำงานโปรดิวซ์ ตลอดจนจัดการการแสดงเลยครับ ซึ่งมันกำลังค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปอยู่ครับ

ในการแคสติ้งเมมเบอร์ คุณบังชีฮยอกมีหลักปรัชญาหรือความเชื่อของตัวเองหรือเปล่า 

ก่อน BTS จะเดบิวต์ ผมสัญญากับเด็กๆ เขาเอาไว้ครับว่าจะช่วยให้พวกเขากลายเป็นวงที่ได้รับการยอมรับในฐานะโปรดิวเซอร์ถ้าพวกเขาเชื่อในศักยภาพของวงและพยายามทำหน้าที่ในตำแหน่งของแต่ละคนให้เต็มที่ที่สุด เมมเบอร์ทุกคนเชื่อที่ผมได้ให้สัญญาเอาไว้และผมก็ทำเต็มที่ที่สุดเพื่อรักษาสัญญานั้น ไม่ใช่เฉพาะตอนนี้เท่านั้นนะครับ สิ่งนี้นี่แหละคือความเชื่อของตัวผมเองที่ผมจะไม่มีวันลืมทั้งในปัจจุบันและในอนาคต

คำถามนี้อาจจะชัดเจนไปหน่อยแต่คุณคิดว่าความลับที่ทำให้ BTS เป็นที่นิยมในเกาหลีคืออะไร 

การบอกเล่าเรื่องราวที่โดนใจคนวัยเดียวกันครับ หลายๆ คนชอบเพราะว่าเพลงของ BTS ไม่ได้เป็นแค่เพลงรักธรรมดาๆ ทั่วไป แต่เป็นเพลงที่เผยเรื่องความวิตกกังวลทั้งหลายแหล่และความยากลำบากที่วัยรุ่นต้องเผชิญระหว่างที่เติบโตผ่านเสียงในแบบฉบับของ BTS เอง ยิ่งไปกว่านั้นผมคิดว่าสเน่ห์ความเป็นกันเองที่เมมเบอร์แสดงให้เห็นในระหว่างทำเพลงที่โดนใจก็ด้วยครับ การที่พวกเขาเป็นคนที่อยากจะสื่อสารกับแฟนคลับก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งเหมือนกันครับ

ถ้างั้นแสดงว่าแฟนด้อมของ BTS ในปัจจุบันสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายกับช่วงที่วางแผนด้วย

เหมือนอย่างที่บอกไปก่อนหน้าเลยครับว่าเพลงของ BTS หลักๆ คือเรื่องราวของคนที่ใช้ชีวิตในวัยเดียวกัน BTS ใช้โซเชียลก็เพื่อสื่อสารกับแฟนๆ ในวัยเดียวกันครับ

คนเรียก Big Hit และ BTS ว่าเป็นปาฏิหารย์ของค่ายเล็กๆรู้สึกโอเคหรือไม่โอเคกับคำๆ นี้ 

ผมไม่ได้ใส่ใจว่าจะรู้สึกโอเคหรือไม่โอเคครับ แต่ถ้านึกถึงสเกลของพนักงานในค่ายในตอนที่เดบิวต์แล้ว คำว่า “ขนาดเล็ก” ก็ถือว่าถูกต้องแล้ว คำว่า “ปาฏิหารย์” ได้ยินแล้วอาจจะรู้สึกดี แต่มันกลับฟังดูเป็นคำที่จำกัดความเป็นไปได้สำหรับใครหลายๆ คน ต่อไปในอนาคต BTS ก็จะต้องเติบโตมากยิ่งขึ้น เราก็จะเดบิวต์วงดีๆ ออกมาต่อเนื่องไปโดยไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงสเกลของค่าย และเติบโตขึ้นยิ่งกว่า BTS เพราะฉะนั้นผมเลยไม่อยากจำกัดคุณค่า ณ เวลานี้ว่าเป็น “ปาฏิหารย์” เลยครับ

พูดถึง BTS ก็จะนึกถึงอัลบั้มซีรี่ส์หนึ่งคอนเซ็ปท์ที่แบ่งเป็นการปล่อยเพลงสองหรือสามครั้ง เบื้องหลังของการวางแผนทำอัลบั้มซีรี่ส์คืออะไร 

เหตุผลที่เริ่มวางแผนทำซีรี่ส์มันธรรมดาๆ เลยครับ ก็เพราะเรื่องราวที่ BTS อยากเล่ามันไม่สามารถใส่ลงไปหมดได้ในอัลบั้มเดียว เรื่องราวความฝัน ความสุข และความรักซึ่งเป็นเรื่องที่คนวัยตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไปสนใจที่สุด มันไม่ง่ายพอที่จะใส่ลงไปในหนึ่งอัลบั้ม ก็เลยวางแผนซีรี่ส์ชุดวัยเรียนเป็น 3 อัลบั้ม และเราก็คิดว่าความสวยงาม ความไม่แน่นอน และความเคว้งคว้างของวัยรุ่น ก็ไม่สามารถนำเสนอเป็นรายละเอียดปลีกย่อยได้หมด เราไม่สามารถอธิบายชีวิตของแต่ละคนจบได้ในพาร์ทเดียวหรอกครับ

จินตนาการความเป็นการ์ตูน·ฟิคชั่น เด่นชัดมากในคอนเซ็ปต์ของ BTS. เป็นสิ่งที่สะท้อนมาจากรสนิยมของโปรดิวเซอร์หลักหรือเปล่า 

ส่วนตัวผมชอบดูการ์ตูนรักๆ กับหนังโรแมนติกๆ ครับ แต่คอนเซ็ปต์ของ BTS ไม่ได้สะท้อนมาจากรสนิยมส่วนตัวของผมหรอกครับ มองได้ว่าเป็นผลลัพธ์ที่วางไว้ของ   สตาฟในค่ายหลังจากที่ลองผิดลองถูกกันมาซ้ำแล้วซ้ำเล่ามากกว่า เป็นผลจากการร่วมมือกันที่ BTS เข้าใจและแสดงออกเกี่ยวกับคอนเซ็ปต์ที่ค่ายวางไว้ให้ได้ดี

ที่มา | Xportsnews
แปลจากเกาหลีเป็นไทยโดย CANDYCLOVER

Comments

What's on Instagram