ภาพรวมของ BTS

ภาพรวมของ BTS : การเติบโตสู่เฟส 2

BTS ประกาศการเติบโตสู่เฟส 2 เป้าหมายและทิศทางในเฟส 2 ของพวกเขาชัดเจน เป้าหมายของพวกเขาคือความนิยมที่กว้างขวางและการประสบความสำเร็จในด้านดนตรีขึ้นไปอีกขั้นโดยที่ยังคงรักษาอัตลักษณ์ดั้งเดิมเอาไว้ BTS แสดงภาพรวม (Big Picture) อันมีกลยุทธ์ที่มีชั้นเชิงและเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ให้เห็นผ่านอัลบั้มใหม่ LOVE YOURSELF 承 ‘Her’

กลยุทธ์การแบ่งเฟสของ Marvel Cinematic Universe (MCU)

Kevin Feige ผู้คิดวางแผนการทำงานของ Marvel Cinematic Universe สร้างแผนงานใหญ่ที่รวมผลงานแต่ละชิ้น รวมถึงซีรี่ส์ให้เป็นหนึ่งเดียวกัน และนำเสนอสู่สาธารณะชนโดยการแบ่งเป็นแต่ละเฟส การแบ่งเฟสของ Marvel เป็นแผนวางโลกในจินตนาการของ Marvel โดยพื้นฐานและเป็นกลยุทธ์ระดับท็อปของพวกเขา ขณะนี้ MCU วางเฟสไว้ทั้งหมด 4 เฟส และกำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินเฟสที่ 3 การวางเฟสของ MCU มีเป้าหมายที่มีชั้นเชิงโดยการสร้างโลกของซูเปอร์ฮีโร่ที่ห่างไกลจากความจริงออกมาให้ ‘สมจริง’ อย่างมีแบบแผนแก่สาธารณะชน เมื่อเรื่องราวดำเนินและก่อตัวเป็นรูปเป็นร่าง สิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญคือการทำให้โลกในจินตนาการของ MCU สร้างแรงจูงใจที่แข็งแกร่งและกระตุ้นความสนใจแก่สาธารณะชน ในขณะที่การแบ่งเฟสดำเนินไปเรื่อยๆ ภาพรวมของ Marvel ก็ยิ่งทรงพลังจนทำให้พวกเขาสามารถทดลองทำสิ่งที่ท้าทายได้

เฟสที่สองของ BTS

เราคุ้นเคยกับเฟสแรกของ BTS กันดีอยู่แล้ว เริ่มด้วย ‘ซีรี่ส์ไตรภาคโรงเรียน’ ตั้งแต่เพลงเดบิวต์ ‘No More Dream’ ตามด้วย ‘Boy In Luv’ และ ‘ซีรี่ส์ไตรภาควัยรุ่น’ ที่เริ่มต้นด้วย ‘I Need U’ และจบลงด้วย ‘Young Forever’ ซึ่งได้จารึกแบบแผนและสไตล์ K-Pop ของ BTS ผู้เดบิวต์เข้าสู่ปีที่ 5 ไว้อย่างสมบูรณ์ จากผลความสำเร็จนี้ รอบการจัดการแสดงเวิลด์ทัวร์ของพวกเขาถึงได้เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วจาก 8 ประเทศ 12 เมืองในปี 2015 สู่ 12 ประเทศ 32 เมืองในปีนี้, ได้คว้าเกียรติแห่งชัยชนะในฐานะศิลปิน K-Pop วงแรกจากงานประกาศรางวัล Billboard Music Awards และได้ยอดพรีออเดอร์เกิน 1.12 ล้านจากอัลบั้มใหม่อีกด้วย ณ จุดนี้เอง BTS ได้ก้าวเข้าสู่เฟสใหม่ทันที

อัลบั้ม LOVE YOURSELF 承 ‘Her’ ควรค่าแก่การจดจำในฐานะผลงานที่เปิดฉากการก้าวเข้าสู่เฟสที่ 2 ของ BTS พวกเขานำเสนอคอนเซ็ปต์ใหม่ในหัวข้อ ‘จุดเริ่มต้นของความรักที่แท้จริงคือการรักตัวเอง’ นับเป็นการประกาศตัวของ BTS ผู้เคยเปล่งเสียงของ ‘เด็ก’ และ ‘วัยรุ่น’ ว่าได้ก้าวเข้าสู่ขั้นที่เรียกว่า ‘ความรัก’ อย่างเป็นสากลแล้ว BTS เปิดเผยผ่านงานแถลงข่าวการคัมแบคว่าอัลบั้มนี้หมายมั่นให้เป็นซีรี่ส์ต่อเนื่องจาก ‘ฮวายังยอนฮวา​ (화양연화)’ และ ’WINGS’ แต่ “ข้อความในเรื่องการประณีประนอมที่อยากฝากแก่สังคม” ในเพลงไตเติ้ล DNA นั้นชัดเจนว่าตัวข้อความพยายามที่จะถึงผู้คนอย่างเป็นสากลมากกว่าการเจาะกลุ่มไปที่กลุ่มอายุใดๆ เป็นหลัก เป็นอีกส่วนหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างเป็นธรรมชาติของพวกเขาออกมาอย่างเร้าอารมณ์

การเติบโตด้านดนตรีของพวกเขาตามมาพร้อมๆ กับข้อความที่พวกเขาอยากฝากกับสังคม เพลงไตเติ้ล DNA เป็นแนวเพลง EDM POP ที่ได้รับความนิยมสูงสุดทั่วโลกในขณะนี้ซึ่งแสดงออกให้เห็นถึงความพยายามที่มากขึ้นอีกขั้นในโครงสร้างดนตรีของ BTS การรักษาไว้ซึ่งอัตลักษณ์ทางดนตรีของตัวเองซึ่งเป็นสิ่งที่เป็นซิกเนเจอร์ในแบบฉบับ BTS เป็นสิ่งที่น่าจดจำมาก รวมถึงการใช้ Drop Part ที่เด็ดเดี่ยว และเมโลดี้ไลน์ที่ชัดเจน ฯลฯ ผลงานอัลบั้มนี้เป็นผลสำเร็จจากการที่เหล่าเมมเบอร์อย่าง RAP MONSTER, SUGA, J-HOPE ฯลฯ ลงมือคลุกคลีงานโปรดิวซ์, แต่งเนื้อร้อง, แต่งทำนอง ทั้งหมดด้วยตัวเอง

การตีแผ่และความยั่งยืนของจักรวาลของ BTS 

อยากที่ทุกคนทราบดีว่าในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา BTS ได้ไปถึงจุดที่ศิลปิน K-Pop เกือบทุกคนใฝ่ฝัน พวกเขาได้พาตัวพวกเขาเองไปสู่ที่ๆ ใครๆ ก็ไปไม่ถึง การนำเสนอโลกที่พวกเขาสร้างซึ่งมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียว ประกอบกับเพลง, เรื่องราว, การแสดง, ภาพลักษณ์ เหมือนอย่างที่ MCU ทำ แก่ผู้ฟังทั่วโลกเพื่อสร้างการตระหนักรับรู้ถึงแนวเพลงอิสระแนวหนึ่งอย่าง K-Pop แก่ตลาดโลกนั้นประสบความสำเร็จได้เพราะความสม่ำเสมอและแรงจูงใจ เหนือสิ่งอื่นใดแล้ว ความสำเร็จอันยอดเยี่ยมที่พวกเขาได้รับคือการที่พวกเขากลายเป็นหัวใจหลักของดนตรีของตัวเอง เฟสที่สองของ BTS จะเป็นกระบวนการโน้มนำสิ่งที่ต้องการบอกที่มีความเป็นสากลจากโลกที่พวกเขาสร้างขึ้นผ่านภาษาทางดนตรีที่ได้รับความนิยมสู่สาธารณะชนจำนวนมากขึ้น

คำกล่าวในงานแถลงข่าวการคัมแบคของ RAP MONSTER ว่า “พวกเราสงสัยเหมือนกันครับว่าพวกเราจะขึ้นไปถึงจุดไหน ผมอยากอยู่ในประวัติศาสตร์ให้ได้นานที่สุดครับ” เป็นการประกาศตัวอย่างเด็ดเดี่ยวถึงเฟสที่ 2 ของ BTS ผู้เชื่อมั่นในความมานะอุสาหะกับพรสวรรค์ของตัวเองและเดินหน้าอย่างไม่มีหยุดพักมากว่า 5 ปี พวกเขา BTS ผู้มีอัลบั้ม LOVE YOURSELF 承 ’Her’ ที่เป็นที่จดจำในฐานะเฟสที่ 2 ของพวกเขา ไม่จำเป็นต้องใช้คำจำกัดความว่า ‘วง K-Pop’ อีกต่อไป พูดได้เลยว่าพวกเขาได้เริ่มสยายปีกอย่างทะเยอทะยานสู่สถานะ ‘Pop Star’ ผู้มีสิ่งที่ต้องการจะสื่อสารและภาษาทางดนตรีที่โดนใจคนทั้งโลกแล้ว

ที่มา | Hankook Ilbo
แปลจากเกาหลีเป็นไทยโดย CANDYCLOVER

DMCA.com Protection Status

ทาง CANDYCLOVER มีความยินดีหากผู้อ่านเล็งเห็นประโยชน์ของคอนเทนต์นี้ และต้องการนำไปประกอบเอกสารหรือสื่อทางการศึกษา เผยแพร่ต่อบนโซเชียลมีเดีย รวมถึงนำไปผลิตของที่ระลึก เช่น Giveaway สำหรับแจกฟรี มิใช่การจัดจำหน่าย

หากต้องการนำข้อมูลไปใช้อ้างอิง กรุณาติดต่อทางอีเมลล์ bts.candyclover@gmail.com และรอการตอบกลับที่ระบุว่าอนุญาตแล้วเท่านั้น ยกเว้นกรณีการนำข้อมูลที่ “แปล เรียบเรียง หรือจัดทำโดย CANDYCLOVER” ไปรีโพสต์ ทำซ้ำ ดัดแปลง แก้ไข นำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ รีโพสต์บนแฟนเพจ เว็บไซต์ หรือเว็บบอร์ด ที่มิใช่แพลตฟอร์มของ CANDYCLOVER พร้อมใส่เครดิตเองโดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงนำไปเป็นคอนเทนต์ทางสื่อโทรทัศน์ หรือกระทำการใด ๆ ก็ตามที่เข้าข่ายแอบอ้างผลงาน หากพบเห็นจะดำเนินคดีทางกฎหมายให้ถึงที่สุด

หากท่านชื่นชอบคอนเทนต์ที่ CANDYCLOVER นำเสนอ สามารถให้การสนับสนุนพวกเราได้ง่าย ๆ เพียง 1.) ไม่สนับสนุนแอคเคาต์ที่แอบอ้างข้อมูลที่แปลโดย CANDYCLOVER 2.) รีพอร์ตแอคเคาต์ดังกล่าวผ่านระบบของแพลตฟอร์มที่ท่านพบเห็นโพสต์ที่เข้าข่าย โดยเลือกหัวข้อ “ละเมิดลิขสิทธิ์” ขอบคุณค่ะ

About the Author /

bts.candyclover@gmail.com

I go by the name Candy, a co-founder, admin, designer, translator, writer of and for CANDYCLOVER. I'm a graphic/UI designer and a self-taught Korean translator who's passionate about telling success stories of BTS in the form of mixed media from graphic to web-based experiences. Now, I'm also pursuing my career as a professional Korean translator. My recent book-length translation projects are: I AM BTS (TH Edition), BTS The Review (TH Edition) and more to come!