‘ประวัติศาสตร์ K-Pop’ ที่มีชื่อว่า BTS

เดบิวต์เมื่อปี 2013 การเริ่มต้นของพวกเขานั้นไม่ได้สวยงาม แต่อณาเขตของพวกเขาขยับขยายขึ้นทีละเล็กทีละน้อย และแล้วพวกเขาก็ถึงขึ้นคว้ารางวัล Top Social Artist จากงาน Billbiard Music Awards ที่จัดขึ้นโดย Billboard และกึกก้องไปทั่วโลก แต่ BTS บอกว่า “ความท้าทายยังไม่จบลงเพียงเท่านี้” ประวัติศาสตร์ที่พวกเขาผู้เดบิวต์มา 4 ปีเขียนขึ้นนั้นเป็นเพียงการเริ่มต้น

1 การยิงสลุดเฉลิมฉลองนั้นยังเร็วเกินไป 

หลังจากที่ BTS ปิดฉากทัวร์คอนเสิร์ตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และออสเตรเลียแล้ว พวกเขาก็เดินหน้าทัวร์คอนเสิร์ต ‘2017 BTS LIVE TRILOGY EPISODE III THE WINGS TOUR ~JAPAN EDITION~’ กันต่อ และในขณะเดียวกันก็กำลังทำเพลงเตรียมอัลบั้มสำหรับการคัมแบคในช่วงครึ่งปีหลัง เห็นแผนงานและความทะเยอะทะยานของพวกเขาแล้วรู้เลยว่าการยิงสลุตเฉลิมฉลองขึ้นฟ้านั้นยังเร็วเกินไป เพราะการชิมลางของ BTS ณ ขณะนี้ยังคงเดินหน้าอยู่ ประวัติศาสตร์ K-Pop ที่ BTS ขีดเขียนลงไปทั้งก่อนหน้าและหลังจากนี้นั้นช่างสดใสอย่างไม่มีข้อยกเว้น

2 ความแตกต่างระหว่างรุ่นพี่ Psy

การชนะรางวัลครั้งนี้ของ BTS เปรียบเทียบกับ Psy ผู้ประสบความสำเร็จมากมายในอเมริกามาก่อน คิดยังไงกับ Psy ที่บูมในต่างประเทศด้วยเพลง ‘Gangnam Style’ กับการชนะรางวัล ‘Top Social Artist’ จาก Billboard เมมเบอร์ RAP MONSTER ตอบว่า “ความสำเร็จเพลง ‘Gangnam Style’ ของ Psy นั้น MV ดังพลุแตกเหมือนซินโดรมด้วยเพียง MV และคอนเทนท์ ซึ่งเป็นเคสที่น่าตื่นเต้นเร้าใจและเจ๋งมากๆ ในขณะที่ความสม่ำเสมอ, การสื่อสารและการนำเสอคอนเทนท์ที่หลากหลาย และความจริงใจที่ใส่ลงไปในคอนเทนท์ของพวกเราเป็นผลที่ทำให้กระทั่งฐานแฟนคลับขยายใหญ่ขึ้น แต่พวกเราเปรียบเทียบกับสเกลของซินโดรมที่รุ่นพี่ Psy สร้างขึ้นทั่วโลกไม่ได้หรอกครับ ตอนนี้พวกเราก็แค่เตาะแตะไปทีละขั้นครับ”

3 เป้าหมายต่อไปคือชาร์ต Billboard HOT 100

เส้นทางของ BTS นั้นเป็นต้นแบบในการริเริ่มสิ่งใหม่ๆ ของประวัติศาสตร์ไอดอล K-Pop จริงๆ BTS บอกว่า “เสียดายที่เพลง ‘Spring Day (봄날)’ ติดอันดับที่ 115 บนชาร์ต Billboard HOT 100 เพราะฉะนั้นเป้าหมายก็คือการติดชาร์ต HOT 100” พวกเขารู้สึกขอบคุณฐานแฟนคลับกับผลความสำเร็จที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ แต่พวกเขาเผยความทะเยอทะยานในการต่อสู้ต่อไปด้วยการทำคอนเทนท์

4 จุดเริ่มต้นที่ไม่ง่ายและอนาคตที่เลือนลางของจุดกำเนิดจากค่ายเล็กๆ

ผลงานของ BTS ที่แจ่มชัดขึ้นนั้นไม่ใช่เพราะเขาเป็นไอดอลคาบช้อนเงินช้อนทองที่ได้รับผลประโยชน์มาจากค่ายใหญ่ แต่เพราะเขาเป็น ‘ไอดอลสร้างตัวเอง’ ที่ก่อร่างสร้างตัวจากความสามารถของพวกเขาเอง เมมเบอร์ SUGA บอกว่า “ยังเหมือนเมื่อวานอยู่เลยที่ดีใจกับการที่มีฟอลโลเวอร์ในโซเชียลถึง 1,000 พันคน เราลำบากกันมามากจริงๆ ผมเคยเสียน้ำตาให้กับอนาคตที่เลือนลางด้วยซ้ำไป”

5 ในแบบฉบับของพวกเขาเอง 

แม้จะไม่มีโอกาสได้รับผลจากค่ายใหญ่ แต่การรวมตัวกันที่แข็งแกร่งจากค่ายเล็กๆ อีกทั้งความสามารถและศักยภาพของพวกเขา เมมเบอร์ RAP MONSTER บอกว่า “พวกเราเชื่อในตัวพวกเรา ในอนาคตผมก็มีความมั่นใจว่าพวกเราจะทำในสิ่งที่มีแต่ BTS ทำได้ออกมาได้” พวกเขาแสดงความสำเร็จที่น่าตื่นตาจากค่ายเล็กๆ และยังกลายเป็นความใฝ่ฝันของไอดอลมากมายอีกด้วย

6 ‘ซีรี่ส์ไตรภาคโรงเรียน화양연화 (ฮวายังยอนฮวา)’‘WINGS’

ในปี 2013 เริ่มต้นจากอัลบั้ม ‘2 COOL 4 SKOOL’ และร้องเพลงที่มีชื่อเพลงเกี่ยวกับ ‘ความฝัน’ ใน ‘ซีรี่ส์ไตรภาคโรงเรียน’ ในปี 2015 เล่าเรื่อง ‘วัยรุ่น’ ด้วยซีรี่ส์ ‘화양연화 (ฮวายังยอนฮวา)’ และเขียนบันทึกการเติบโตอันสม่ำเสมอ และในปี 2016 อัลบั้ม WINGS  ที่ปล่อยออกมาเมื่อเดือนตุลาคมก็บันทึกสถิติอันดับที่ดีที่สุดที่ 26 บนชาร์ตหลักของ Billboard ในบรรดาศิลปิน K-Pop‘

7 เส้นทางในอนาคตของกระแสไอดอล K-Pop 

เส้นทางต่อไปของไอดอลที่ขึ้นมาถึงจุดสูงสุดของความนิยมนั้นจะเป็นอะไรกัน หากไม่สามารถแสดงภาพลักษณ์ใหม่ให้ได้เห็น ก็จะไม่เติบโตไปกว่านี้ แล้วพวกเขาจะไปถึงสถานีปลายทางกันมั้ย BTS เองก็กังวลในจุดนี้มากยิ่งกว่าใครๆ  เมมเบอร์ JUNGKOOK บอกว่า “กำลังพยายามกันเพื่อแสดงความคิดของคนวัย 10 และ 20 ปีออกมาผ่านเพลง”  ขนาดเมมเบอร์ SUGA  เองก็ยังบอกว่า “การบ้านของพวกเราก็คือจะทำยังไงให้คนมากมายที่มาฟังเรื่องราวของพวกเรารู้สึกคล้อยตามไปด้วยได้” ยังรู้สึกได้เลยถึงความกังวลของเขา เป็นเพราะเป็นพวกเขาที่คอยบอกเล่าขั้นตอนความยากลำบากในแบบฉบับของพวกเขาเอง การแสดงที่พวกเขาจะแสดงให้ดูในอนาคตจะเป็นแบบไหนนั้นยิ่งน่าติดตาม

8 การชนะรางวัล ‘Top social artist’ 

เมมเบอร์ JUNGKOOK บอกว่า “เราหยุดประหม่าก่อนขึ้นรับรางวัลไม่ได้เลยครับ” ส่งผ่านความประหม่า ณ ตอนนั้นให้ได้รับรู้เลยทีเดียว รางวัล ‘Top Social Artist’ จากงานประกาศรางวัล Billboard ในปีนี้ซึ่งประเมิณคะแนนหลักๆ มาจากยอดขายดิจิตอลเมื่อปีที่แล้วกับความสนใจที่ได้รับบนโซเชียลมีเดียแต่ละแพลทฟอร์มนั้นทำให้เราสัมผัสได้ถึงการชนะรางวัลของ BTS ล่วงหน้ากันเลย ข้อแรกก็คือคอนเทนท์ของพวกเขาถูกแปลส่งต่อไปให้อาร์มี่มากมายทั่วโลกแบบเรียลไทม์ อีกทั้งการใช้โซเชียลที่เริ่มต้นขึ้นมาจากความจริงใจที่อยากจะสื่อสารกับแฟนๆ มาตั้งแต่ก่อนเดบิวต์ ความลงตัวนี้เองที่นำมาซึ่งการบังเกิดผลของ BTS

9 ความรู้สึกที่มีต่อแฟนคลับอย่างไม่รู้จบ

ทราบกันดีอยู่แล้วว่า BTS แสดงความรู้สึกขอบคุณต่อแฟนๆ มากกว่าใครๆ พวกเขาเข้าถึงแฟนๆ ด้วย Festa ครบรอบ 4 ปีและคอนเทนท์ที่หลากหลายตั้งแต่ก่อนที่จะได้รับรางวัล เมื่อถามพวกเขาว่าการพูดคุยที่ราบรื่นนี้ลำบากมั้ยเมื่อเทียบกันแต่ก่อน พวกเขาตอบว่า “พลังของมีเดียใหม่ๆ และพลังของแฟนๆ คือสิ่งที่พวกเราได้รับ” และพวกเขาให้สัญญาว่าจะไม่ลืมที่จะพูดคุยกับแฟนๆ

10 ทุ่มเทให้กับปัจจุบันมากกว่าไปเจาะตลาดอเมริกา

เพราะพวกเขาก็ร้อนแรงมากในต่างประเทศ การเจาะตลาดในอเมริกาจึงเป็นสิ่งที่คนเร่งรีบให้ความสนใจ แม้ศิลปิน K-Pop รุ่นพี่มากมายจะเคยพยายามมาแล้วก็ตามแต่ก็เป็นเรื่องจริงที่ว่าไม่มีผลสำเร็จที่เก็บเกี่ยวได้อย่างเป็นจริงเป็นจังเลย แต่ยิ่งกำแพงนั้นสูงเท่าไหร่ แรงดึงดูดในการทลายกำแพงก็ยิ่งมีมากเท่านั้น พวกเขาที่กำลังบันทึกสถิติที่แพรวพราวยิ่งกว่าใครๆ จะเจาะตลาดอเมริกาได้หรือไม่ BTS เองแสดงทัศนคติที่ถ่อมตนว่า “แทนที่จะตั้งเป้าหมายใหญ่โตที่จะไปเจาะตลาดอเมริกาหรืออะไรแบบนั้น พวกเราอยากจะทำหน้าที่ตรงนี้ให้ดีที่สุดมากกว่าครับถ้าพวกเราทำเพลงต่อไป และสื่อสารกับแฟนๆ อย่างต่อเนื่อง ก็จะมีเรื่องดีๆ เข้ามาเองครับ”

11 อยากร้องเพลงเป็นภาษาเกาหลี

BTS บอกว่า “เพราะเราเป็นศิลปินเกาหลี การร้องเพลงภาษาเกาหลีคือสิ่งที่เราชอบและภูมิใจ ตอนที่พวกเราเริ่มต้นเมื่อปี 2013 พงกเราคิดไม่ถึงการชนะรางวัล Billboard ด้วยซ้ำ พวกเราคิดว่าเส้นทางจะเปิดให้พวกเรา มากกว่าจะไปคิดว่าฝันอันยิ่งใหญ่ต่อไปจะเป็นอะไรซะอีก” เมมเบอร์ JIMIN บอกว่า “การกล่าวรับรางวัลของ RAP MONSTER เป็นภาษาเกาหลีนั้นเท่ห์มาก พวกเราภูมิใจในฐานะศิลปินเกาหลีและอยากแสดงบนเวที Billboard ด้วยเพลงภาษาเกาหลีครับ” คำจำกัดความว่าเป็น ‘ไอดอลกระแสนิยมจากเกาหลีใต้’ นั้นไม่เสียเปล่าเลย

 

 

ที่มา | นิตยสาร star1
แปลจากเกาหลีเป็นไทยโดย CANDYCLOVER