ความเป็นไปของ RAPMONSTER แรพเปอร์ประสบการณ์ 11 ปี ที่ไม่ได้เป็นเพียงลีดเดอร์วง BTS หรือผู้ชายสมองเซ็กซี่

ความเป็นไปของแรพเปอร์ประสบการณ์ 10 ปีนั้นทรงพลัง ‘แรพมอนสเตอร์’ วางอิมเมจแรพเปอร์วง BTS และ ‘ผู้ชายสมองเซ็กซี่’ ลงชั่วหนึ่งและปรากฎตัวในฐานะแรพเปอร์เดี่ยว

วันที่ 20 มี.ค. เวลาเที่ยงคืน แรพมอนสเตอร์ปล่อยเพลงและมิวสิควิดีโอเพลง ‘Change’ แต่ไม่ใช่การปล่อยเพลงแบบเสียค่าบริการผ่านเว็บไซต์เพลงแต่เขากลับเลือกการปล่อยเพลงฟรีผ่าน Twitter ออฟฟิเชียล, YouTube, SoundCloud ฯลฯ

เพลงใหม่ในครั้งนี้เป็นเพลงที่ทำร่วมกับแรพเปอร์ ‘วอเล (Wale)’ โดยวอเลผู้มีถิ่นกำเนิดจากรัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เป็นนักดนตรีมากความสามารถที่ได้รับความนิยมและคำวิจารณ์จากมิกซ์เทปและอัลบั้มมากมาย วอเลโลดแล่นในการร่วมงานกับศิลปินที่มีชื่อเสียงอย่าง Lady Gaga, Rihanna, Nicki Minaj ฯลฯ และได้รับความรักมากมายจากผู้ฟัง ซิงเกิ้ล ‘Lotus Flower Bomb’ ของเขาที่ปล่อยออกมาเมื่อปี 2011 ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Grammy Awards ครั้งที่ 55 สาขา ‘Best Rap Song’ การทำงานเพลงร่วมกันในครั้งนี้สำเร็จขึ้นหลังจากแฟนต่างชาติคนหนึ่งเป็นสะพานเชื่อมคนทั้งสองผ่านโซเชียล แรพมอนสเตอร์กล่าวแสดงความรู้สึกขอบคุณว่า “เป็นเพราะแฟนคลับเลย ขอบคุณครับ ที่วอเล (Wale) เดินทางมาถึงเกาหลีก็เป็นเพราะแฟนคลับด้วยเหมือนกันครับ” ได้ข่าวมาว่าเขาทั้งคู่ต่างมีความสนใจในงานเพลงของกันและกันจึงตกลงปลงใจมาทำงานเพลงร่วมกันแม้เวลาจะกระชั้นชิด BTS เองอยู่ในระหว่างการเริ่มต้นทัวร์คอนเสิร์ต ‘WINGS TOUR’ ที่กรุงซานติเอโก้ ประเทศชิลี เมื่อวันที่ 11 มี.ค. ที่ผ่านมา แต่วอเลลัดฟ้ามาถึงกรุงโซลและทำงานเพลงร่วมกันจนเสร็จสิ้นตั้งแต่ก่อนเริ่มทัวร์คอนเสิร์ตนี้

แรพมอนสเตอร์ซึ่งปรากฎตัวขึ้นในตึกร้าง การแรพที่ไพเราะแต่แน่วแน่เตะหูคนฟัง สกิลภาษาอังกฤษเฉพาะตัวอันมีระดับกับสเน่ห์ของเขาก็เตะตาคนดู สกิลการแรพที่ทำให้ไหล่สั่นสะเทือนของวอเลซึ่งรับไม้ต่อจากแรพมอนสเตอร์ ยกระดับการทำเพลงร่วมกันของพวกเขาไปอีกขั้น

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แรพมอนสเตอร์ทำเพลงร่วมกับศิลปินต่างชาติ เขาเคยปล่อยเพลง ‘P.D.D (Please don’t die)’ ร่วมกับศิลปินระดับตำนานผู้นำแนวเพลง G-funk ยุค 90 และหนึ่งในเกจิแห่งวงการฮิปฮอปอเมริกาอย่าง ‘วอเรน จี (Warren G)’ เมื่อเดือนมีนาคมปี 2015 ที่ผ่านมา เพลงนี้กลายเป็นที่กล่าวถึงที่ วอเรน จี ได้มาร่วมทำงานเพลงกับศิลปิน K-Pop เป็นครั้งแรก

ในตอนนั้นแรพมอนสเตอร์เปิดเผยความมุ่งมั่นผ่านเนื้อเพลงว่า “ฉันจะพิสูจน์ทุกอย่างด้วยความสามารถของฉัน” ส่วน วอเรน จี ก็ได้โปรดิวซ์เพลงไปกว่า 6 แทรคเพื่อสร้างเพลงที่เหมาะสมกับแรพมอนสเตอร์  โดยเขาได้พูดถึงผลลัพธ์สุดท้ายที่ได้ทุ่มเทและเสร็จสมบูรณ์ไปว่า “แรพมอนสเตอร์เป็นหนึ่งในแรพเปอร์ที่ยอดเยี่ยมคนหนึ่งที่ผมได้รู้จัก สกิลการถ่ายทอดของเขายอดเยี่ยม โฟลว, สไตล์ และจังหวะของเขาดีมาก พอได้ฟังการแรพของแรพมอนสเตอร์แล้ว มันอย่างการแรพของผมหรือ Snoop Dogg ในบีทที่พวกเรา (แรพเปอร์อเมริกา) ทำขึ้น อย่างกับดู Snoop Dogg อยู่ยังไงยังงั้น”

โซโล่มิกซ์เทปเดี่ยวชุดแรกในชื่อ ‘RM’ ซึ่งปล่อยหลังจากนั้นไม่นานได้รับคำวิพากษ์วิจารณ์และความเห็นจากผู้ฟังแนวฮิปฮอป มิกซ์เทปนี้อันประกอบไปด้วยเพลงไตเติ้ล ‘Do You’, เพลง ‘각성 (Awakening)’ ที่ปล่อยออกมาล่วงหน้า และเพลง ‘RUSH’ ที่ได้ Krizz Kaliko แรพเปอร์ในสังกัด Strange Music ซึ่งนำทัพโดยแรพเปอร์ชื่อดังของอเมริกาอย่าง Tech N9ne กลายเป็นที่กล่าวถึงจากการถูกเลือกเป็นอัลบั้มฮิปฮอปที่ดีที่สุดในปี 2015 ที่อันดับ 48 จาก 50 อันดับโดยสื่อด้านดนตรีของอเมริกาอย่าง SPIN นับเป็นครั้งแรกที่ศิลปิน K-Pop มีชื่อติดอันดับดังกล่าว และในปีนั้นแรพมอนสเตอร์ก็ได้ร่วมฟีทเจอร์ริ่งในอัลบั้มเต็มชุดแรกวงโปรเจค MFBTY ของ Tiger JK, Yoon Mirae และ Bizzy

ความจริงแล้วถ้าพูดถึง ‘แรพมอนสเตอร์’ สิ่งแรกที่ผลุดขึ้นมาก่อนสิ่งอื่นใดเลยคือ ลีดเดอร์แห่งวง BTS หรือไม่ก็ ‘ผู้ชายสมองเซ็กซี่’ อัลบั้มที่เพิ่งปล่อยเมื่อไม่นานมานี้กับวง BTS ที่เขาอยู่ กวาดตำแหน่งสูงสุดบนชาร์ตเพลงหลักทั้งในและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ตามด้วยการทะยานขึ้นสู่หนึ่งในชาร์ตหลักของชาร์ต Billboard อเมริกาอย่าง Billboard 200 ซึ่งนับเป็นชาร์ตในฝันของบรรดาศิลปินทั่วโลกสำเร็จเป็นจำนวนสี่ครั่งต่อเนื่อง ก้าวเดินบนเส้นทางระดับโลก การได้รับรู้ว่าเขามี IQ ถึง 148 จากการเข้าร่วมรายการวาไรตี้ ‘Sexy Brain Problematic Men’ ของช่อง tvN ซึ่งได้รับความนิยมในปี 2015 ก็เป็นที่พูดถึงเช่นกัน

ในช่วงแรกที่ BTS เดบิวต์ แววตาของเขาชัดเจนมากว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เจ้าของมันสมองที่ไม่เหมือนใครผู้ซึ่งติดอันดับ 1% ทั่วประเทศในสมัยเรียนมัธยมปลายอย่างเขาถึงได้เสนอตัวมาเป็นไอดอลแรพเปอร์ หลังสอบในสนามสอบเอ็นทรานซ์จำลอง เขาได้รับโทรศัพท์จาก Big Hit Entertainment ให้มาพบกับโปรดิวเซอร์บังชีฮยอกจนได้กลายมาเป็นเด็กเทรน เขาให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร @star1 เมื่อปีที่แล้วว่า “ถึงผมจะเสียดายอยู่ตลอดกับเส้นทางที่ไม่มีโอกาสได้เดิน แต่ต่อให้ไม่รับโทรศัพท์นั้นและตั้งใจเรียนจนได้เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยดีๆ ผมก็คงจะเสียใจกับการทำดนตรีไปตลอดชีวิตอยู่ดี ถ้าให้เปรียบเทียบปริมาณและคุณภาพของความเสียดายแล้วล่ะก็ ณ ตอนนี้ผมเสียดายน้อยลงมากเลยล่ะครับ”

แม้เขาจะทำงานในฐานะวง BTS ได้เพียง 4 ปี แต่หากนับรวมตั้งแต่สมัยการทำงานใต้ดิน เขาเดินบนถนนสายแรพเปอร์มาได้ 10 ปีแล้ว แรพมอนสเตอร์ผู้บ่มเพาะความฝันในการเป็นแรพเปอร์จากการฟังเพลงของ Epik High และ Jay Z ได้กลายเป็นแรพเปอร์ผู้นำวง K-Pop ที่เป็นกระแสระดับโลกผู้ผสมผสานดนตรีจากมุมมองฮิปฮอปใต้ดินและความนิยมของคนส่วนใหญ่เข้าด้วยกัน แม้เขาจะมีช่วงเวลาที่ท้อแท้และทรหดจากความพยายามทำลายอุปสรรคเพราะเขาค่อยๆ มีส่วนร่วมในการทำอัลบั้มมากขึ้น เขายังเป็นแรพเปอร์ก้าวเข้าสู่ปีที่ 11 ผู้ไปสตูดิโอทำเพลงด้วยแรงขับเคลื่อนจากการที่มีแฟนๆ ฟังและซัพพอร์ตเพลงของเขา

แม้คำจำกัดความติดตัวแรพมอนสเตอร์จะมีมากมาย แต่เขาประสบความสำเร็จในการแสดงความสามารถในฐานะแรพเปอร์แรพมอนสเตอร์ผ่านการร่วมงานกับวอเลครั้งนี้ในที่สุด แม้จะมีหลายอย่างที่น่าเสียดายในเรื่องความสำเร็จสมบูรณ์ของมิกซ์เทปชุดแรก แต่เขาเปิดเผยว่าอยากจะนำเสนอมิกซ์เทปชุดที่สองที่สามารถทำให้เขารู้สึกภูมิใจกับตัวเองได้มากขึ้นด้วยการโฟกัสที่ดนตรีที่ทำขึ้นเองเป็นหลัก นี่แหละคือเหตุผลว่าทำไมเราถึงได้ตั้งตารอกับผลงานชุดใหม่ของเขาแล้ว

ที่มา | Newsen
แปลจากเกาหลีเป็นไทยโดย CANDYCLOVER

About the Author /

bts.candyclover@gmail.com

I go by the name Candy, a co-founder, admin, designer, translator, writer of and for CANDYCLOVER. I'm a graphic/UI designer and a self-taught Korean translator who's passionate about telling success stories of BTS in the form of mixed media from graphic to web-based experiences. Now, I'm also pursuing my career as a professional Korean translator. My recent book-length translation projects are: I AM BTS (TH Edition), BTS The Review (TH Edition) and more to come!