ตัวตนของ RAPMONSTER

ตัวตนของ RAPMONSTER : “วิตกจริต, เคว้งคว้าง, สับสน, อ้างว้าง นี่แหละตัวผมเอง” 

ตัวตนของ RAPMONSTER “ถ้าผมพูดว่าผมต่างจากพี่ Zico หรือ Bobby มันก็เหมือนผมพูดว่าผมวิตกจริต”

ลีดเดอร์แห่ง BTS ผู้ใช้เวลากว่า 2 ปี “อย่างอ้างว้าง” หลังเดบิวต์ก็โดนวิจารณ์จาก B-Free แรพเปอร์ที่ทำงานวงการใต้ดิน, ในรายการ Mnet [4 Things Show] ได้รับคำถามเกี่ยวกับเอกลักษณ์ระหว่างแรพเปอร์ที่เกิดจากใต้ดินกับไอดอล สงครามการ Diss กับ Bobby จาก IKON ปลายปี 2015 บนเส้นทางที่ผสมปนเปกันระหว่างความสำเร็จและความวิตกก็กลายเป็นไคลแมกซ์ “ต้องโมโหสิครับ ว่าทำไมต้องมาด่าผม แต่หลังจากนั้นผมก็เข้าใจครับ คนพวกนั้นก็คงทำแบบนี้แหละ จริงๆ เลยนะฮะ ผมคิดแบบนั้น ผมก็เลยมาโฟกัสกับตัวเองดีกว่า” และแล้วมิกซ์เทปที่ปล่อยออกมาเพลงแรก ‘각성’ (ตื่นตัว) “จะไอดอลหรือศิลปิน จริงๆ แล้วมันไม่เคยสำคัญ ฉันที่แกเห็นมันก็มีแต่ฉันนี่แหละ ยึดติดจังนะกับแค่ชื่อและคำจำกัดความของมัน”

เขารู้จักการแรพผ่าน Nas (แรพเปอร์), ศึกษา Hip Hop ควบคู่ไปกับภาษาอังกฤษจากการดูการสัมภาษณ์และ Documentary ของเหล่าแรพเปอร์ สำเนียงการแรพแบบ Low tone ที่ไม่เหมือนใครของเขา, การได้รับเชิญไปออกรายการ tvN [Problematic Man] ในฐานะผู้ชายหัวดีก็เป็นที่พูดถึงรวมไปถึงสกิลภาษาอังกฤษระดับเทพของเขาด้วย

การทำงานเพลงกับเรียนของเขาที่ไปกันคนละทางเขาคิดว่าถ้าทำเพลงตามใจตัวเองไปมันอาจจะจบลงอย่างไม่โอเคได้แต่ถึงอย่างนั้นช่วงเวลาที่ต้องรอเพื่อจะเดบิวต์มันก็ยาวนานในเนื้อเพลง ‘각성’ มันก็เหมือนกับที่ใครบางคนที่เขารู้จักในวงการใต้ดินพูดเอาไว้ว่า “ถ้าเข้าค่ายเพลงก็จะกลายเป็นไอ้โง่”

ลีดเดอร์แห่งบังทันโซนยอนดัน มีชื่อว่าปีศาจแห่งการแรพ อายุ 20 ต้นๆ แต่กลับมีความกังวลกับการเรื่องราวที่คนอื่นจะใส่สีตีไข่ขึ้นมา “ไอ้คำที่พูดกันเล่นๆ เนี่ย ที่คนพูดกันว่า ‘I don’t give a fuck’ (กูไม่แคร์) จริงๆ แล้วคือเป็นพวก ‘I do give a fuck’ (กูแคร์) ที่สุดนั่นแหละ คนที่ไม่สนใจใส่ใจก็คือคนที่สนใจมากที่สุดครับ ผมก็เป็นแบบนั้น”

ข้อความจากภาพยนต์เรื่อง Amazing Spider Man ที่ว่า “ฉันเป็นใครกันแน่?” ถึงซีรี่ส์ภาพยนตร์เรื่องนี้จะจบไปโดยที่ไม่สามารถตอบคำถามนั้นแต่คำถามที่ว่า “ฉันเป็นใครกันแน่?” จะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างสรรค์อยู่เสมอ

Mixtape ที่แรพมอนสเตอร์นำซาวด์ของนักดนตรีที่ชื่นชอบมาเป็นเบสในการแรพนี้ปกอัลบั้ม Mixtape ที่สาดด้วยสีขาวและดำนี้ก็เพื่อจะเป็นการตอบคำถามที่ว่า “ฉันเป็นใครกันแน่?” ด้วย “ผมหยุดคิดพวกเรื่องกลยุทธ์ (ทางการตลาดเวลาขายอัลบั้ม, ทำเพลง) แล้วคิดแต่ว่าผมอยากจะทำอะไรเท่านั้นครับ” ระหว่าง ‘I don’t give a fuck’ กับ ‘I do give a fuck’ ผมได้ฟังเพลง ‘Just Do You’ ของ India Arie คำว่า ‘Do You’ มันเลยอยู่ในใจผมตลอดเลยทำเพลง ‘Do You’ ขึ้นมาจากในเพลง ‘각성’ ที่ว่า “ถึงเวลาที่ฉันตกต่ำใครกันจะจับมือฉันไว้” จึงได้บทสรุปออกมาในเพลง ‘Do You’ ที่ว่า “เพราะงั้นแกก็ทำในสิ่งที่แกทำเถอะ” Mixtape ที่มีกว่า 10 เพลงก็ทำออกจนได้แม้จะมีตารางต่อเนื่องที่แทบไม่มีเวลาหยุดพักความกังวลในตอนเริ่มงานถูกแทนที่ด้วยความหวังแต่ละเพลงค่อยๆเพิ่มพูนไปด้วยความเชื่อมั่น “Mixtape เป็นที่พึ่งสูงสุดของผมไม่ว่าใครจะว่ายังไงก็เข้ามาณตรงนี้ไม่ได้ครับถึงจะยังกังวลกับสิ่งที่อยู่นอกกรอบนี้ก็เถอะผมน่ะฟังแต่เพลงดีๆและทำเพลงจากมาตรฐานของตัวผมเองที่โหยหาที่จะฟังแต่เพลงที่ดียังไงก็ดีนี่นา? ก็เป็นอะไรที่โอเค”

ระหว่างทำ Mixtape เราแทบไม่ได้สังเกตเลยว่าเขาได้มาออกรายการวาไรตี้ [Problematic Man] อย่างชิลล์ๆซะด้วยส่วน Tiger JK ที่แรพมอนสเตอร์เคารพก็ได้เสนอให้เขามาร่วม Featuring ในอัลบั้มใหม่ (ของ MFBTY). ในผลงานล่าสุดเพลง ‘농담’ ได้มีการตอบโต้แฟนที่เรียกตัวเองว่า ‘ติ่ง’ อีกว่า “คะแนนโหวตอันภักดีของติ่งฮิปฮอปอันน้อยนิดในรายการวาไรตี้โชว์ที่ฮงแด”

“ใน Hip Hop Scene (วงการ Hip Hop) มีแฟนๆ ผู้หญิงเยอะแยะที่ซื้ออัลบั้มแล้วก็ไปดูไลฟ์นี่ฮะในทางกลับกันผมก็อยากพูดถึงเรื่องนี้ที่พวกเราโดนวิจารณ์ด้วยเหตุผลแค่ว่าเราเป็นไอดอลถ้ามองกันตามความเป็นจริงในเรื่องการตลาดแล้วพวกเขา (ศิลปิน Hip Hop ใต้ดิน) ก็ไม่ได้ต่างอะไรจากพวกเราเลยถ้าไม่มีแฟนๆพวกเขาก็อยู่ไม่ได้หรอกครับ”

พวกที่ไม่เคยฟังเพลงของ BTS ก็จะเอาแต่ว่าพวกเขาใส่แต่กางเกงยีนส์รัดรูปกับแต่งหน้าแต่งตาแบบสโมคกี้จัดๆ

ณ ตอนนั้นแรพมอนสเตอร์ไม่สามารถควบคุมความรู้สึกคับข้องใจนั้นได้อีกต่อไปหลังจากได้เรียนรู้ตัวเองระหว่างการตรากตรำทำงาน Mixtape แล้วเขาก็ตอกกลับความคิดของคนพวกนั้นทั้งหมดด้วยเพลง ‘농담’. ยอมรับตัวตนณปัจจุบันของตัวเองผ่านเพลง ‘각성’ และแม้ในอาการหวาดวิตกที่มีอยู่อย่างไม่หยุดหย่อนก็ยังคงเสาะหาคุณค่าในตัวเองออกมาดังเช่นในเพลง ‘I Believe’. สื่อสารความเป็นตัวเองที่ร้อนรุ่มและสับสนออกมาด้วย “เพลงที่ทำออกมาอย่างเยือกเย็นและพิถีพิถัน” แล้วก็ทำเพลง ‘농담’ ออกมาได้อย่างง่ายดายอัดแน่นไปด้วยถ้อยคำที่อยากพูดโดยไม่ต้องแคร์องค์ประกอบอะไรมากมาย “ผมภูมิใจครับ”

จุดเริ่มต้นตั้งแต่เพลง ‘각성’ จนถึงเพลง ‘농담’ คือสิ่งที่ไอดอลคนหนึ่งได้รับระหว่างแบ่งเวลาเพื่อสร้างสรรค์ Mixtape ที่ยังไม่ได้ปล่อยออกมาเป็นทางการณ์เวลานั้น

แรพมอนสเตอร์ “ในศิลปินที่ชอบที่สุดทั้ง 2 คน” เขาสนุกกับเรื่องราวของ Drake อัลบั้มใหม่ของ Drake นั้น “ถึงกรอบของเขาจะไม่สามารถทลายได้เลย” แต่เขาก็ยังชอบมัน “ทำดนตรีไม่ดีแต่ก็ยังมีหวังว่าจะร้องได้นี่ครับฮ่าๆ ตอนฟังครั้งแรกก็ว่าทำไมเป็นดนตรีงี้หมด? แต่เขาก็ยังแรพดีด้วยและด้วยตัวเพลงเองแล้วก็ชอบครับดนตรีก็เหมือนกับศิลปะที่ต้องค่อยๆคลี่คลายแต่ละอารมณ์ความรู้สึกออกมาผมก็อยากจะทำเพลงแบบนั้นเหมือนกันครับ”

ถึงเขาจะคอยโฟกัสในการแรพที่ดีสมัยอยู่วงการใต้ดินแต่พอมาอยู่กับบังทันโซนยอนดันแล้วเขาถึงได้พิจารณาดนตรีในแต่ละเพลงและระหว่างเขียนท่อนแรพก็ได้สร้างอิมเมจในเพลงด้วยตัวเองด้วยในบรรดาเพลงใน Mixtape ที่เต็มไปด้วยการแรพความสามารถในการเรียบเรียงเพลงที่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์ได้อย่างดีคือสิ่งที่ได้เรียนรู้เพื่อการเขียนเพลงที่เป็นที่นิยมระหว่างเป็นการไอดอล

สิ่งที่เขาอยากทำและสิ่งที่เขาต้องทำเป็นผลทำให้เขาต้องคอยวิตกและนอกจากสิ่งที่เขาอยากทำแล้วสายตาที่คนอื่นจะมองมาก็เช่นกันเขาคงไม่สามารถห้ามความกังวลและบาดแผลในใจของเขาได้แต่ไม่ว่ายังไงเขาก็จะสามารถหลีกเลี่ยงและเย้ยหยันความกังวลนั้นไปได้

4 ปีก่อนลีดเดอร์ที่สับสนของวงไอดอลกรุ๊ปที่ไม่รู้แม้แต่ตัวเองเป็นใครก็ได้ประกาศตัวอย่างในเพลง ‘Do You’ แล้วว่า

“วิตกจริต, เคว้งคว้าง, สับสน, อ้างว้างนี่แหละตัวผม ถึงวงจะประสบความสำเร็จและผมได้รับการยอมรับในฐานะที่ออกผลงานเดี่ยวแต่การร่อนเร่เคว้างคว้างไปในอีกหนทางอื่นก็ยังเริ่มต้นขึ้นอยู่ดีนี่ครับแต่แล้วไงล่ะฮะ? ผมยอมรับได้ทุกอย่าง ถึงผมจะกังวลผมก็จะยังเขียนเพลงต่อไปครับ ตราบใดที่ผมยังเชื่อในตัวผมเอง”

 

ที่มา | IZE
แปลจากเกาหลีเป็นไทยโดย CANDYCLOVER

Comments

What's on Instagram