จาก BTS RAPMONSTER ที่เคยแสดงต่อหน้าผู้ชม 4 คน สู่การเป็นที่ต้องการตัวจากไอดอลอย่าง GAEKO

ศิลปินที่เคยแสดงต่อหน้าผู้ชม 4 คนก่อนเดบิวต์กลายเป็นคนเก่งที่ ศิลปินที่ตัวเองเคารพนับถือต้องการตัวไปซะแล้ว และนี่คือเรื่องราว ของ RAPMONSTER วง BTS

RAPMONSTER จะปล่อยเพลงใหม่อีกครั้ง 5 เม.ย. นี้ เวลาเที่ยงตรง (10:00น. ไทย) เป็นการร่วมร้องไตเติ้ลแทรค ‘Elephant (#코끼리)’ ในอัลบั้มเดี่ยวกับแรพเปอร์ ‘เคโค่ Gaeko’ อัลบั้มนี้เป็นการปล่อย อัลบั้มในรอบ 2 ปี 5 เดือน หลังจากปล่อยอัลบั้มเต็ม ‘#Redingray’ ไปเมื่อเดือนตุลาคมป 2014 เป็นการทำงานอัลบั้มหลังจากไม่ได้ ปล่อยอัลบั้มมาเป็นเวลานานซึ่งไม่ใช่ในฐานะเมมเบอร์แห่งวงฮิปฮอป ‘Dynamic Duo – 다이나믹듀오’ ร่วมกับ ‘ชเวจา Choiza’ แต่ในฐานะศิลปินเดี่ยว เขาจึงไม่เพียงแต่งและเรียบเรียงเพลง แต่ยังนำทัพในงานกำกับ มิวสิควิดีโอ รวมถึงงานโปรดักชั่นทั้งหมดอีกด้วย

ถือเป็นเรื่องที่น่าประทับใจในการเลือก RAPMONSTER เป็นศิลปิน ที่จะมาร่วมร้องเพลงในไตเติ้ลแทรคของอัลบั้มที่พากเพียรทำขึ้นนี้ หากนับเรื่องประสบการณ์แล้ว RAPMONSTER เป็นศิลปินรุ่นน้อง ที่ห่างกันกว่า 13 ปี เคโค่เล่าถึงเหตุผลที่ต้องการ RAPMONSTER มาร่วมฟีทเจอร์ริ่งผ่านต้นสังกัด Amoeba Culture ว่า “ปกติผม ว่าเสียงของ RAPMONSTER ดีอยู่แล้ว โทนเสียงของเขาถูกใจผม เขามีเอเนอร์จี้ดี คงจะดีไม่น้อยถ้าได้เพื่อนคนนี้มาทำเพลงด้วยกัน” แว่วมาว่า RAPMONSTER ที่เคารพนับถือเคโค่มาตั้งแต่ก่อนเดบิวต์ และยังเคยแสดงความประทับใจต่อเคโค่ในด้านตรีผ่านทางโซเชียล หลังจากเขาเดบิวต์ ตอบรับความต้องการของรุ่นพี่คนนี้อย่างไม่ ลังเลเลยทีเดียว

หากมองถึงทำงานในฐานะแรพเปอร์มากว่า 10 ปีแล้ว หาคำตอบ ได้ไม่ยากเลยว่า “ทำไมถึงเป็น RAPMONSTER กัน” แม้เขาจะเดบิวต์ อย่างเป็นทางการในฐานะวง BTS ไปเมื่อปี 2013 แต่ตัวเขาทำงาน ในฐานะแรพเปอร์มากว่า 10 ปีแล้ว เขาที่เริ่มแต่งเพลงเมื่อปี 2006 สั่งสมประสบการณ์จากการเป็นแรพเปอร์ใต้ดินที่แรพต่อหน้าผู้ชม แค่ 4 หรือ 50 คนในฮอลเล็กๆ หลังจากผ่านชีวิตการเป็นเด็กฝึก ของสังกัด BigHitEntertainment ผ่านการชักนำจากโปรดิวเซอร์ จากสังกัด JYP อย่างคุณบังชีฮยอก เขาก็ทำฝัน ในการเดบิวต์ได้สำเร็จ

การเติบโตของเขาในฐานะศิลปินเดี่ยวนั้นไม่น้อยไปกว่าการเติบโต ในฐานะวง BTS เขาทำให้ซีรี่ส์อัลบั้ม ‘#화양연화’ ที่โฟกัสเกี่ยวกับวัยรุ่น ตามด้วยเพลง ‘#피땀눈물 (Blood Sweat & Tears)’ และอัลบั้ม ‘#WINGS’ ฮิตติดลมอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับสร้างสุดยอดสถิติ ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ K-Pop ด้วยการทะยานขึ้นสู่ ชาร์ต ‘Billboard  200’ หนึ่งในชาร์ตหลักของ Billboard อเมริกา ซึ่งนับเป็นชาร์ตในฝันของนักดนตรีทั่วโลก เป็นจำนวน 4 ครั้ง ต่อเนื่อง โดยอัลบั้ม ‘WINGS’ บันทึกสถิติที่สูงที่สุดในบรรดาศิลปิน K-Pop จากการติดชาร์ตดังกล่าวที่อันดับ 26 ส่วนอัลบั้มสเปเชียล ‘WINGS: You Never Walk Alone’ ทะยานขึ้นสู่ Top10 ชาร์ต ‘Top Songs’ ซึ่งเป็นชาร์ตซิงเกิ้ลหลักของ iTunes อเมริกา และยัง ติดอันดับ 15 บนชาร์ต ‘Bubbling Under Hot 100’ อีกด้วย

ด้วยความที่ยืนอยู่ท่ามกลางสปอตไลท์ที่สาดส่องมาจากผู้คน มากมาย และใช้เวลาในแต่ละวันอย่างหัวหมุนไปกับตารางงาน ที่แน่นขนัดทั้งในและต่างประเทศ แต่เขากลับไม่เคยละทิ้งงานเพลง เริ่มด้วยการปล่อยเพลง ‘P.D.D (Please don’t die)’ ร่วมกับศิลปิน ระดับตำนานผู้นำแนวเพลง G-funk ยุค 90 และหนึ่งในเกจิแห่ง วงการฮิปฮอปอเมริกาอย่าง ‘วอเรน จี (Warren G)’ เมื่อเดือน มี.ค. ปี 2015 ที่ผ่านมาและได้รับการชื่นชมว่า “เป็นหนึ่งในแรพเปอร์ที่  ยอดเยี่ยมคนหนึ่งที่ผมรู้จัก สกิลการถ่ายทอด ของเขายอดเยี่ยม โฟลว, สไตล์ และจังหวะของเขาดีมาก พอได้ฟังการแรพของเขาแล้ว อย่างกับการแรพของผมหรือ Snoop Dogg ลงบีทที่พวกเรา (แรพเปอร์อเมริกา) ทำขึ้น อย่างกับดู Snoop Dogg อยู่ยังไงยังงั้น” ตามด้วยการร่วมฟีทเจอร์ริ่ง ในอัลบั้มเต็มชุดแรกของวงโปรเจค MFBTY ของ Tiger JK, Yoon Mi-rae และ Bizzy อัลบั้ม ‘#RM’ มิกซ์เทปเดี่ยวชุดแรกที่เขาปล่อยในปีนั้นเอง ยังได้สร้างผลงาน ที่ยอดเยี่ยมด้วยการเป็นศิลปิน K-Pop คนแรกที่ได้รับเลือกอัลบั้ม เป็นหนึ่งในอัลบั้มฮิปฮอปที่ดีที่สุด 50 อันดับในปี 2015 โดยสื่อ ผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีของอเมริกาอย่าง SPIN

เขาร่วมร้องเพลง ‘#Change’ กับแรพเปอร์มากความสามารถจาก อเมริกาอย่าง ‘วอเล (Wale)’ เมื่อวันที่ 20 มี.ค. ที่ผ่านมา วอเลได้ฟัง เดโม่ตั้งแต่สมัยก่อนเดบิวต์ของ RAPMONSTER ที่แฟนเพลง ต่างชาติคนหนึ่งส่งให้เขาทางโซเชียล เขาเองที่เป็นคนเริ่มชักชวน RAPMONSTER ให้มาทำเพลงร่วมกัน ไม่เพียงแต่การแรพที่ไพเราะ เท่านั้น เนื้อเพลงที่มีความหมายซึ่งมีความหวังที่จะมีโลกที่ดีกว่าเดิม ยังนำไปสู่เสียงชื่นชม

จริงอยู่ที่ในช่วงแรกของการเดบิวต์ เขาไม่อาจหลุดพ้นจากสายตา ที่จ้องจับผิดว่าไอดอลอย่างเขาเป็นฮิปฮอปตรงไหน แต่เขากลับ ล้ำหน้าความสามารถและสถานะของแรพเปอร์บางส่วนที่เอาแต่พูด เรื่อง ‘ศักดิ์ศรีฮิปฮอป’ ไปไหนต่อไหน ณ ตอนนี้

เขากลายเป็นหนึ่งในแรพเปอร์ที่เป็นที่กล่าวขาน ผู้มีความสามารถ และได้รับความนิยม และยังได้รับการยอมรับจากนักวิจารณ์และ คนทั่วไป นี่แหละคือช่วงเวลาที่ยิ่งเฝ้ารออัลบั้มมิกซ์เทปชุดที่สอง ของเขา ที่เขาเจียดเวลาทำแม้จะยุ่งจนหัวหมุนก็ตาม

ที่มา | Newsen
แปลจากเกาหลีเป็นไทยโดย CANDYCLOVER